เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อิหร่านจัดพิธีศพ ‘คาเมเนอี’ นานหนึ่งสัปดาห์ คาดผู้ไว้อาลัยร่วม 20 ล้านคน
World อิหร่านจัดพิธีศพ ‘คาเมเนอี’ นานหนึ่งสัปดาห์ คาดผู้ไว้อาลัยร่วม 20 ล้านคน
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผ่านการคัดเลือก เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ กกท.เตรียมถวายรางวัลเกียรติยศ
ข่าวในพระราชสำนัก เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผ่านการคัดเลือก เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ กกท.เตรียมถวายรางวัลเกียรติยศ
ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
Politics ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
‘แอร์ไลน์’ ตะวันออกกลาง แห่เพิ่มไฟลต์ครึ่งปีหลัง
Business ‘แอร์ไลน์’ ตะวันออกกลาง แห่เพิ่มไฟลต์ครึ่งปีหลัง
ธุรกิจบูมมาสคอตมาร์เก็ตติ้ง ‘GMM-วันแบงค็อก’ ต่อยอดสปีดรายได้
Business ธุรกิจบูมมาสคอตมาร์เก็ตติ้ง ‘GMM-วันแบงค็อก’ ต่อยอดสปีดรายได้
‘แม่กุหลาบ’ ผู้สร้างตำนานโมจิ-ไดฟุกุ ของฝากนครสวรรค์ เสียชีวิต อายุ 86 ปี
Biz Movement ‘แม่กุหลาบ’ ผู้สร้างตำนานโมจิ-ไดฟุกุ ของฝากนครสวรรค์ เสียชีวิต อายุ 86 ปี
สคบ.ลุยตรวจร้านรับกดบัตรคอนเสิร์ต หลังร้องไม่คืนเงิน
Economic สคบ.ลุยตรวจร้านรับกดบัตรคอนเสิร์ต หลังร้องไม่คืนเงิน
มธ. ปั้น ‘แพทย์แผนจีนนานาชาติ’ ดัน ‘ไทย’ ลุยตลาดโลก ชิงเค้ก 5.5 แสนล้านดอลลาร์
Biz Movement มธ. ปั้น ‘แพทย์แผนจีนนานาชาติ’ ดัน ‘ไทย’ ลุยตลาดโลก ชิงเค้ก 5.5 แสนล้านดอลลาร์
ปุ๋ยจีน ‘ถูก’ จ่อบุกตลาดไทย เอเย่นต์ลดสต๊อก หวั่นขาดทุน
Economic ปุ๋ยจีน ‘ถูก’ จ่อบุกตลาดไทย เอเย่นต์ลดสต๊อก หวั่นขาดทุน
“พิพัฒน์” ลุยสตูล พลิกโฉม “ท่าเรือตันหยงโป” ประตูท่องเที่ยวทางทะเลแห่งใหม่
Real Estate “พิพัฒน์” ลุยสตูล พลิกโฉม “ท่าเรือตันหยงโป” ประตูท่องเที่ยวทางทะเลแห่งใหม่
ดูทั้งหมด

เปิดช่องพิเศษ “วัคซีนโควิด” ไฟเขียวเอกชนนำเข้า-คุมราคา

11 มี.ค. 2564 | 07:03น.

ถึงวันนี้ วัคซีนโควิด-19 ยังทยอยขอขึ้นทะเบียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ต่อเนื่อง ล่าสุดคือ Covaxin จากบริษัท บารัต ไบโอเทค เทคโนโลยี ประเทศอินเดีย โดยบริษัท ไบโอจีนีเทค จำกัด

ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของ อย. เช่นเดียวกับวัคซีนของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน โดยบริษัท แจนเซ่น-ซีแลก จำกัด

จากก่อนหน้านี้ที่วัคซีนของบริษัท ซิโนแวก ที่นำเข้าโดยองค์การเภสัชกรรม และวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าของบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด ที่ได้ยื่นขึ้นทะเบียนและได้รับอนุญาตแล้ว

อีกด้านหนึ่ง กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้กระจายฉีดวัคซีน 2 แสนโดสแรก และเริ่มฉีดไปยังกลุ่มเสี่ยงต่าง ๆ ตามจังหวัดเป้าหมาย ณ วันนี้ คาดว่าจะมีผู้ได้รับการฉีดวัคซีนไปแล้วมากกว่า 3 หมื่นกว่าคน และจะทยอยฉีดเพิ่มอย่างต่อเนื่อง

