รอยเตอร์สรายงาน RD เตรียมขายสิทธิ KFC ในไทย คาด 2 รายใหญ่เข้าซื้อ

รอยเตอร์รายงาน RD เตรียมขายกิจการ KFC ในไทย คาด 2 รายใหญ่เข้าซื้อ

สื่อดัง “รอยเตอร์ส” ตีข่าว RD เตรียมขายสิทธิแฟรนไชส์ KFC ในประเทศไทย พร้อมเปิดชื่อ 2 รายใหญ่ที่อาจเข้าซื้อ อ้างข้อมูลจากแหล่งข่าว 3 ราย

วันที่ 26 กรกฎาคม 2565 รอยเตอร์สรายงานว่า บริษัท เรสเทอรองตส์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (RD) กำลังพิจารณาขายธุรกิจแฟรนไชส์เคเอฟซี (KFC) ในประเทศไทย ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 11,000 ล้านบาท ขณะที่รายได้กำลังฟื้นตัวพร้อมกับเศรษฐกิจของประเทศที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

รอยเตอร์สรายงานข่าวนี้โดยอ้างแหล่งข่าว 3 รายที่ระบุว่า RD ซึ่งเป็นบริษัทที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร และได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มบริษัทที่นำโดย AIGF Advisors Pte Ltd กำลังหารือกับบริษัทที่ปรึกษาอย่างน้อย 1 แห่ง เกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการขายเคเอฟซี

ก่อนหน้านี้ก็มีกระแสข่าวว่า RD กำลังพิจารณาการขายธุรกิจเคเอฟซีของตัวเองเมื่อปี 2563 แต่กระบวนการดังกล่าวต้องหยุดชะงัก เนื่องจากผลกระทบจากการระบาดใหญ่ของโควิด

RD และ AIGF ยังไม่แสดงความเห็นใดในประเด็นนี้

ทั้งนี้ การฟื้นตัวในแง่รายได้ของเคเอฟซี มาพร้อมกับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคชาวไทยที่ปรับตัวสูงขึ้นในเดือนมิถุนายน เป็นครั้งแรกในรอบ 6 เดือน โดยได้แรงหนุนจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ภายหลังการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19

ตามข้อมูลจากเว็บไซต์บริษัท RD บันทึกยอดขายรายไตรมาสสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมาในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2565 และยังเป็นอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมประจำปีที่สูงที่สุดอีกด้วย

แหล่งข่าวรายเผยอีกว่า ธุรกิจเคเอฟซีของ RD คาดว่าจะเติบโตต่อไปในอีกหลายไตรมาสข้างหน้า เนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และการผ่อนคลายข้อจำกัดด้านการเดินทาง

แหล่งข่าวสองรายให้ข้อมูลตรงกันว่า ผู้ที่มีแนวจะได้ครอบครองเคเอฟซีของ RD อาจรวมถึง “เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป” (CRG) และ “เดอะ คิวเอสอาร์ ออฟ เอเชีย จำกัด” ซึ่งเป็นบริษัทในเครือไทยเบฟเวอเรจ

Advertisement

ทั้งสองบริษัทดังกล่าวเป็นผู้ดำเนินกิจการแฟรนไชส์เคเอฟซีในประเทศไทยอยู่แล้ว

ไทยเบฟเวอเรจปฏิเสธที่จะแสดงความเห็น ส่วน CRG ก็ยังไม่ตอบกลับคำถามจากรอยเตอร์ส

RD ก่อตั้งขึ้นในปี 2559 ปัจจุบันมีพนักงานมากกว่า 5,000 คน และดำเนินกิจการร้านเคเอฟซีทั่วประเทศไทยมากกว่า 240 สาขา จากเมื่อ 2 ปีก่อน มีพนักงาน 4,000 คน และบริหารจัดการร้าน 236 สาขา

เช่นเดียวกับตลาดอื่น ๆ การควบรวมและเข้าซื้อกิจการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก โดยได้รับผลกระทบจากอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น อัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น และตลาดทุนที่อ่อนแอ

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ธนาคารกลางแห่งประเทศไทยระบุว่า ทางธนาคารกลางจะรับประกันว่าการฟื้นตัวจะไม่ถูกขัดจังหวะด้วยความพยายามในการจัดการกับภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ท่ามกลางความคาดหวังว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย