เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
โปรดเกล้าฯ ประธานองคมนตรี บำเพ็ญพระราชกุศล ปล่อยโค นก ปลา วันเฉลิมพระชนมพรรษา
ข่าวในพระราชสำนัก โปรดเกล้าฯ ประธานองคมนตรี บำเพ็ญพระราชกุศล ปล่อยโค นก ปลา วันเฉลิมพระชนมพรรษา
ฝ่าย IT ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดไทม์ไลน์ TSD เริ่มถูกเจาะข้อมูลตั้งแต่เย็นวันเสาร์ 25 ก.ค.
Finance ฝ่าย IT ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดไทม์ไลน์ TSD เริ่มถูกเจาะข้อมูลตั้งแต่เย็นวันเสาร์ 25 ก.ค.
หยุดยาว 3 วัน คนไทยแห่เที่ยวภูเก็ต คาดเงินสะพัด กว่า 300 ล้านบาท
เศรษฐกิจภูมิภาค หยุดยาว 3 วัน คนไทยแห่เที่ยวภูเก็ต คาดเงินสะพัด กว่า 300 ล้านบาท
ข้าวไทยติดกับดักราคา แพงกว่าคู่แข่งสูงสุด 156 เหรียญฯ กำลังซื้อชะลอ กดส่งออก 5 เดือนหด 10.9%
Economic ข้าวไทยติดกับดักราคา แพงกว่าคู่แข่งสูงสุด 156 เหรียญฯ กำลังซื้อชะลอ กดส่งออก 5 เดือนหด 10.9%
Rally x BOYY ผสานดีไซน์ซิกเนเจอร์ เชื่อมฐานลูกค้าคนรักแฟชั่น
Business Rally x BOYY ผสานดีไซน์ซิกเนเจอร์ เชื่อมฐานลูกค้าคนรักแฟชั่น
ล้อมคอกนอมินี พาณิชย์จับมือกรมที่ดิน ไล่ตรวจต่างชาติใช้นิติบุคคลบังหน้าถือครองอสังหาฯ
Economic ล้อมคอกนอมินี พาณิชย์จับมือกรมที่ดิน ไล่ตรวจต่างชาติใช้นิติบุคคลบังหน้าถือครองอสังหาฯ
เปิดมหกรรมไม้ผล 8 จังหวัดภาคเหนือ เชื่อมสวน–สหกรณ์–ตลาดสู่ความยั่งยืน
เศรษฐกิจภูมิภาค เปิดมหกรรมไม้ผล 8 จังหวัดภาคเหนือ เชื่อมสวน–สหกรณ์–ตลาดสู่ความยั่งยืน
ทรัพย์สินทางปัญญาในพระปรมาภิไธย จาก “จักรยานผู้พิการทางแขน” สู่ต้นแบบนวัตกรรม
Economic ทรัพย์สินทางปัญญาในพระปรมาภิไธย จาก “จักรยานผู้พิการทางแขน” สู่ต้นแบบนวัตกรรม
เข้าพรรษาปล่อยปลา ระวังผิดกฎหมาย! กรมประมงเตือนปล่อย ‘เอเลี่ยนสปีชีส์’ โทษคุก 2 ปี ปรับ 2 ล้าน
Economic เข้าพรรษาปล่อยปลา ระวังผิดกฎหมาย! กรมประมงเตือนปล่อย ‘เอเลี่ยนสปีชีส์’ โทษคุก 2 ปี ปรับ 2 ล้าน
นมไทยต้องไปไกลกว่าเพื่อนบ้าน “วัชระพล” เปิดเกมดัน อ.ส.ค. บุกจีน-อาเซียน
Economic นมไทยต้องไปไกลกว่าเพื่อนบ้าน “วัชระพล” เปิดเกมดัน อ.ส.ค. บุกจีน-อาเซียน
ดูทั้งหมด

เงิน 10,000 บาท ได้วันไหน

07 ก.พ. 2567 | 06:53น.
คอลัมน์ : สามัญสำนึก
ผู้เขียน : อิศรินทร์ หนูเมือง

คนไทย 20 ล้านคน ค้นหาคำว่า “เงิน 10,000 บาท ได้วันไหน” ในระบบกูเกิลเสิร์ช จึงไม่น่าแปลกใจที่ทั้งผู้คนทุกแห่งหนจะสนทนากันเรื่องนโยบายแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท ที่เลื่อนมาแล้ว 3 ครั้ง จะยังได้อยู่หรือไม่ และจะได้เมื่อไหร่

คำตอบที่ยังอยู่ในสายลมคือ ยังไม่รู้ว่าจะได้เมื่อไร เพราะต้องรอการนัดประชุมคณะกรรมการนโยบายดิจิทัลวอลเลต ที่มีนายกฯ เป็นประธาน ครั้งต่อไป และรอข้อเสนอแนะของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่มีข้อท้วงติงหลายประการ

ขณะนี้การเริ่มต้นนำนโยบายไปปฏิบัติเรื่องแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท จึงยังไม่คืบหน้า เพราะแม้กระทั่งร่างกฎหมาย พ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้าน เพื่อดำเนินโครงการนี้ก็ยังไม่ได้เสนอเข้าที่ประชุม

คำถามจึงมีต่อไปว่า เป็นไปได้หรือไม่ว่ารัฐบาลจะเปลี่ยนนโยบายจากออก พ.ร.บ. เป็นออก พ.ร.ก.กู้เงิน หรืออาจจะไม่กู้แต่จะใช้วงเงินใน พ.ร.บ.งบประมาณ 2568 และกลุ่มที่จะได้เงินก็อาจจะไม่ใช่ 50 กว่าล้านคน แต่จะได้เฉพาะกลุ่มเปราะบางที่ได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือไม่

