‘มาครง’ ชี้เหตุกราดยิงชานกรุงปารีส เข้าข่ายก่อการร้าย-เหยียดเชื้อชาติ
ประธานาธิบดีมาครงเผยเหตุกราดยิงชานกรุงปารีส เข้าข่ายก่อการร้ายและเหยียดเชื้อชาติ ขณะนี้เจ้าหน้าที่เปิดการสอบสวนในคดีที่มีผู้เสียชีวต 1 ศพและบาดเจ็บหลายราย
รอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่า นายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศสกล่าวว่า เหตุยิงในย่านชานกรุงปารีส ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นการกระทำที่เข้าข่ายการก่อการร้ายและเหยียดเชื้อชาติ
เหตุการณ์กราดยิงในย่านชานกรุงปารีสส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 5 ราย รวมถึงเด็กหญิงวัย 12 ปี
“สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะเป็นครั้งแรกที่เราเผชิญกับการก่อการร้ายที่มุ่งสังหารเพื่อนร่วมชาติและลูกหลานของเรา โดยมีมูลเหตุมาจากสีผิวหรือศาสนาของพวกเขา” มาครงกล่าวกับผู้สื่อข่าว
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อ 23 ตุลาคม เวลาท้องถิ่น โดยผู้กอ่เหตุใช้อาวุธปืนอัตโนมัติกราดยิงตามสถานที่ต่าง ๆ ได้แก่ ปั๊มน้ำมัน ศูนย์การแพทย์ และสนามเด็กเล่น ในเมืองทราปป์ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณชานกรุงปารีส
เจ้าหน้าที่ระบุว่าสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยวัย 39 ปีรายหนึ่งได้ โดยเปิดเผยเพียงชื่อว่า “เควิน ที.” (Kevin T.) ทั้งนี้ ไม่มีการเปิดเผยนามสกุลของผู้ต้องสงสัย ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติปกติในการสืบสวนคดีอาญาในลักษณะนี้ที่ฝรั่งเศส
เหตุยิงครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สถานการณ์ในฝรั่งเศสกำลังตึงเครียดเป็นพิเศษ หลังจากเหตุประท้วงทั่วประเทศเมื่อวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม บานปลายกลายเป็นความรุนแรง และกำลังจะมีการชุมนุมต่อเนื่องในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งนักการเมืองฝ่ายขวาจัดบางกลุ่มได้กล่าวโทษว่าปัญหาการอพยพย้ายถิ่นฐานเป็นสาเหตุของการปล้นสะดมและการทำลายทรัพย์สินที่เกิดขึ้นในหลายเมืองของฝรั่งเศส
มาครงกล่าวว่า มือปืนรายนี้จงใจเลือกที่จะไม่ยิงบุคคลบางกลุ่ม โดยพิจารณาจากสีผิวและรูปลักษณ์ของพวกเขา
สำนักงานอัยการคดีก่อการร้ายแห่งชาติฝรั่งเศส (PNAT) เริ่มดำเนินการสอบสวนเหตุการณ์นี้อย่างเป็นทางการแล้ว
ทั้งนี้ PNAT มีอำนาจในการเข้าดูแลคดีอาญาใดก็ตามที่เข้าข่ายเกณฑ์การก่อการร้าย ซึ่งรวมถึงความรุนแรงที่ได้รับแรงจูงใจจากแนวคิดขวาจัด โดยคดีที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายจะมีบทลงโทษที่รุนแรงกว่า และหน่วยงานต่อต้านการก่อการร้ายจะมีอำนาจในการสืบสวนที่กว้างขวางกว่าคดีอาญาทั่วไป
สถานีโทรทัศน์ BFM รายงานว่า เด็กหญิงที่ได้รับบาดเจ็บถูกยิงถึง 8 นัด และขณะนี้มีอาการสาหัส
อาลี ราเบห์ (Ali Rabeh) นายกเทศมนตรีเมืองทราปป์ ซึ่งมีบิดามารดาเป็นชาวโมร็อกโก กล่าวว่าเหตุการณ์นี้เป็นการกระทำที่ “เหยียดเชื้อชาติ” และ “เกลียดชังชาวมุสลิม”
“ผู้ที่ตกเป็นเป้าหมายในวันนี้ อาจเป็นแม่ พี่น้อง หรือพี่สะใภ้ของผมก็ได้” ราเบห์กล่าว ราเบห์เรียกร้องให้มีการประณามวาทกรรมดังกล่าวร่วมกัน โดยระบุว่าวาทกรรมนี้เปรียบเสมือนการติดอาวุธทางอุดมการณ์ให้กับผู้ที่อาจก่อเหตุในลักษณะนี้ได้