‘หมอมิ้ง’ โต้ข้อครหานโยบาย ‘สร้างเศรษฐีวันละ 9 คน’ เป็นการแจกเงิน แจงเป็นการหาเงินให้รัฐต่อยอดความสำเร็จมาจากหลายประเทศ โดยเฉพาะไต้หวันใช้ระบบสลากชิงโชคจากใบเสร็จ เพิ่มรายได้ภาษีเข้าประเทศได้เฉลี่ยถึง 20% ต่อปี
นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กถึงเจตนารมณ์นโยบาย ‘สร้างเศรษฐีเงินล้าน วันละ 9 คน’ ว่านโยบายนี้กำลังถูกเข้าใจผิดว่าเป็นการแจกเงิน ทั้งที่ในความเป็นจริงคือการหาเงินให้รัฐ โดยต่อยอดความสำเร็จมาจากหลายประเทศ โดยเฉพาะไต้หวันที่ใช้ระบบสลากชิงโชคจากใบเสร็จ (Uniform Invoice Lottery) จนสามารถเพิ่มรายได้ภาษีเข้าประเทศได้เฉลี่ยถึง 20% ต่อปี
นพ.พรหมินทร์ระบุว่า หากประเทศไทยสามารถดึงเม็ดเงินภาษีเข้าระบบได้เพิ่มขึ้นเพียง 10% กว่า ๆ ทำให้รัฐมีรายได้เพิ่มถึงปีละ 1 แสนล้านบาท ในขณะที่ใช้งบประมาณในการจัดทำรางวัลเพียงปีละ 3,285 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับรายได้ภาษีมูลค่าเพิ่ม ในปัจจุบันที่มีมูลค่า 8-9 แสนล้านบาทต่อปี
“เราไม่ได้แค่สร้างเศรษฐีใหม่ แต่เรากำลังสร้างระบบสวัสดิการที่ยั่งยืน รายได้ที่เพิ่มขึ้นจะถูกนำไปพัฒนาประเทศให้ทันสมัย และที่สำคัญที่สุดคือ รัฐจะได้ข้อมูลมหาศาลในการนำมาใช้กับเทคโนโลยี AI เพื่อวางแผนนโยบายรัฐให้แม่นยำและตรงจุดมากขึ้น” นพ.พรหมินทร์กล่าว
ทั้งนี้ นโยบายนี้ถูกมองว่าเป็นกุญแจสำคัญในการดึงเศรษฐกิจนอกระบบเข้าสู่ระบบภาษีอย่างละมุนละม่อม โดยใช้แรงจูงใจด้านรางวัลมาเป็นตัวขับเคลื่อน ซึ่งจะส่งผลดีต่อเสถียรภาพทางการคลังของไทยในระยะยาว