คอลัมน์ : Market Move
แม้ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ ภาพรวมของตลาดของเล่นยังมีดีมานด์สูง สะท้อนจากผลประกอบการไตรมาสแรกของ 2 ผู้ผลิตของเล่นรายใหญ่ระดับโลก ทั้งแมทเทล (Mattel) ผู้ผลิตตุ๊กตาบาร์บี้ และฮาสโบร (Hasbro) เจ้าของลิขสิทธิ์ทรานส์ฟอร์มเมอร์สที่ยังคงเติบโตสวนทางกับสภาพเศรษฐกิจโลก
แต่สำหรับในช่วงครึ่งปีหลังนี้ ผู้ค้าปลีกรายใหญ่ของสหรัฐไม่ว่าจะเป็นวอลมาร์ตและทาร์เก็ต ต่างแสดงความกังวลว่าปัญหาเงินเฟ้อจะลุกลามและเริ่มส่งผลมาถึงสินค้าของเล่นด้วย หลังผู้บริโภคอาจชะลอการจับจ่ายลงไปอีก
ทำให้ผู้ผลิตของเล่นทั้ง 2 รายต่างเร่งเดินหน้าธุรกิจเต็มที่ ทั้งปิดดีลกับพันธมิตรรายใหญ่ และประกาศเปิดตัวสินค้าใหม่เพื่อรับมือกับสถานการณ์เงินเฟ้อที่กำลังแพร่ระบาดไปทั่วโลก
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า แมทเทลปิดดีลกับสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) บริษัทผู้ให้บริการส่งดาวเทียมและพัฒนาอวกาศยาน ซึ่งก่อตั้งโดยมหาเศรษฐี “อีลอน มัสก์” เพื่อสร้างไลน์ของเล่นที่ได้แรงบันดาลใจจากธุรกิจสำรวจอวกาศของสเปซเอ็กซ์ ในขณะที่เดินหน้ากระบวนการผลิตภาพยนตร์จอเงินจากไลน์สินค้าตุ๊กตาบาร์บี้ เพื่อออกฉายปีหน้า
ส่วนฮาสโบรประกาศเดินหน้าเปิดตัวสินค้าใหม่ทั้งในแบรนด์ เนิร์ฟ (Nerf) เครื่องยิงลูกดอกโฟมและการ์ดเกมเมจิก : เดอะ แกเทอริ่ง (Magic : The Gathering) ที่ต่างได้รับความนิยมทั้งในกลุ่มเด็กไปจนถึงวัยรุ่น-วัยทำงาน
พร้อมเพิ่มปริมาณสินค้าสำรองในสต๊อกขึ้นไปมากกว่า 73% ด้วยการเร่งนำกระบวนการนำเข้าสินค้าจากฐานผลิตเพื่อป้องกันการขาดแคลน เช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นเมื่อช่วงเทศกาลช็อปปิ้งปลายปี 2564 ที่ผ่านมาจนต้องเสียโอกาสการขาย
“คริส ค็อก” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของฮาสโบรอธิบายว่า สาเหตุที่ดีมานด์ของเล่นยังคงแข็งแกร่งแม้ในช่วงเศรษฐกิจตกสะเก็ดนั้น เป็นเพราะบรรดาพ่อแม่ผู้ปกครองต้องการลงทุนกับลูก ๆ ของตน ซึ่งของเล่นและเกมนั้นนับว่ามีความคุ้มค่าสูงเมื่อเทียบกับความบันเทิงอื่น ๆ สะท้อนจากผลประกอบการไตรมาส 2 ที่มีกำไร 1.15 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะอยู่ที่ 94 เซนต์ต่อหุ้น
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าการสำรองสินค้าปริมาณมากนี้อาจเป็นดาบสองคม “สเตฟานี วิสซิง” นักวิเคราะห์ของบริษัทเจฟฟรีกล่าวว่า หากเงินเฟ้อเริ่มส่งผลกับฐานลูกค้าจนดีมานด์ลดลงแล้วอาจทำให้สินค้าที่สำรองไว้ขายไม่ออกและกระทบกับกำไร
นอกจากนี้ ยังมีแนวโน้มจะปรับขึ้นราคาสินค้าให้สะท้อนต้นทุน หลังช่วงที่ผ่านมาต้นทุนเพิ่มขึ้นมาเป็นสัดส่วน 31% ของรายได้ จากสัดส่วน 26% เมื่อปีที่แล้วอีกทั้งการแข็งค่าของเงินดอลลาร์จนเท่ากับยูโรยังทำให้รายได้จากตลาดยูโรติดลบ 8%
ด้านแมทเทลนั้นแม้จะไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดและมูลค่าของดีลกับสเปซเอ็กซ์ แต่ไลน์ของเล่นที่ร่วมมือกับบริษัทสำรวจอวกาศจะเปิดตัวภายในปี 2566
ทั้งนี้ แม้ที่ผ่านมาสเปซเอ็กซ์จะมีการผลิตสินค้าออกขายผ่านทางเว็บไซต์อยู่บ้าง แต่เป็นเพียงของที่ระลึก อย่างเสื้อยืด เสื้อแจ็กเกต หมวก กระเป๋า และอื่น ๆ แต่ความร่วมมือกับยักษ์ของเล่นในครั้งนี้จะทำให้มีไลน์สินค้าหลากหลายขึ้น เช่น ตุ๊กตา, ตุ๊กตายัดนุ่น, ชุดตัวต่อ และอื่น ๆ
การมีดีลเอ็กซ์คลูซีฟกับแบรนด์ที่ได้รับความสนใจจากคนรุ่นใหม่ และเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมพ็อปอย่างสเปซเอ็กซ์ จะช่วยให้แมทเทลสามารถเจาะเข้าสู่ตลาดนักสะสมของเล่นที่กำลังขยายตัวและเป็นเป้าหมายของผู้เล่นทุกรายรวมถึงคู่แข่งสำคัญอย่างฮาสโบรและฟันโกะ (Fungo)
ก่อนหน้านี้แมทเทลและอีลอน มัสก์ เคยมีความร่วมมือกันมาก่อนแล้วเมื่อปี 2563 ซึ่งแมทเทลผลิตรถบังคับวิทยุที่ดีไซน์ตามรถกระบะไซเบอร์ทรักของเทสลา นอกจากนี้ แมทเทลยังร่วมมือกับสถานีอวกาศนานาชาติส่งตุ๊กตาบาร์บี้ขึ้นไปที่สถานีอวกาศ เพื่อกระตุ้นให้เด็กผู้หญิงสนใจด้านอวกาศและสาขาอาชีพด้านวิศวกรรม
“นิก คาลามานอส” รองประธานอาวุโสของแมทเทลกล่าวว่า ปัจจุบันการสำรวจอวกาศก้าวหน้าในอัตราที่รวดเร็วอย่างไม่เคยมีมาก่อน การเป็นพันธมิตรและทำงานร่วมกับสเปซเอ็กซ์จะช่วยให้บริษัทมีไลน์สินค้าใหม่ ๆ มาปลุกความสนใจด้านอวกาศให้เด็ก ๆ
ขณะเดียวกัน แมทเทล ยังเปิดเผยว่า กระบวนการถ่ายทำภาพยนตร์บาร์บี้ที่นำแสดงโดยไรอัน กอสลิง และมาร์โกต์ ร็อบบี้ เสร็จสิ้นแล้วและมีกำหนดออกฉายในช่วงเดือนกรกฎาคมปี 2566 ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์การทรานส์ฟอร์มตัวเองของแมทเทลจากผู้ผลิตของเล่น ไปเป็นการต่อยอดทรัพย์สินทางปัญญาของแบรนด์และแคแร็กเตอร์ต่าง ๆ ที่ครอบครองอยู่เพื่อสร้างโอกาสใหม่ ๆ ทางธุรกิจ
จากนี้เหลือเพียงจับตาดูสถานการณ์ในช่วง 5 เดือนที่เหลือของปี 2565 นี้ว่าภาวะเงินเฟ้อจะกระทบตลาดของเล่นมากน้อยเพียงใด และแผนรับมือของ 2 ยักษ์วงการจะได้ผลหรือไม่