Skip to content

BCH ตั้งเป้าโตทะลุ 100% พร้อมรับมือโควิดโรคประจำถิ่น

14 มี.ค. 2565 | 15:10น.
BCH ตั้งเป้าโตทะลุ 100% พร้อมรับมือโควิดโรคประจำถิ่น
สัมภาษณ์พิเศษ

เป็นกลุ่มโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่มีผลการดำเนินการเติบโต สำหรับกลุ่มโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ หรือบางกอก เชนฯ (BCH) โดยปี 2564 ที่ผ่านมามีรายได้รวมมากกว่า 21,529 ล้านบาท

เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 12,515 ล้านบาท โดยปีก่อน 138% และมีกำไรสุทธิถึงกว่า 6,846 ล้านบาท โดยปัจจัยสำคัญประการหนึ่งมาจากการร่วมกับภาครัฐในการให้บริการตรวจ คัดกรอง กักกัน รักษาผู้ป่วยโควิด-19 รวมทั้งการให้บริการฉีดวัคซีนทางเลือก

ล่าสุด “ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ นายแพทย์เฉลิม หาญพาณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH ถึงแนวทางการดำเนินงานจากนี้ไป ดังนี้

Q : ผลประกอบการปีที่ผ่านมาเติบโตค่อนข้างดีและสวนกระแสมาก ส่วนปีนี้คาดหวังหรือตั้งเป้าไว้มากน้อยแค่ไหน

ปีที่ผ่านมารายได้รวมหากแยกเป็น COVID และ non COVID จะมีสัดส่วน 60/40 แต่หลัก ๆ สำหรับปีนี้ตั้งเป้ารายได้ไว้ประมาณ 17,000 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้น 104% จากฐานรายได้ non COVID ปี 2563

โดยแนวทางการดำเนินงานของกลุ่มบางกอก เชนฯจากนี้ไปจะยังคงเน้นการให้บริการทางการแพทย์ภายใต้สถานการณ์ระบาดของโรคโควิด-19 ด้วยการร่วมกับภาครัฐในการให้บริการตรวจ คัดกรอง แยกกัก กักกัน ตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรค ควบคู่กับการให้บริการฉีดวัคซีนทางเลือกโมเดอร์นาเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่

ตอนนี้ในภาพรวมพบว่าคนไข้นอก (OPD) ฟื้นตัวกลับขึ้นมาประมาณ 80-85% แล้ว ส่วนคนไข้ใน (IPD) ก็กลับมาสัก 70-75% และคาดว่าจากนี้ไปผู้ป่วยจะเริ่มกลับเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทั้งผู้ป่วยเดิมโดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้บริการในศูนย์การแพทย์ทางเลือก อาทิ ศูนย์ผู้มีบุตรยาก ศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพ ศูนย์ความงาม ศูนย์ทันตกรรม และความต้องการเข้ารับการรักษาทางการแพทย์จากผู้ป่วยใหม่

อีกส่วนหนึ่งก็จะมี pent up demand หรือความต้องการที่จะเข้ามารักษาพยาบาล เข้ามาผ่าตัด รวมถึงคนไข้ที่ป่วยเป็นโรคเรื้อรังต่าง ๆ จากที่ก่อนหน้านี้มีการเลื่อนออกไปจากการระบาดของโควิด-19 อีกจำนวนหนึ่ง

อีกปัจจัยหนึ่งที่จะสนับสนุนก็คือ กลุ่มลูกค้าที่เป็นผู้ประกันตน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 20% จากรายได้รวมคาดว่าภายในมีนาคมหรือต้นเมษายนจะมีจำนวนผู้ประกันตนที่ลงทะเบียนกับกลุ่มบางกอก เชนฯทะลุมากถึง 1 ล้านคน

ประกอบกับปีนี้จะเป็นปีที่สำนักงานประกันสังคมจะมีการปรับอัตราค่าเหมาจ่ายต่อหัวของผู้ประกันตนใหม่ เนื่องจากใช้มาครบ3 ปีแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา หากมีประกาศออกมาก็จะมีผลย้อนหลังไปวันที่ 1 มกราคม 2565

นอกจากนี้ ยังคาดหวังว่าผลจากการที่กลุ่มได้ดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาซึ่งมีตัวเลขประมาณ 2 ล้านคน ทั้งคนไข้ทั่ว ๆ ไป คนไข้ที่ไม่เคยใช้บริการเครือข่ายของเรา คนไข้ที่เข้ามาตรวจ RT-PCR คนที่เข้ามารับการฉีดวัคซีน เข้ามาใช้บริการฮอลพิเทล ฯลฯ เขาจะกลับมาใช้บริการของเราอีกจำนวนหนึ่ง

Q : การประกาศให้โควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่นที่จะเกิดขึ้น เมื่อถึงวันนั้นจะส่งผลอย่างไรกับธุรกิจโรงพยาบาล

หลัก ๆ คงขึ้นอยู่กับว่าโรงพยาบาลแต่กลุ่มจะมีนโยบายกับเรื่องนี้อย่างไร และจะปรับตัวให้สอดรับกับสถานการณ์ได้รวดเร็วมากน้อยแค่ไหน

