เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ค่าเงินบาทวันนี้ (7 ก.ค. 69) เปิดตลาด 33.32 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (7 ก.ค. 69) เปิดตลาด 33.32 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
จับตา ครม. ไฟเขียวดีลการเกษตรไทย-มาเลเซีย คลายเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
Politics จับตา ครม. ไฟเขียวดีลการเกษตรไทย-มาเลเซีย คลายเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
ผลตรวจน้องใหม่ มมส พบติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ 33% มหาสารคามเร่งคุมร้านส้มตำ
News ผลตรวจน้องใหม่ มมส พบติดเชื้อพยาธิใบไม้ตับ 33% มหาสารคามเร่งคุมร้านส้มตำ
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (7 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 0.71% อยู่ที่ 64,030 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (7 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 0.71% อยู่ที่ 64,030 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (7 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (7 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
พยากรณ์อากาศ (7 ก.ค.) เตือนเหนือ อีสาน ตะวันออก ฝนตกหนักบางแห่ง
News พยากรณ์อากาศ (7 ก.ค.) เตือนเหนือ อีสาน ตะวันออก ฝนตกหนักบางแห่ง
ตกขบวน AI แต่ไม่ร่วงตามขบวน
Finance ตกขบวน AI แต่ไม่ร่วงตามขบวน
ยศชนัน กางพิมพ์เขียว “เศรษฐกิจอวกาศ”ดันโมเดล PPP ท่าอวกาศยานไทย
Politics ยศชนัน กางพิมพ์เขียว “เศรษฐกิจอวกาศ”ดันโมเดล PPP ท่าอวกาศยานไทย
SONY กับอนาคตของ Blu- Ray
Tech SONY กับอนาคตของ Blu- Ray
อย.เตรียมปลดล็อก ‘ยาสีฟันฟลูออไรด์ 5,000 ppm’ ใช้ภายใต้คำแนะนำทันตแพทย์
News อย.เตรียมปลดล็อก ‘ยาสีฟันฟลูออไรด์ 5,000 ppm’ ใช้ภายใต้คำแนะนำทันตแพทย์
ดูทั้งหมด

เหตุใด “Monterey Park” ผ่านกฎแบนถาวร “ดาต้าเซ็นเตอร์” เมืองต้นแบบแห่งแรกในสหรัฐ ทำได้อย่างไร

06 ก.ค. 2569 | 17:39น.


ในขณะนี้ ประเทศไทยมีอุตสาหกรรมดาต้า เซนเตอร์สนใจเข้ามาลงทุนอย่างมาก ตัวเลขการยื่นส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในปี 2025 มีถึง 36 โครงการ มูลค่าการลงทุนกว่า 728,000 ล้านบาท อีกทั้งต้นปี 2026 นี้ ขออนุมัติเพิ่มอีก 7 โครงการมูลค่า 96,000 ล้านบาท จึงจำเป็นต้องทำความเข้าใจความเคลื่อนไหวในต่างประเทศอย่างถ่องแท้ จึงยกตัวอย่างกรณี มอนเทอเรย์ พาร์ก (Monterey Park) ในรัฐแคลิฟอร์เนียที่กำลังเป็นผู้นำในการต่อต้านการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐาน AI ในอเมริกา คำถามสำคัญคือเมืองที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวเอเชียสั่งแบนศูนย์ข้อมูล (Data Center) เป็นการถาวรแห่งแรกของสหรัฐได้อย่างไร

ย้อนไปในช่วงต้นเดือนธันวาคมเมื่อปี 2021 รัฐบาลท้องถิ่นกำลังจ่อที่จะอนุมัติการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล โดย HMC StratCap บริษัทลงทุนสัญชาติออสเตรเลีย ขนาดเกือบ 23,000 ตารางเมตรในเมืองแห่งนี้ เข้ามาซื้ออาคารสำนักงานร้างในราคา 39 ล้านดอลลาร์ (ราว 1,300 ล้านบาท) เมื่อปี 2024

