Market-think: ฮาตาริ-ลูกเหรียง

ลูกเหรียง
ภาพจากเฟซบุ๊ก กลุ่มลูกเหรียง
คอลัมน์ : Market-think
ผู้เขียน : สรกล อดุลยานนท์

“ฮาตาริ” เป็นข่าวใหญ่มากเมื่อวันก่อน

ไม่ใช่ข่าวเรื่องการขยายธุรกิจพัดลม

แต่เป็นเรื่อง “จุน วนวิทย์” เจ้าของและผู้ก่อตั้งบริษัทฮาตาริ อิเลคทริค จำกัด อายุ 86 ปี บริจาคเงินจำนวน 900 ล้านบาทให้กับมูลนิธิรามาธิบดี

แบ่งเป็นโครงการโรงเรียนพยาบาลรามาธิบดี 160 ล้านบาท โครงการรามาธิบดีศรีอยุธยา 300 ล้านบาท โครงการนวัตกรรมโยธี 440 ล้านบาท

การทำบุญใหญ่ครั้งนี้กลายเป็น “ข่าวใหญ่”

ส่วนหนึ่ง มาจากจำนวนเงิน 900 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงมาก

ไม่เคยเห็นใครบริจาคเงินจำนวนมากเท่านี้มาก่อน

ส่วนหนึ่ง มาจากชื่อคนที่บริจาคเงิน

คนส่วนใหญ่รู้จักพัดลม “ฮาตาริ”

แต่ไม่รู้จัก “จุน” ที่เป็นเจ้าของ

เขาเก็บตัวเงียบ ไม่เคยเป็นข่าว ใช้ชีวิตอย่างสมถะ

ใครจะไปนึกว่าเขาจะบริจาคเงินมากมายขนาดนี้ให้กับมูลนิธิรามาธิบดี

เราเคยได้ยินข่าวนักธุรกิจใหญ่ของต่างประเทศอย่าง “บิล เกตส์” หรือ “วอร์เรน บัฟเฟตต์” ที่บริจาคเงินจำนวนมหาศาลให้กับมูลนิธิ

ในเมืองไทย คุณธนินท์ เจียรวนนท์ คุณเจริญ สิริวัฒนภักดี ก็บริจาคเงินทำการกุศลเป็นประจำ

หลัก 100 ล้าน เราได้ยินอยู่เรื่อยๆ

อย่างคุณธนินท์ ตอนช่วยโควิดก็บริจาคข้าวกล่องเกือบ 100 ล้านบาท

แต่อาจเป็นเพราะธุรกิจของเขาใหญ่โตมาก จำนวนเงินบริจาคจึงไม่ทำให้คนรู้สึกว่ายิ่งใหญ่มาก

ไม่เหมือนคุณจุน ที่คนไม่รู้จัก

“ฮาตาริ” คนก็รู้สึกว่าเป็นแบรนด์คนไทยที่ไม่ได้ใหญ่โตมาก

ใครจะไปนึกว่าจะบริจาคเงินทำการกุศลถึง 900 ล้านบาท

วันที่ข่าวนี้แพร่สะพัด ในฟีดข่าวของหลายคนจึงมีเพื่อน ๆ โพสต์รูปพัดลม “ฮาตาริ” ในบ้าน

เหมือนแสดงตัวว่าเขาก็ร่วมทำบุญเหมือนกัน

และชื่นชมคุณจุน และ “ฮาตาริ” ไปในตัว

แม้คุณจุนจะไม่ตั้งใจประชาสัมพันธ์สินค้า แต่ผมเชื่อว่าตอนนี้ถ้าใครซื้อพัดลม



“ฮาตาริ” จะเป็นแบรนด์ที่อยู่ลำดับต้น ๆ ในใจคน

ซื้อแล้วรู้สึกเป็นคนดี

กลายเป็นเทวดา และนางฟ้า ถือพัดลมขึ้นมาทันที

พอเขียนเรื่องทำบุญ ผมก็นึกถึงวันที่น้อง ๆ หลักสูตร ABC 1 มีการรียูเนียนครบรอบ 9 ปีกัน

เขาฉายคลิปกลุ่มลูกเหรียงด้วย

“ลูกเหรียง” เป็นกลุ่มที่ “ชมพู่” ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือเด็กที่สูญเสียพ่อแม่จากเหตุการณ์ความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนใต้

ผมเคยเชิญ “ชมพู่” มาพูดในหลักสูตร ABC รุ่น 1

วันนั้น เธอเล่าเรื่องเด็ก ๆ ที่สูญเสียพ่อแม่ และกิจกรรมที่กลุ่มลูกเหรียงช่วยบรรเทาและรักษาจิตใจของเด็ก

กลุ่มลูกเหรียงพยายามหาเงินส่งให้เด็กได้เรียนจนจบปริญญาตรี

“โน้ต” อุดม แต้พานิช อยู่ในห้องนั้นด้วย

เขาประทับใจกับเรื่องราวของ “ลูกเหรียง”

“โน้ต” ลงไปนอนที่บ้านลูกเหรียงเป็นสัปดาห์ และซื้อบ้านใหม่ให้กับลูกเหรียง

ส่วนนักเรียน ABC1 ก็ร่วมกันพาเด็ก ๆ ไปเที่ยวเชียงใหม่

และช่วยอุปถัมภ์เด็ก ๆ ให้ได้เรียนต่อจำนวนมาก

“ชมพู่” ไม่ได้นั่งรอเงินบริจาคอย่างเดียว

กลุ่มลูกเหรียงทำอาหารอร่อยมาก เขาทำอาหารให้กับคนที่มาประชุมหรือสัมมนาที่ภาคใต้

ทำลูกหยี-ข้าวเกรียบปลา ขาย

ผมชิมแล้ว อร่อยมากครับ

เธออยากให้กลุ่มลูกเหรียงยืนอยู่ได้ด้วยตัวเอง

แต่วันนี้เงินที่ได้มายังไม่เพียงพอที่จะส่งเด็ก ๆ ให้เรียนต่อได้

ผมเพิ่งรู้ว่าช่วงโควิดทำให้เงินบริจาคส่งเด็กเรียนหายไปเยอะมาก

ปีนี้ยังขาดเงินอยู่ประมาณ 3 แสนกว่าบาท

ขออนุญาตใช้คอลัมน์นี้บอกบุญกับผู้อ่านทุกท่าน

ถ้าอยากให้เด็ก ๆ ลูกเหรียงได้เรียนต่อ สามารถบริจาคได้ที่

1. บริจาค ผ่าน เทใจ.com (และ ขอใบลดหย่อนภาษีได้)

https://taejai.com/th/d/lifehero_lookrheang/#donate

2. โอนเข้าบัญชี ลูกเหรียง

ชื่อบัญชี : สมาคมเด็กและเยาวชนเพื่อสันติภาพชายแดนใต้เพื่อทุนการศึกษา ธนาคารกรุงไทย

เลขบัญชี : 9320748608

ทำบุญทำเท่าไรก็ได้ครับ

ขอเพียงแค่ใจพร้อม

ผมก็เป็นพ่อบุญธรรมของเด็กลูกเหรียง 3 คน

2 คนจบปริญญาตรีแล้ว

อีกคนหนึ่งยังเรียนอยู่

ทุกครั้งที่ได้อ่านจดหมายของลูกๆ

อ่านแล้วมีความสุขมาก


ผมอยากให้ทุกคนมีความสุขแบบผมมากเลยครับ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