เปิดทางเอกชนนำเข้าวัคซีน

ล่าสุด หลังการประชุมเพื่อชี้แจงขั้นตอนการนำเข้า การขึ้นทะเบียน การกระจาย และการให้บริการวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ในสถานการณ์ฉุกเฉิน แก่สภาหอการค้าฯ สภาอุตสาหกรรมฯ และตัวแทนโรงพยาบาลเอกชน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ได้สั่งการให้ อย. ซึ่งมีหน้าที่ในการขึ้นทะเบียนออกใบอนุญาตที่เกี่ยวข้อง อำนวยความสะดวก เปิดช่องทางพิเศษในการขึ้นทะเบียนวัคซีนโควิด-19 สำหรับภาคเอกชน โดยต้องมายื่นเป็นผู้รับอนุญาตนำหรือสั่งยาเข้ามาในราชอาณาจักรก่อน และยื่นขอขึ้นทะเบียนวัคซีนโควิด-19

จากนั้น อย.จะพิจารณาจากเอกสาร ด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และประสิทธิผล เพื่อให้สามารถอนุมัติทะเบียนโดยเร็วที่สุด

ส่วนกรณีผู้ได้รับอนุญาตนำเข้ายาอยู่แล้ว เช่น โรงพยาบาลเอกชน หากประสงค์จะนำเข้าวัคซีนโควิด-19 ก็ต้องมาขอขึ้นทะเบียนวัคซีนอีกครั้ง

ความเคลื่อนไหวของ สธ.ครั้งนี้เป็นการย้ำเรื่องการอนุญาตให้เอกชนสามารถนำเข้าวัคซีนโควิด-19 ได้อีกครั้งหนึ่ง จากก่อนหน้านี้ที่ นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาแถลงเมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมาว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม อนุญาตให้โรงพยาบาลเอกชนสามารถนำเข้าวัคซีนโควิด-19 ได้ และต้องขึ้นทะเบียนกับ อย. และยังต้องอยู่ในการกำกับดูแลของรัฐบาล

เพื่อให้ประชาชนมั่นใจทั้งในด้านสุขภาพและความปลอดภัย รวมถึงผลข้างเคียง โดยเฉพาะด้านราคาไม่ให้เป็นการนำเข้าวัคซีนในเชิงพาณิชย์ จนเป็นปัญหาเรื่องการเข้าถึงวัคซีน

อย่างไรก็ตาม ส่วนขั้นตอนการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์วัคซีนโควิด-19 ในสถานการณ์ฉุกเฉิน กรณีนำเข้า ดำเนินการดังนี้ 1.ให้ยื่นคำขอใบอนุญาตสถานประกอบการด้านยา โดยต้องมีสำนักงาน มีสถานที่เก็บยา มีเภสัชกรประจำ

และ 2.ยื่นคำขอหนังสือรับรองมาตรฐานสถานที่ผลิตยา ซึ่งจะต้องผ่านการตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสารคำขอขึ้นทะเบียนวัคซีนโควิด-19 ผ่านการประเมินวิชาการ ด้านคุณภาพ ความปลอดภัย ประสิทธิผล และแผนการจัดการความเสี่ยงของวัคซีน ผ่านที่ประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาขึ้นทะเบียนวัคซีนโควิด-19 ทั้งนี้ ขั้นตอนตั้งแต่การประเมินวิชาการถึงการอนุมัติจะใช้เวลาประมาณ 30 วัน

ดีมานด์มาก-เอกชนพร้อมจ่าย

นายอนุทินยังระบุด้วยว่า นอกจากนี้จะมีวัคซีนซิโนแวก จำนวน 8 แสนโดส ที่จะเข้ามาเป็นลอตที่ 2 มาถึงไทยในวันที่ 25 มีนาคม และ นายหยาง ซิน อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย เสนอให้ประเทศไทยพิจารณาฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้แก่คนสัญชาติจีนที่อาศัยในประเทศไทยด้วย

ซึ่งประเทศไทยจะทำหนังสือแสดงความจำนงขอการสนับสนุนวัคซีนจากประเทศจีน ในฐานะมิตรประเทศต่อไป หากให้วัคซีนมา จีนอาจระบุเงื่อนไขว่าให้ดูแลคนจีนในประเทศไทยด้วย รวมถึงขอให้พิจารณาร่วมกับประเทศจีน จัดตั้งศูนย์การฉีดวัคซีนให้ชาวจีนโพ้นทะเลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย

นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน เปิดเผยว่า ขณะนี้มี รพ.เอกชนหลายแห่งมีความสนใจบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กับประชาชน โดยยื่นขอจัดตั้งเป็นบริษัทยากับ อย. เพื่อขอนำเข้ายาและชีววัตถุ พร้อมติดต่อบริษัทผลิตวัคซีนต่างประเทศหลายแห่ง เพื่อนำเอกสารมายื่นให้ อย.รับรอง แล้วส่งมอบให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ตรวจสอบรับรองรุ่นการผลิต คาดว่าขั้นตอนที่ได้รับอนุญาตจาก อย. เท่าที่คุยไม่เกิน 30 วันจะแล้วเสร็จ

ก่อนหน้านี้ นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี ระบุว่า วัคซีนเป็นความหวังในการฟื้นเศรษฐกิจไทย หลายประเทศที่ฉีดวัคซีนแล้วพบว่า ยอดผู้ติดเชื้อลดลงอย่างเห็นได้ชัด เช่น ในอิสราเอล และสหรัฐอเมริกา ส่วนของประเทศไทยที่เริ่มฉีดวัคซีนในปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ และจะฉีดมากขึ้นในช่วงกลางปีนี้

โดยประเมินว่าหากประเทศไทยตั้งเป้าฉีดวัคซีนได้ครึ่งประเทศ (ประมาณ 30 ล้านคน) จบภายในสิ้นปีนี้ จะเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่ฟื้นเศรษฐกิจได้

“ผมเชื่อว่าเรามีวัคซีนเพียงพอ แต่จะทำอย่างไรให้ฉีดได้เร็ว เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น ให้ภาคธุรกิจเดินหน้าลงทุนต่อได้ ผมเชื่อว่าหลายบริษัทที่มีกำลังยินดีจ่ายค่าวัคซีน เพราะเราก็มีแรงงานต้องดูแล โดยให้รัฐเป็นตัวกลางหาวัคซีน แล้วรัฐก็สามารถไปดูแลกลุ่มอื่น ๆ ได้ อย่างน้อยก็ช่วยทำให้ผู้คนเข้าถึงวัคซีนได้เร็วขึ้น”

เช่นเดียวกับความเห็นของผู้แทนสภาหอการค้าฯ และสภาอุตสาหกรรมฯที่ได้กล่าวยืนยันว่า พร้อมจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กับแรงงานภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้เศรษฐกิจประเทศเดินหน้าไปได้

เพิ่มวัคซีนอีก 15-20 ล้านโดส

นอกจากการอนุญาตให้เอกชนสามารถนำเข้าวัคซีนโควิด-19 ได้ ที่ผ่านมา สธ.ได้เร่งดำเนินการในการจะจัดหาวัคซีนเพิ่มมาเป็นระยะ ๆ โดยเมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา นพ.โสภณ เมฆธน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข และประธานคณะอนุกรรมการอำนวยการบริหารจัดการการให้วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ระบุว่า ประเทศไทยต้องมีการจัดหาวัคซีนเพิ่มเติมจากที่มีอยู่แล้ว 63 ล้านโดส โดยมีการคำนวณจากประชากรไทยกว่า 65 ล้านคน หักกลุ่มวัยรุ่นออก จะเหลือประชาชนที่เข้าข่ายได้รับวัคซีนประมาณ 50 ล้านคน บวกคนต่างด้าวอีกประมาณ 5 ล้าน จากนั้นคิดที่ 80% ของจำนวนคน 55 ล้านคน

จึงประมาณการว่ามีคนควรได้รับวัคซีนประมาณ 40 ล้าน คนละ 2 โดส จึงต้องใช้วัคซีน 80 ล้านโดส ดังนั้น เท่ากับว่าเราควรหาวัคซีนเพิ่มอีกประมาณ 15-20 ล้านโดส ซึ่งได้เสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติพิจารณาแล้ว

“ตอนนี้พื้นที่เสี่ยงและจังหวัดท่องเที่ยวมีความต้องการสูง ที่ปรึกษาจึงเห็นว่าควรหาวัคซีนเพิ่มเข้ามาให้เร็วที่สุดภายในปีนี้” นพ.โสภณระบุ

ถึงวันนี้แม้ว่าวัคซีนโควิด-19 ของประเทศจะมีปริมาณที่มากพอ แต่ก็ต้องท่องให้ขึ้นใจว่า “การ์ดอย่าตก” ต้องล้างมือ-ใส่หน้ากาก-เว้นระยะห่าง ไม่เช่นนั้น วัคซีนก็อาจจะช่วยได้ไม่มากนัก

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วัคซีนโควิด