ธุรกิจเกาะกระแส Soft Power จุดพลุ “ซีรีส์-อีเวนต์” ดึงลูกค้า

ถึงวันนี้ดูเหมือนว่า “ซอฟต์พาวเวอร์” จะกลายเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ยอดนิยมของวงการ เมื่อบรรดาผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้าและสินค้าหลาย ๆ อย่างที่ต่างทยอยปล่อยผลงานและอีเวนต์ที่เป็นซอฟต์พาวเวอร์ออกมากันอย่างคึกคัก

นอกจากเป้าหมายสำคัญเพื่อการโปรโมต หรือสร้างการรับรู้ใน แบรนด์ ทั้งสถานที่และสินค้า ยังมีการต่อยอดจากอีเวนต์ซอฟต์พาวเวอร์ที่จัดขึ้นเพื่อดึงลูกค้าและสร้างรายได้อีกทาง

ทุ่มสร้างซีรีส์เจาะ Gen Alpha

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า หากย้อนกลับไปจะพบว่า กระแสการนำ “ซอฟต์พาวเวอร์” มาเป็นหนึ่งในเครื่องมือการตลาดที่สำคัญ มีจุดประกายมาจากนโยบายของรัฐบาล ที่ประกาศใช้ซอฟต์พาวเวอร์เป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญในการพลิกฟื้นและสร้างรายได้ให้กับประเทศ และอาจจะกล่าวได้ว่า เดอะมอลล์ กรุ๊ป เป็นผู้ประกอบการศูนย์การค้า-ห้างสรรพสินค้ารายแรก ๆ ที่หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาต่อยอดอย่างเป็นรูปธรรม

ด้วยการทุ่มทุนสร้าง “MARRY’S MISSION ภารกิจคว้าหัวใจของยัยแมรี่” มินิซีรีส์ แนวโรแมนติกคอเมดี้ ความยาว 6 ตอน เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับหญิงสาวเจ้าของร้านคาเฟ่ดอกไม้ ใน เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน ที่ต้องบรรลุภารกิจตามหา “คนที่ใช่” ให้ทันก่อนวันเกิด

โดยใช้ เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน เป็นสถานที่ถ่ายทำ ไม่ว่าจะเป็นแผนก GOURMET MARKET, GOURMET EATS, LADIES’ FASHION, BEAUTY HALL, BETREND, THE LIVING, POWER MALL รวมถึงโซนไลฟ์สไตล์ และความบันเทิงต่าง ๆ และนำมาออนแอร์ทางช่อง YouTube : The Mall Group ทุกวันพฤหัสบดี เวลา 19:30 น. เริ่มตอนแรกไปเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมา

“วรลักษณ์ ตุลาภรณ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด อธิบายแนวคิดการปั้นมินิซีรีส์ในครั้งนี้ว่า เป็นการใช้ Entertainment Marketing หรือความบันเทิงเจาะกลุ่ม Gen Alpha ซึ่งเป็นผู้บริโภครุ่นใหม่ที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อตลาดในอนาคตอันใกล้

“มินิซีรีส์เรื่องนี้จะตรงใจกลุ่มวัยรุ่น และมีส่วนช่วยกระตุ้นความคึกคักให้เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ทุกสาขาช่วงปลายปีนี้แน่นอน”

นอกจากนี้ การเปิดเกมรุกของ เดอะมอลล์ กรุ๊ป ดังกล่าวแล้ว “อายิโนะโมะโต๊ะ” ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องปรุงรสและอาหารรายใหญ่ ก็เป็นอีกรายหนึ่งที่กระโดดเกาะกระแสซอฟต์พาวเวอร์ และประกาศสร้างมินิซีรีส์ของตัวเองตามมาติด ๆ ด้วยการจับมือการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

สร้างมินิซีรีส์วาย “Y JOURNEY (STAY LIKE A LOCAL)” ความยาว 6 ตอน ด้วยเนื้อหาสอดแทรกการท่องเที่ยวแนวยั่งยืน พร้อมสร้างการรับรู้ให้กับอาหารท้องถิ่นในภาคตะวันออกของไทย 7 จังหวัดคือ สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา จันทบุรี ตราด นครนายก ระยอง และชลบุรี

หวังจะปลุกกระแสท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ควบคู่กับสร้างการรับรู้ให้กับอาหารท้องถิ่น สอดคล้องกับโพซิชั่นการเป็นผู้ผลิตผงปรุงรสรายใหญ่

ทั้งนี้ ผู้บริหาร อายิโนะโมะโต๊ะ ระบุว่า “ซีรีส์วาย” หนึ่งใน ซอฟต์พาวเวอร์ที่กำลังได้รับความนิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ นับเป็นโอกาสดีในการเผยแพร่วัฒนธรรมไทย อาหารไทย วิถีชาวบ้าน รวมทั้งสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ผ่านการสอดแทรกในเนื้อหาซีรีส์

ต่อยอดจุดเด่นดึงนักช็อป ตปท.