ในขณะที่หลายเมืองและเขตได้ออกคำสั่งระงับชั่วคราวหรือไม่มีกำหนดการสร้างผ่านทางรัฐบาลท้องถิ่นแล้ว มอนเทอเรย์พาร์คเป็นเมืองแรกที่ห้ามตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ผ่านการลงประชามติ เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน เมืองมอนเทอเรย์พาร์ค ซึ่งมีประชากรน้อยกว่า 65,000 คน โดยเป็นชาวเอเชีย 65.6% โดดเด่นด้วยผู้อพยพเชื้อสายจีนหลายรุ่น กลายเป็นเมืองแรกในสหรัฐที่ออกกฎห้ามตั้งศูนย์ข้อมูลอย่างถาวร การลงประชามติเพื่อห้ามการตั้งศูนย์ข้อมูลด้วยคะแนนเสียงเห็นชอบถล่มทลายเกือบ 90%

ผู้อยู่อาศัยส่วนใหญ่รู้เรื่องการสร้างศูนย์ข้อมูลในพื้นที่ของตน ไม่ใช่จากผู้พัฒนาโครงการหรือศาลากลาง แต่จากสื่อสังคมออนไลน์ ในเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นเดือนสุดท้ายของปี 2025 มีทั้งการเคาะประตูบ้าน แจกใบปลิว และรณรงค์อย่างคึกคัก จนภายในเดือนมกราคม มีคนกว่า 300 คนไปรวมตัวกันในห้องประชุมสภาเมืองเพื่อคัดค้านโครงการนี้ จนกลบเสียงสนับสนุนเพียงไม่กี่เสียง และบังคับให้สภาต้องสั่งระงับการพัฒนาศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ชั่วคราว

ฮรัก บาเลียนเป็นสมาชิกของกลุ่มชุมชนประมาณ 40 คนชื่อ “SGV Progressive Action” กล่าวถึงจุดเริ่มต้นว่า เพื่อนบ้านคนหนึ่งที่เข้าร่วมการประชุมสภาเมืองในช่วงต้นเดือนธันวาคมด้วยเหตุผลอื่น สังเกตเห็นเรื่องศูนย์ข้อมูลในวาระการประชุมและส่งข้อความไปยังกลุ่มผ่าน Signal ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นส่งข้อความ

“เราทราบว่าการใช้พลังงาน (ของโครงการศูนย์ข้อมูลนั้น) จะทำให้ความต้องการพลังงานของเมืองเพิ่มขึ้นเป็นสามเท่า” บาเลียนกล่าว กลุ่มได้โพสต์เรื่องนี้ลงในอินสตาแกรมและไม่กี่วันต่อมา นายกเทศมนตรีเมืองได้รับจดหมายแสดงความคิดเห็นจากประชาชนจำนวนมากที่แสดงความกังวล

ขอบคุณภาพจาก The Guardian (Photograph: Steven Kung)

การคัดค้านแผนสร้างศูนย์ข้อมูลดังกล่าว ในตอนแรกยังไม่ได้มีเสียงต่อต้านล้นหลามนัก

เอลิซาเบธ หยาง นายกเทศมนตรีเมืองมอนเทอเรย์ พาร์กระบุว่า ในช่วงแรกมีสัดส่วนผู้สนับสนุนโครงการประมาณ 40% และผู้ต่อต้านประมาณ 60% โดยกลุ่มผู้อยู่อาศัยที่ทำงานในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีส่วนใหญ่จะเป็นฝ่ายที่ให้การสนับสนุน

ชาวเมืองมอนเทอเรย์ พาร์กกังวลเรื่องหลักๆรวมถึงมลภาวะทางเสียง การปล่อยคาร์บอน การใช้น้ำมหาศาล ค่าไฟที่แพงขึ้น และผลกระทบต่อราคาอสังหาริมทรัพย์ในละแวกใกล้เคียง ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วในหลายชุมชนทั่วสหรัฐที่ตั้งอยู่ใกล้ศูนย์ข้อมูล

ผลกระทบด้านค่าไฟฟ้ามาจากรายงานจากโกลแมน แซกส์ (Goldman Sachs) ธนาคารและสถาบันการลงทุนระดับโลกสัญชาติอเมริกันระบุว่า ความต้องการพลังงานของศูนย์ข้อมูลที่พุ่งสูงจนกระทบต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้า ผลักดันให้ค่าไฟของผู้บริโภคในสหรัฐสูงขึ้นถึง 6.9% ในเดือนธันวาคม 2025 เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปี 2024 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีก 6% ในช่วงปี 2026-2027 ซึ่งจะกลายเป็นปัจจัยเร่งเงินเฟ้อภาพรวม

