“ศรีนานาพร” สร้างโรงงานผลิตสินค้าในอินโดนีเซียปลุกตลาดใหม่

ศรีนานาพร

“ศรีนานาพร” ทุ่ม 100 ล้าน ลงทุนสร้างโรงงานผลิตสินค้าในอินโดนีเซีย พร้อมตั้งบริษัทร่วมทุนผลิตอาหารนวัตกรรมในไทย คาดเปิดตัวสินค้าใหม่-มาร์จิ้นสูงปลายปีนี้ ตั้งเป้ายอดขายปี’65 แตะ 5,000 ล้านบาท ขณะที่ปี’64 ทำกำไร 437 ล้านเผยเวียดนามเป็นตลาดส่งออกหลัก

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2565 นายวิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) (SNNP) เปิดเผยว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในปี 2565 ทั้งรายได้และกำไรน่าจะเติบโต ต่อเนื่องจาก 2564 เนื่องจากผลการดำเนินงานของบริษัทลูกเริ่มออกดอกผล การจับจ่ายในประเทศเริ่มฟื้นตัว หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 เริ่มคลี่คลายในทิศทางที่ดีขึ้น ขณะที่ยอดขายในประเทศเวียดนามเติบโตจน กลายเป็นตลาดส่งออกหลัก

ทั้งนี้ ในปี 2565 บริษัทตั้งงบฯลงทุนไว้ที่ประมาณ 100 ล้านบาท โดยมีแผนที่จะลงทุนในการเข้าซื้อหรือจัดตั้งธุรกิจที่เกี่ยวกับธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อต่อยอดธุรกิจ ผลักดันผลการดำเนินงานเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

ขณะที่ภาพรวมผลการดำเนินงานของบริษัทในไตรมาส 4/64 ฟื้นตัว เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการบริโภคภายในประเทศที่เริ่มฟื้นตัว รวมไปถึงตลาดส่งออกในเวียดนามเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

หลังจากที่บริษัทได้เข้าไปทำการตลาดในช่วงที่ผ่านมา ผลักดันให้ภาพรวมผลการดำเนินงานตลอดทั้งปี 2564 มีรายได้จากการขาย 4,277.1 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 437.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 343.3 ล้านบาท หรือ 366.0% เทียบงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 93.8 ล้านบาท สร้างสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์

Advertisment

พร้อมกันนี้คณะกรรมการบริษัทยังมีมติอนุมัติจัดตั้งบริษัทร่วมลงทุน 2 บริษัท ในประเทศอินโดนีเซีย และในประเทศไทย โดยในส่วนของบริษัทร่วมทุนในอินโดนีเซีย เป็นการขยายการลงทุนรองรับความต้องการของผู้บริโภค สอดคล้องแผนบุกตลาดต่างประเทศของบริษัท นอกเหนือจากตลาดใน CLMV โดยมีแผนที่จะก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ เพื่อผลิตสินค้าป้อนตลาดในอินโดนีเซีย เบื้องต้นคาดว่าจะสามารถผลิตและจำหน่ายสินค้าได้ในช่วงปลายปี 2565 นี้

ส่วนบริษัทร่วมทุนที่จัดตั้งใหม่ในไทย เป็นการร่วมลงทุนทำธุรกิจอาหารนวัตกรรม ซึ่งเป็นสินค้า High Margin คาดว่าจะดำเนินการผลิตสินค้าป้อนตลาดได้ในช่วงปลายปี 2565 มั่นใจว่าทั้งสองบริษัทนี้ จะเป็นอีกกำลังสำคัญที่จะสนับสนุนธุรกิจของกลุ่มบริษัทให้เติบโตในปี 2566