“เซ็น” ลดราคาบุฟเฟต์ รับมือเงินเฟ้อดึงลูกค้า หวังไตรมาส 3-4 รายได้ฟื้น

ZEN

โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย หนุนบรรยากาศศูนย์การค้าคึกคัก “เซ็น คอร์ปอเรชั่น” เปิดเกมรุกเข็น 3 แบรนด์เรือธง เซ็น-อากะ-ออน เดอะ เทเบิล ขยายสาขาบุกต่างจังหวัด พร้อมขยับราคาบุฟเฟต์เหลือ 599 บาท จาก 799 บาท ดึงลูกค้ากลุ่มแมสเข้าร้าน คาดไตรมาส 3-4 รายได้กลับมาฟื้นตัว

นายบุญยง ตันสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เจ้าของแบรนด์ อาทิ ร้านอาหารญี่ปุ่น เซ็น อากะ ร้านอาหารญี่ปุ่น ปิ้งย่าง, มุฉะ ข้าวหน้าล้น, ออน เดอะ เทเบิล อาหารสไตล์ฟิวชั่น, อาหารตามสั่ง เขียง ฯลฯ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หลังโควิด-19 เริ่มคลี่คลายทางการทยอยผ่อนปรนมาตรการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง

ส่งผลให้สถานการณ์ธุรกิจร้านอาหารเริ่มฟื้นตัว ทั้งร้านอาหารที่อยู่ในศูนย์การค้าและนอกศูนย์ โดยเฉพาะสาขาที่อยู่ในย่านสำนักงานเริ่มคึกคักมากขึ้นหลังจากบริษัทต่าง ๆ เริ่มทยอยเปิดให้พนักงานกลับมาทำงานออฟฟิศตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา ตลอดจนการเปิดเทอมได้มีส่วนทำให้บรรยากาศดีขึ้น

ปัจจุบันทราฟฟิกรวม ๆ อยู่ประมาณ 90% ขณะที่ธุรกิจดีลิเวอรี่ทุกค่ายเริ่มลดลงจากก่อนหน้านี้ช่วงการระบาดของโควิดธุรกิจเพิ่มน้ำหนักการขายดีลิเวอรี่

“ต้องยอมรับว่าดีลิเวอรี่ช่วยเรื่องสภาพคล่อง แต่ในแง่ของรายได้ค่อนข้างน้อยเพราะลักษณะการสั่งดีลิเวอรี่ผู้บริโภคไม่ได้สั่งชุดใหญ่ ส่วนใหญ่สั่งอาหารจานด่วนมาทาน ในช่วงครึ่งปีหลังหลาย ๆ แบรนด์เริ่มกลับมาโฟกัสในส่วนของหน้าร้าน เนื่องจากทำยอดขายต่อบิลได้สูง เห็นได้จากการรีโนเวตร้าน และการปั้นแบรนด์ใหม่ ๆ เข้ามาเปิดในศูนย์ ทุกค่ายเตรียมความพร้อมทั้งเรื่องของพนักงานและการบริการใหม่ ๆ เพื่อดึงลูกค้าเข้าร้าน”



นายบุญยงกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ธุรกิจร้านอาหารยังมีอุปสรรคเรื่องต้นทุนวัตถุดิบ ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น รวมถึงปัจจัยจากเงินเฟ้อ ช่วงแรก ๆ บริษัทปรับตัวยากเพราะร้านอาหารในเครือเซ็นต้องบริหารสต๊อกวัตถุดิบจำนวนมาก พยายามระมัดระวังเรื่องการปรับขึ้นราคา เพราะการผลักภาระไปหาผู้บริโภคมีผลในเชิงจิตวิทยา ซึ่งต้องบริการจัดการเรื่องวอลุ่มใช้วัตถุดิบที่มาจากแหล่งเดียวกัน

สำหรับแผนการดำเนินงานในครึ่งปีหลัง จากทราฟฟิกศูนย์การค้าเริ่มกลับมา บริษัทจึงมุ่งโฟกัส 3 แบรนด์หลัก ทั้งเซ็น, อากะ และออน เดอะ เทเบิล รวมถึงการผลักดันแบรนด์ญี่ปุ่นที่สามารถทำยอดขายได้สูงและมีมาร์จิ้นค่อนข้างดี เนื่องจากพอร์ตของเซ็นร้านอาหารญี่ปุ่นทำรายได้ประมาณ 70% และอีก 30% ที่เหลือเป็นแบรนด์ไทย แฟรนไชส์ และรีเทล

ส่วนโมเดลคลาวด์คิตเช่นไม่ได้เน้นมากนัก เพราะมีสัดส่วนแค่ 10% รวมไปถึงการหาโอกาสทางธุรกิจจากการควบกิจการ (M&A) มากขึ้น

ปีนี้นับเป็นปีที่อากะจะขยายสาขามากสุดในรอบ 14 ปี ตั้งแต่ต้นปีเปิดมาทั้งหมด 7 สาขา อาทิ จ.นครปฐม จ.จันทบุรี และ จ.ฉะเชิงเทรา เตรียมเปิดอีก 7 รวมทั้งหมด 14 สาขา โดยจะพยายามกระจายไปทุกจังหวัด จากเดิมที่เน้นขยายไปตามศูนย์การค้าขนาดใหญ่ โดยปีนี้จะโฟกัสไปที่ไฮเปอร์มาร์เก็ตในรูปแบบร้านไซซ์เล็ก

และเร็ว ๆ นี้เตรียมเปิดที่อุบลราชธานี พิษณุโลก และสุราษฎร์ธานี ทั้งนี้ ก็เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคในต่างจังหวัดที่มีประชากรจำนวนมาก ข้อดีของต่างจังหวัด คือ ทราฟฟิกวันธรรมดากับวันหยุดไม่ต่างกันมาก โดยเฉพาะสาขาที่เมืองท่องเที่ยวหัวหิน พัทยา วันหยุดสุดสัปดาห์ยอดขายสูงมาก ขณะที่กรุงเทพฯทราฟฟิกจะกระจุกอยู่แค่วันหยุดเสาร์-อาทิตย์เท่านั้น

และจากนี้จะไม่เน้นขยายสาขาในกรุงเทพฯ เนื่องจาก 1-2 ปีที่ผ่านมาร้านที่เปิดในกรุงเทพฯส่วนใหญ่จะกระจุกตัวในเมือง โลเกชั่นใกล้ ๆ กัน ทำให้ร้านเกิดการแข่งขันกันเอง

ขณะเดียวกัน เพื่อรองรับภาวะเงินเฟ้อ ผู้คนระมัดระวังในการจับจ่าย ร้านอาหารญี่ปุ่นเซ็นจึงเตรียมลอนช์โมเดลราคาบุฟเฟต์ 599 บาทในวันที่ 24 มิ.ย. 65 นี้ จากเดิมที่ขายราคาพรีเมี่ยมเริ่มต้น 799 บาท ซึ่งการขยับราคาถูกลงเป็นการขยายให้ลูกค้าระดับแมส ควบคู่กับการใช้สื่อออนไลน์เข้ามาช่วยดึงคนรุ่นใหม่


ทั้งนี้ แม้ช่วง 2 ปีที่ผ่านมาผลประกอบการบริษัทติดลบทั้งรายได้และกำไร แต่ปี 2565 ประเมินว่าคงไม่ติดลบแล้ว ไตรมาส 2 ยอดขายเริ่มกลับมา และไตรมาส 3-4 กำไรจะค่อนข้างโดดเด่นเนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจร้านอาหาร

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