ความกังวลเรื่องราคาบ้าน ซึ่งเอ็มมา ชาวอเมริกันเชื้อสายจีนในพื้นที่เปิดเผยว่าเพิ่งใช้เงินออมทั้งหมดซื้อบ้าน จึงกลัวว่าการสร้างศูนย์ข้อมูลจะทำให้มูลค่าบ้านลดลงอย่างรวดเร็ว แต่ข้อเท็จจริงขัดแย้งกับความกลัว เนื่องจากแม้เจ้าของบ้านจะกังวล แต่ไม่มีหลักฐานสนับสนุนในเรื่องนี้ โดยผลการศึกษาเมื่อเดือนสิงหาคม 2025 จากมหาวิทยาลัยจอร์จ เมสัน (George Mason) ซึ่งวิเคราะห์พื้นที่ศูนย์ข้อมูลที่ใหญ่ที่สุดในเวอร์จิเนียตอนเหนือ พบว่า บ้านที่อยู่ใกล้ศูนย์ข้อมูลกลับมีราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น ไม่ใช่น้อยลง และไม่พบหลักฐานทางสถิติใด ๆ ที่ชี้ว่าการอยู่ใกล้ศูนย์ข้อมูลจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อมูลค่าบ้าน

ขณะเดียวกัน ทีมกฎหมายของดีเวลลอปเปอร์ส่งจดหมายเตือนตลอดกระบวนการว่าพวกเขาจะฟ้องร้องหากรัฐบาลเมืองและผู้อยู่อาศัยยังคงดำเนินการเป็นปรปักษ์ต่อโครงการศูนย์ข้อมูล ต่อมา HMC StratCap ได้ถอนใบสร้างศูนย์ข้อมูลและวางแผนที่จะขายที่ดินในช่วงครึ่งหลังของปี 2026

“บริษัทศูนย์ข้อมูลได้ถอนใบสมัครไปแล้ว” หยางกล่าว พร้อมเสริมว่าเมืองนี้ไม่มีใบสมัครขออนุญาตพัฒนาศูนย์ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการพิจารณาอีกต่อไป

สำหรับมุมมองจากคนในวงการเทคโนโลยีอย่างบาเลียน ดอกเตอร์จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ซึ่งปัจจุบันทำงานด้านวิทยาศาสตร์ข้อมูลในบริษัทเทคโนโลยี ระบุว่าแม้เขาจะเห็นประโยชน์ของ AI และสนับสนุนเทคโนโลยีที่ยั่งยืน แต่กระแสการเร่งผลักดัน AI ในปัจจุบันขับเคลื่อนด้วยกำไรมากกว่า และผลประโยชน์เหล่านั้นไม่สามารถนำมาอ้างเพื่อสร้างความเดือดร้อนให้แก่ชุมชนได้

เมื่อถูกถามว่าหากในอนาคตเทคโนโลยีปลอดภัยพอจะสร้างศูนย์ข้อมูลใกล้ชุมชนได้จะทำอย่างไร บาเลียนชี้ว่าแม้กฎหมายนี้จะระบุว่า แบนถาวร แต่สภาเมืองก็สามารถนำเรื่องนี้กลับมาพิจารณาใหม่ได้เสมอผ่านการลงคะแนนเสียงประชามติ เพราะต้องเป็นการตัดสินใจของทุกคน

กระแสต่อต้านสวนทางกับนโยบายรัฐและบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ กล่าวคือมอนเทอเรย์ พาร์ก เป็นเมืองแรกในสหรัฐที่ผ่านกฎหมายแบนศูนย์ข้อมูลถาวรผ่านการลงประชามติ ซึ่งการประท้วงของชุมชนเช่นนี้กำลังขยายตัวทั่วประเทศ สวนทางกับบริษัทรายใหญ่และรัฐบาลกลางที่กำลังผลักดันโครงสร้างพื้นฐาน AI อย่างเร่งรีบและก้าวร้าว

ข้อมูลจากสถาบันคลังสมอง (International Data Center Authority : IDCA) ระบุว่า สหรัฐมีศูนย์ข้อมูลมากที่สุดในโลก โดยกินพลังงานไฟฟ้าถึง 43% ของความต้องการศูนย์ข้อมูลทั่วโลก และปัจจุบันใช้ไฟคิดเป็น 6% ของโครงข่ายไฟฟ้าทั้งประเทศ

บริษัทรายใหญ่ Amazon, Alphabet, Meta, Microsoft คาดว่าจะทุ่มเงินรวมกันกว่า 7 แสนล้านดอลลาร์ ในการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI ปีนี้