คำถามคาใจทั้งปวงได้รับคำตอบจาก นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี

ถาม : เงิน 10,000 บาทจะได้วันไหน

ตอบ : ขณะนี้ได้ทำตามที่ประกาศไว้ พยายามทำให้เร็วที่สุด ทำให้ได้ตามเป้าหมาย หน้าที่ของรัฐบาลจะทำให้ได้ และจำเป็นต้องมีความรอบคอบ ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

ถาม : ส่วนราชการไม่อยากนำนโยบายไปปฏิบัติ เพราะกลัวติดคุกหรือเปล่า

ตอบ : ผมถามว่าการออกกฎหมายจะติดคุกได้ยังไง การออกพระราชบัญญัติติดคุกไหม ถ้าพระราชบัญญัติตกก็คือตก แปลว่าประชาชนไม่เห็นชอบ คราวหน้าก็อย่าเลือก ใช่ไหม…ตรรกะเป็นเช่นนี้ เราต้องมั่นใจว่าไปได้”

จากนั้นยกแม่น้ำทั้งห้ามาอธิบาย “ความวิกฤต” เรื่องแรกที่ต้องทำคือ จะต้องปั๊มหัวใจ ทำให้คนรอดก่อน เพราะที่ผ่านมาไทยเศรษฐกิจฟื้นตัว-เติบโตช้า

สำนักที่มีการคาดการณ์ตัวเลขทางเศรษฐกิจ 3 สำนัก ได้แก่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ที่คาดการณ์ต้นปีว่าโต แต่นั้นปรับเป้าลงมาเรื่อย ๆ และสุดท้ายความเป็นจริงตัวเลขโตต่ำกว่าที่คาด ดังนั้น ถ้าคาดการณ์ว่าดีเกินกว่าความเป็นจริงก็เพื่อจะบอกว่าไม่วิกฤต

เลขาธิการนายกฯ ตอกย้ำว่า คาดการณ์ผิดตลอด คาดการณ์ดีกว่าความเป็นจริง 8 ครั้ง ในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา มีการปรับเป้ามาโดยตลอด ถ้าคาดการณ์ผิดก็วางแผนผิด

“เศรษฐกิจไม่วิกฤต แต่คาดการณ์ผิดทุกไตรมาส” เลขาธิการนายกฯ พูดลอย ๆ ยิ้มมุมปาก

ตามความรู้สึก-ข้อมูลของเลขาธิการนายกฯ คือ สถานะเศรษฐกิจไทยเหมือนกบต้ม กบเป็นสัตว์เลือดเย็น เมื่อถูกต้มก็จะไม่ค่อยรู้สึกว่าร้อน แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งก็สุก กว่าจะรู้ตัวก็ตายเสียแล้ว

พร้อมฉายภาพอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่เริ่มทรุดตัวลงต่อเนื่อง 3 ช่วงคือ ก่อนโควิด ช่วงโควิด และหลังโควิด และตบท้ายว่าเศรษฐกิจไทยโตช้าตั้งแต่ก่อนโควิด-19 การฟื้นตัวหลังโควิด-19 ก็ต่ำเกือบสุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ขณะนี้ถือว่าไทยโตช้าที่สุดในอาเซียน

นายกฯน้อยสรุปว่า “จึงมีความเห็นต่างกันอย่างชัดเจน ถ้าอยู่บนหอคอยสูง ๆ ก็จะไม่เห็นความทุกข์ยากของประชาชนที่ค่อนข้างลำบาก…จะอยู่ไม่รอดแล้ว”

เสียงเอ็กโค่-จากคนในรัฐบาลดังขึ้น สอดคล้องกับคำของคนในทำเนียบคือ “ถ้าไม่ทำอะไร ไทยจะกลับไปวิกฤตต้มยำกุ้งอีกครั้ง”

ดังนั้น ต้องดันออก พ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้าน ภายใต้ความจำเป็น 4 ข้อ 1.มีความจำเป็นเร่งด่วน ขณะนี้ “เป็นวิกฤตกบต้ม” และกำลังตกถึงท้องช้างแล้ว อัตราเงินเฟ้อติดลบติดต่อกัน 2-3 เดือน การส่งออกติดลบ อัตราการเติบโตไม่เป็นไปอย่างที่คาดการณ์

2.มีวิกฤตและต่อเนื่อง อัตราการขยายตัวของจีดีพีตกต่ำลงไปกว่าปี 2562 ช่วงก่อนโควิด-19 และยังไม่กลับมาเท่าเดิม จากการคาดการณ์ล่าสุดจีดีพีขยายตัวอยู่ที่ 1.8%

3.ตั้งงบประมาณใช้ในโครงการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท ในปีเดียวไม่ทัน

4.ยังคงรักษาระเบียบวินัยการเงินการคลัง ทำให้หนี้สาธารณะไม่เกิน 70% ของจีดีพี ซึ่งขณะนี้อยู่ที่ 62% ถ้าทำโครงการดิจิทัลวอลเลต ต้องกู้เงิน 5 แสนล้าน ก็จะเพิ่ม 2.3% ดังนั้น ไม่เกิน 64% ของจีดีพี

ถึงที่สุดรัฐบาลจะต้องรับผิด-รับชอบทางการเมือง ดังนั้น “นายกฯน้อย” จึงตัดจบว่า “วิกฤตหรือไม่วิกฤต รัฐบาลจะเป็นคนตัดสินใจ”