เช่นเดียวกับ ไอคอนสยาม ศูนย์การค้าหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่อาจจะกล่าวได้ว่า เป็นหนึ่งในซอฟต์พาวเวอร์ของไทยที่ได้รับความนิยมไม่น้อย ในฐานะทำเลยอดฮิตของการทำคอนเทนต์ ทั้งละคร-ซีรีส์ รวมถึงเกมโชว์ ทั้งไทย-ต่างประเทศที่ยกกองมาใช้ไอคอนสยามเป็นสถานที่ถ่ายทำแบบไม่ขาดสาย หนึ่งในนั้นคือซีรีส์ดังจากเกาหลี King the Land ที่ฮิตไปทั่วเอเชีย

“สุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด เล่าให้ฟังว่า ตลอดช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีกองถ่ายซีรีส์ทั้งไทยและต่างประเทศเข้ามาใช้สถานที่รวมกว่า 1,000 ครั้งแล้ว ซึ่งซีรีส์ฮิตอย่าง King the Land ก็ช่วยสร้างการรับรู้และช่วยดึงนักท่องเที่ยวเกาหลีให้เข้ามาช็อปปิ้งที่ไอคอนสยามเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

จนพุ่งขึ้นมาติดท็อป 5 ผู้ใช้บริการจากต่างชาติ ซึ่งประกอบด้วย จีน, มาเลเซีย, รัสเซีย, ลาว และเกาหลี รวมถึงมีส่วนสร้างรายได้ในช่วงกลางปี 2566 นี้ที่นักท่องเที่ยวจีนยังไม่กลับมาเต็มที่

“ในปี 2567 เราจะเดินหน้าต่อยอดด้านซอฟต์พาวเวอร์ให้เข้มข้นขึ้น ด้วยยุทธศาสตร์ Cocreation ทั้งการเปิดรับ-อำนวยความสะดวกให้กองถ่ายทำคอนเทนต์ทั้งในและต่างประเทศมาใช้สถานที่ รวมถึงการจับมือพันธมิตรท้องถิ่นและศิลปินระดับโลก ในการจัดอีเวนต์เกี่ยวกับประเพณีไทย

เช่น ลอยกระทง สงกรานต์ ปีใหม่ ฯลฯ ต่อเนื่องตลอดปี ซึ่งจะตอบโจทย์ทั้งพฤติกรรมของผู้บริโภคปัจจุบันที่เมื่อมาใช้บริการแล้วต้องการได้ประสบการณ์ที่มากกว่าเพียงการจับจ่ายสินค้า รวมถึงยังสอดคล้องกับนโยบายซอฟต์พาวเวอร์และการท่องเที่ยวของรัฐบาลด้วย”

บูมอัตลักษณ์ท้องถิ่นเป็นจุดขาย

เช่นเดียวกับความเคลื่อนไหวของกลุ่มเซ็นทรัล ที่กำลังจะเพิ่มความเข้มข้นของการทำซอฟต์พาวเวอร์ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและนักช็อป ในปี 2567 ที่จะถึงนี้

“ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอ็น ให้ข้อมูลในเบื้องต้นว่า “เนื่องจากเรามีสาขาอยู่ในหลาย ๆ จังหวัด ดังนั้น กลยุทธ์ซอฟต์พาวเวอร์ที่สำคัญคือ การนำอัตลักษณ์ท้องถิ่นมาผนวกเข้ากับธุรกิจ เช่น ประเพณีแห่เทียนพรรษาของจังหวัดอุบลราชธานี งานบุญสลุงหลวง จังหวัดลำปาง ไปจนถึงงานด้านวัฒนธรรมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นต้น”

โดยในปี 2567 สาขาที่เซ็นทรัลมีอยู่ในต่างจังหวัด จะเดินหน้าจัดงานประจำปีของแต่ละจังหวัด พร้อมผนึกโรงแรมเครือเซ็นทารา ในการดึงนักท่องเที่ยว โดยมีเป้าหมายเพื่อให้นักท่องเที่ยวใช้เวลาอยู่ในพื้นที่ให้นานขึ้น มากกว่าการไปเช้า-เย็นกลับ เพิ่มโอกาสจับจ่ายทั้งในและนอกห้าง

“การที่ห้างจะเติบโตได้อย่างยั่งยืนนั้น ต้องหนุนให้กิจการในพื้นที่โดยรอบเติบโตไปพร้อมกัน เพื่อให้ผู้บริโภคท้องถิ่นมีกำลังซื้อ มีเงินมาใช้ในศูนย์การค้าด้วย นอกเหนือจากนักท่องเที่ยวจากต่างพื้นที่ เราจึงเดินหน้ากลยุทธ์นี้มาอย่างต่อเนื่อง”

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา (เมษายน 2566) บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายรองเท้าแตะตราช้างดาว ได้จัดแคมเปญพิเศษ “Experience Thailand with Chang Dao flip-flops”

ด้วยการจัดคาราวานรถตุ๊กตุ๊กช้างดาว ตระเวนขับรับผู้โดยสารทั่วกรุงเทพฯ เพื่อสร้างประสบการณ์ตรงให้แก่กลุ่มนักท่องเที่ยวและคนไทยได้สัมผัส “แตะช้างดาว” รองเท้าแตะยางพารา 100% จากประเทศไทย ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของทุกปี

“จักรพล จันทวิมล” กรรมการผู้จัดการ บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง ย้ำว่า สำหรับประเทศไทยรูปแบบของซอฟต์พาวเวอร์ที่คุ้นเคยของชาวต่างชาติ หลัก ๆ จะเป็นเรื่องเมนูอาหาร สตรีตฟู้ด ผลไม้ สถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ และรองเท้าแตะช้างดาว ก็เป็น 1 ในซอฟต์พาวเวอร์ของไทย

นอกจากนี้ ชาวต่างชาติยังให้ความนิยมสินค้าไทยอีกหลายประเภท ทั้งเครื่องแต่งกาย เช่น กางเกงลายช้างไทย และอีกหนึ่งสิ่งที่มักจะมาคู่กันก็คือ “แตะช้างดาว”


ความเคลื่อนไหวดังกล่าวนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการปลุกปั้นซอฟต์พาวเวอร์ เพื่อให้ได้รับความนิยมในระดับสากล และเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยเสริมโอกาสและสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจ ที่จะเป็นจิ๊กซอว์สำคัญในการสร้างความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจในภาพรวมได้ในอนาคต