รัฐบาลสหรัฐขภายใต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ลงนามในคำสั่งบริหารเพื่อลดขั้นตอนการตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับโครงการ AI โดยประกาศให้การสร้างศูนย์ข้อมูลเป็นวาระเร่งด่วนด้านความมั่นคงแห่งชาติ พร้อมท้าทายกฎระเบียบระดับรัฐที่อาจเข้ามาขัดขวาง

รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นที่ตั้งของซิลิคอนวัลเลย์ มีศูนย์ข้อมูลที่เปิดใช้งานอยู่มากกว่า 270 แห่ง ซึ่งมากที่สุดเป็นอันดับ 3 ของสหรัฐ

กาวิน นิวซัม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย ในปี 2025 ใช้อำนาจวีโต้ หรือปัดตกร่างกฎหมายที่จะบังคับให้ศูนย์ข้อมูลต้องรายงานปริมาณการใช้น้ำ แต่เขาได้ลงนามในกฎหมายอีกฉบับเพื่อสั่งให้คณะกรรมการกิจการสาธารณูปโภคของรัฐศึกษาผลกระทบด้านค่าไฟฟ้าแทน โดยมีกำหนดส่งผลการศึกษาในวันที่ 1 มกราคม 2027

เหตุผลของนิวซัมระบุว่าเขายังไม่ต้องการออกมาตรการบังคับที่เข้มงวดกับเซกเตอร์นี้ หากยังไม่เข้าใจผลกระทบอย่างรอบด้านที่มีต่อธุรกิจและผู้บริโภค พร้อมเสริมว่าแคลิฟอร์เนียมีความพร้อมอย่างยิ่งในการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดนี้

นายกเทศมนตรีหยางชี้ถึงช่องโหว่ทางกฎหมายระดับรัฐว่า ปัจจุบันสหรัฐขาดแคลนกฎหมายควบคุมระดับรัฐอย่างมาก ทำให้ภาคประชาชนต้องออกมาต่อสู้กันเองเป็นรายเมืองไป หากมีแนวทางที่ชัดเจนจากส่วนกลาง ชุมชนต่าง ๆ ก็แค่ปฏิบัติตามโดยไม่ต้องมาเหนื่อยผลักดันกฎหมายเองทีละเมืองแบบนี้

เมื่อภาครัฐและส่วนกลางกำกับดูแลล่าช้า กลุ่มเคลื่อนไหวภาคประชาชนจึงเริ่มจับมือกันเอง โดยวันรุ่งขึ้นหลังจากเมืองมอนเทอเรย์ พาร์ก ผ่านมติแบนศูนย์ข้อมูลดังกล่าว กลุ่มของบาเลียนได้ต่อสายตรงพูดคุยกับผู้จัดตั้งกลุ่มประท้วงในรัฐมอนทานา เพื่อแบ่งปันบทเรียนและวิธีต่อสู้กับโครงการสร้างศูนย์ข้อมูลในพื้นที่ดังกล่าว

บาเลียนกล่าวบทสรุปทิ้งท้ายว่า ความเป็นประชาธิปไตยที่ประชาชนโหยหาและต้องการแสดงออกนั้น กำลังเกิดขึ้นจริงในระดับท้องถิ่น และอำนาจของชุมชนท้องถิ่นคือพลังที่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้

นอกจากนี้ หลายแห่งในสหรัฐ รวมถึงในพอร์ตวอชิงตัน รัฐวิสคอนซิน ผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้อนุมัติมาตรการที่กำหนดให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นต้องได้รับอนุมัติจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งก่อนที่จะเสนอสิ่งจูงใจทางภาษีแก่ผู้พัฒนาศูนย์ข้อมูล ในเดือนสิงหาคม ชาวเมืองออกัสตา รัฐมิชิแกน จะลงคะแนนเสียงในการลงประชามติเกี่ยวกับประเด็นการเปลี่ยนแปลงเขตการใช้ที่ดิน 500 เอเคอร์ (ราว 1,265 ไร่) สำหรับโครงการศูนย์ข้อมูลที่เสนอ และในเดือนพฤศจิกายน คาดว่าเมืองเจนส์วิลล์ รัฐวิสคอนซิน จะลงคะแนนเสียงในมาตรการที่จะกำหนดให้เมืองต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งก่อนที่จะอนุมัติโครงการศูนย์ข้อมูลใดๆ ที่มีมูลค่ามากกว่า 450 ล้านดอลลาร์ (ราว 15,000 ล้านบาท)

