อาฟเตอร์ยู ธุรกิจร้านขนมหวาน ทำไมปี’66 รายได้-กำไรพุ่ง จ่ายปันผล 0.21 บาท

อาฟเตอร์ยู

“อาฟเตอร์ยู” ปี 2566 รายได้ 1.2 พันล้านบาท โต 29% กำไรพุ่ง 51% ร้านขนมหวานและเครื่องดื่มกวาดรายได้ 1.6 พันล้าน เพิ่มขึ้น 35% บอร์ดอนุมัติจ่ายปันผล 0.21 บาท/หุ้น

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2567 บริษัท อาฟเตอร์ ยู จำกัด (มหาชน) หรือ AU รายงานตลาดหลักทรัพย์ฯว่า ปี 2566 บริษัทมีรายได้รวม 1,230 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 29% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน (YOY) มาจากรายได้จากการขาย 1,217 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 30% แยกเป็นรายได้

• ร้านขนมหวานและเครื่องดื่ม 1,605 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35%
• การขายสินค้าและวัตถุดิบ 84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12%
• การขายและการจัดงานนอกสถานที่ 50 ล้านบาท ลดลง 15%
• ค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ 18 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6%

โดยรายได้จากร้านขนมหวานและเครื่องดื่ม ในปี 2566 เพิ่มขึ้น 278 ล้านบาท หรือ +35% จากปี 2565 เนื่องจากการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) จำนวนกลุ่มลูกค้าต่างชาติที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยอยู่ที่ 14% โดยเพิ่มขึ้นจาก 12% ในปี 2565 เป็น 26% ในปี 2566

และการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมถึงจำนวนสาขาร้านอาฟเตอร์ ยู ที่เพิ่มขึ้น 10 สาขา โดยปี 2565 มีจำนวนสาขาทั้งสิ้น 51 สาขา ในขณะที่ปี 2566 มีจำนวน 61 สาขา

รายได้จากการขายสินค้าและวัตถุดิบ ในปี 2566 เพิ่มขึ้น 9 ล้านบาท หรือ +12 จากปี 2565 เนื่องจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการขายวัตถุดิบให้กับร้านแฟรนไชส์มิกก้า (Mikka Cafe)

รายได้จากการขายและการจัดงานนอกสถานที่ ในปี 2566 ลดลง 9 ล้านบาท หรือ -15% จากปี 2565 เนื่องจากได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากลูกค้าจากการเปิดบูทเพื่อทดลองตลาด บริษัทจึงเปลี่ยนมาเปิดเป็นสาขาถาวร

รายได้จากค่าธรรมนียมแฟรนไชส์ ในปี 2566 เพิ่มขึ้น 1 ล้านบาท หรือ +6 จากปี 2565 เนื่องจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากส่วนแบ่งค่าธรรมเนียมในส่วนของร้านแฟรนไชส์มิกก้า (Mikka Cafe)

สำหรับภาพกำไรสุทธิ ในปี 2566 พบว่า AU มีผลกำไรสุทธิ 178 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 51% YOY สอดคล้องกับรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นจาก SSSG และจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้น รวมถึงต้นทุนต่อหน่วยที่ลดลง เนื่องจากปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้น เป็นผลให้เกิดการประหยัดต่อขนาด (Economy of Scale) และการบริหารค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ

อัตรากำไรสุทธิ ในปี 2566 เท่ากับ 14.5% ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากอัตรากำไรสุทธิที่ 12.4% ในปี 2565 เนื่องจากรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับความสามารถของบริษัทในการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ล่าสุด คณะกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 23 ก.พ. 2567 อนุมัติให้นำเสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2567 ในวันที่ 25 เม.ย. 2567 พิจารณาอนุมัติจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานประจำปี 2566 ให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัทในอัตราหุ้นละ 0.21 บาท คิดเป็นเงินปันผลรวมทั้งสิ้น 171.28 ล้านบาท

ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการจ่ายเงินปันผลของบริษัทที่ไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิจากงบการเงินเฉพาะกิจการภายหลังหักเงินสำรองต่าง ๆ จากผลทำไรจากการดำเนินงานของบริษัท

ทั้งนี้ บริษัทได้กำหนดวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) ณ วันที่ 8 พ.ค. 2567 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 23 พ.ค. 2567