สำหรับกลุ่มบางกอก เชนฯเองเพื่อรองรับสถานการณ์ดังกล่าว ซึ่งการตรวจคัดกรอง การกักกันเพื่อดูแลรักษา การตรวจหาระดับภูมิคุ้มกัน และการฉีดวัคซีนอย่างต่อเนื่องจะเป็นมาตรการภาคบังคับที่ประชาชนทั่วไปต้องถือปฏิบัติในระยะยาว

เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้มีการเซตโปรแกรมบริการตรวจหาเชื้อโควิด-19 และบริการตรวจภูมิราคาประหยัด และหากพบว่าระดับภูมิต่ำและต้องการจะฉีดวัคซีนก็สามารถ walk in เข้ามาฉีดได้เลย ขณะเดียวกัน ก็ยังจะมีโปรแกรมการรักษาอาการ long COVID สำหรับผู้ที่เคยป่วยติดเชื้อด้วย

นอกจากนี้ ที่ผ่านมายังได้ร่วมมือกับบริษัทประกัน อาทิ วิริยะประกันภัย สำหรับกลุ่มลูกค้าเงินสด เพื่อเสริมกำลังซื้อลูกค้าเงินสด และประมาณเดือนเมษายนนี้จะมีบริการใหม่สำหรับกลุ่มคนไข้ประกันสังคม

ในลักษณะของการซื้อประกันเพื่ออัพเกรดการรักษา กรณีที่ต้องนอนโรงพยาบาล ทุกครั้งที่ต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลจะได้นอนห้องพิเศษโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม จากปกติที่ตามสิทธิจะได้นอนห้องรวม

อีกด้านหนึ่ง หลังการประกาศโควิดเป็นโรคประจำถิ่นแล้ว ก็จะเอื้อให้ชาวต่างประเทศเดินทางเข้ามาในประเทศสะดวกขึ้น ซึ่งคาดว่าน่าจะเริ่มเห็นภาพที่ชัดเจนในช่วงครึ่งปีหลังเป็นต้นไป

อย่างน้อยที่สุดก็จะส่งผลดีกับเวิลด์เมดิคอล (WMC) ที่เน้นจับกลุ่มลูกค้าชาวต่างประเทศ ซึ่งที่ผานมา WMC และหลาย ๆ สาขาก็ได้มีการเตรียมความพร้อมมาระดับหนึ่ง

เช่น เตรียมเปิดศูนย์รักษาแผลเบาหวานที่เกษมราษฎร์ รามคำแหง, การเปิดศูนย์เวลเนสเพิ่มให้ครบ จากที่ผ่านมาเปิดไป 5 แห่ง และแผนจะเปิดให้บริการสำหรับกลุ่มลูกค้าจากซาอุดีอาระเบียด้วย

Q : ปีนี้จะมีการลงทุนใหญ่ หรือมีโปรเจ็กต์ใหม่ ๆ หรือไม่

ปีนี้จะยังไม่มีการลงทุนอะไรใหญ่ ๆ นอกจากการลงทุนเปิดศูนย์บริการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ ซึ่งเป็นเซ็นเตอร์แล็บของกลุ่ม เมื่อวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมาที่เกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล รัตนาธิเบศร์

เพื่อเป็นการลดต้นทุนการส่งตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการภายนอก และต่อไปตั้งเป้าจะให้บริการแก่บุคคลหรือสถานพยาบาลอื่น ๆ เป็นการทั่วไป

หลังจากโควิด-19 คลี่คลาย คาดว่าในช่วงไตรมาส 2 จะมีการปัดฝุ่นโปรเจ็กต์โรงพยาบาลเฉพาะทางมะเร็ง หากตกผลึกก็จะประกาศไทม์เฟรม เบื้องต้นมีแผนจะใช้อาคารเดิมที่มีอยู่บริเวณถนนแจ้งวัฒนะ ข้าง ๆ กับ รพ.เวิลด์เมดิคอล

เบื้องต้นจะเปิดประมาณ 20 เตียงเพื่อให้บริการฉายแสง รังสีบำบัด ฯลฯรองรับกลุ่มคนไข้ประกันสังคมของกลุ่ม ซึ่งจะช่วยลดต้นทนุของกลุ่มในช่วงแรก และในอนาคตก็จะเปิดรับหรือให้บริการลูกค้าประกันสังคมของโรงพยาบาลอื่น ๆ ด้วย

ส่วน รพ.เกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เวียงจันทน์ ในนามบริษัท บางกอก เชน อินเตอร์เนชั่นแนล (ลาว) จำกัด ที่เปิดให้บริการตั้งแต่ 19 สิงหาคม 2564 ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี ส่วนใหญ่เป็นการให้บริการแก่คนไข้ท้องถิ่น และคนไข้ expat ชาวต่างชาติ และเป็นตลาดที่มี potentail มาก

จากนี้ไปเราจะมีการพัฒนาและยกระดับการบริการอย่างต่อเนื่อง โดยจะมีการเปิดศูนย์โรคหัวใจประมาณเดือนพฤษภาคม นอกจากนี้ ก็จะมีศูนย์ใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น เช่น ศูนย์ศัลยกรรมตกแต่งและความงาม เป็นต้น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ธุรกิจโรงพยาบาล