ชาวอเมริกัน 7 ใน 10 คัดค้าน

ในระดับประเทศ ผลสำรวจเมื่อเดือนมีนาคม 2026 ของ Gallup ซึ่งเผยแพร่เมื่อ 13 เดือนพฤษภาคม ระบุว่า ชาวอเมริกัน 7 ใน 10 คน คัดค้านการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล AI ในพื้นที่ของตน รวมถึงเกือบครึ่งหนึ่ง หรือ 48% ที่คัดค้านอย่างรุนแรง มีเพียงประมาณหนึ่งในสี่เท่านั้นที่สนับสนุน โดยมีเพียง 7% ที่สนับสนุนอย่างมาก

การคัดค้านมาจากความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต ซึ่งแบบสำรวจในเดือนมีนาคมได้สอบถามผู้คนเกี่ยวกับระดับความกังวลของพวกเขาเกี่ยวกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของศูนย์ข้อมูล AI 46 % กล่าวว่าพวกเขากังวลมาก และ 24 % กังวลพอสมควร ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงระดับการคัดค้านการก่อสร้างศูนย์ข้อมูลเป็นส่วนใหญ่

เพื่อให้เข้าใจอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้นถึงเหตุผลของผู้คนในการสนับสนุนหรือคัดค้านการก่อสร้างศูนย์ข้อมูลในพื้นที่ของตน Gallup ได้ถามคำถามปลายเปิดในแบบสำรวจออนไลน์เดือนเมษายนโดยใช้ Gallup Panel ชาวอเมริกันที่สนับสนุนการสร้างศูนย์ข้อมูลในพื้นที่ของตนส่วนใหญ่กล่าวถึงผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้น ผู้คัดค้านศูนย์ข้อมูลมีเหตุผลที่หลากหลายกว่า แต่ส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่ความกังวลด้านสิ่งแวดล้อม

ครึ่งหนึ่งของผู้คัดค้านกล่าวถึงการใช้ทรัพยากรอย่างเกินควรของศูนย์ข้อมูล รวมถึง 18 % ที่กล่าวถึงการใช้น้ำและพลังงาน 16 % กล่าวถึงข้อกังวลด้านสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับมลพิษ รวมถึงมลพิษทางเสียง มลพิษทางอากาศ และมลพิษทางน้ำ

ประมาณหนึ่งในห้าของผู้คัดค้านกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในท้องถิ่น รวมถึงจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น การจราจรที่มากขึ้น และต้องการให้ใช้ที่ดินเพื่อวัตถุประสงค์อื่น

ในขณะเดียวกัน สองในสามของผู้ที่สนับสนุนการสร้างศูนย์ข้อมูลในพื้นที่ของตน อ้างถึงประโยชน์ทางเศรษฐกิจ โดย 55% กล่าวถึงโอกาสการจ้างงานที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะ ส่วนที่เหลือกล่าวถึงรายได้ภาษีที่เพิ่มขึ้น 13% การพัฒนาที่อยู่อาศัยและโครงสร้างพื้นฐาน และประโยชน์ทางเศรษฐกิจโดยทั่วไป

ส่วนน้อยของผู้สนับสนุนศูนย์ข้อมูลกล่าวถึงประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นจากปัญญาประดิษฐ์ (AI) ต่อเทคโนโลยีหรือต่อตัวพวกเขาเองเป็นการส่วนตัว

ในการสำรวจยังพบอีกว่า สมาชิกพรรคเดโมแครตส่วนใหญ่คัดค้านศูนย์ข้อมูลอย่างรุนแรง คนส่วนใหญ่ในทุกกลุ่มประชากรหลัก รวมถึงทุกพรรคการเมือง กล่าวว่าพวกเขาจะคัดค้านการสร้างศูนย์ข้อมูลในพื้นที่ที่พวกเขาอาศัยอยู่ อย่างไรก็ตาม พรรคเดโมแครตมีแนวโน้มที่จะคัดค้านอย่างรุนแรงมากกว่าพรรครีพับลิกัน โดยคิดเป็น 56% เทียบกับ 39% และผู้ที่ไม่สังกัดพรรคการเมืองทั้งเดโมแครตและรีพับลิกันที่ 48%

อ้างอิง :

Nikkei Asia

LA Public Press

The Guardian

Gallup