Skip to content

แลนด์มาร์ก ‘เที่ยวไทย’

16 ส.ค. 2568 | 10:24น.
แลนด์มาร์ก ‘เที่ยวไทย’
คอลัมน์ : สามัญสำนึก
ผู้เขียน : ณัฏฐ์พิชญ์ วงษ์สง่า
[email protected]

เป็นเรื่องที่น่าดีใจอย่างมากที่กรุงเทพฯ และประเทศไทย มีแหล่งท่องเที่ยว หรือ Man-Made Attractions ใหม่อย่าง “Jurassic World : The Experience” เกิดขึ้นที่เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

นับเป็นความใจกล้าของกลุ่ม “แอสเสท เวิรด์ คอร์ป” หรือ AWC กับ NEON และ Universal Destinations & Experiences ที่ทุ่มเงินทุนถึง 1,400 ล้านบาท เพื่อเนรมิตโลกของไดโนเสาร์ให้มีชีวิตจริงผ่านเทคโนโลยี Animatronic Characters และประสบการณ์อิมเมอร์ซีฟระดับโลก ที่ควบคุมโดย AI อัจฉริยะเพื่อทำให้ทุกการเคลื่อนไหวของไดโนเสาร์เสมือนจริงที่สุด

พร้อมยกระดับให้ “เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น” และ “Jurassic World : The Experience” ก้าวสู่แลนด์มาร์กด้านการท่องเที่ยวที่มีความโดดเด่นของ “กรุงเทพฯ” และของ “ประเทศไทย”

หลังจากที่เราไม่ได้มีแหล่งท่องเที่ยวหรือสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ ๆ มานานมาก ยิ่งเป็น Man-Made Attractions แล้วเรียกว่าแทบจะไม่มีเกิดขึ้นในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา

การเกิดขึ้นของ “Jurassic World : The Experience” จึงเป็นการเสริมให้ “กรุงเทพฯ” ในฐานะเมืองท่องเที่ยวอันดับ 1 ของโลกมีสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลายขึ้น ไม่ได้มีเพียงแค่วัด วัง และสตรีตฟู้ดอีกต่อไป

และน่าจะดึงดูดให้นักท่องเที่ยวที่เป็นคลับ “ไดโนเสาร์” จากทั่วโลกเดินทางมาสัมผัสประสบการณ์อิมเมอร์ซีฟระดับโลก

เพราะที่นี่คือ แห่งแรกของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และก็เป็นครั้งแรกที่เราจะได้ก้าวเข้าไปในโลกแห่ง Jurassic World พร้อมเผชิญหน้ากับไดโนเสาร์ขนาดเท่าของจริงอย่างใกล้ชิด และสนุกแบบอิมเมอร์ซีฟท่ามกลางเหล่าไดโนเสาร์แอนิเมทรอนิกส์เสมือนจริง ได้ประสบการณ์อินเตอร์แอ็กทีฟที่เต็มไปด้วยจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์

พร้อมยังได้เรียนรู้เพื่อความยั่งยืน หรือ Better World Better Future ภายใน Hatch Dome

นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่พิเศษ River Lawn สนามเด็กเล่นริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ออกแบบให้เป็นพื้นที่พักผ่อนและกิจกรรมกลางแจ้งสำหรับครอบครัวและชุมชน Jurassic World : The Experience Fossil & Flame Restaurant บรรยากาศที่ได้รับแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์ Jurassic World ตั้งแต่การออกแบบตกแต่งภายในไปจนถึงเมนูอาหารที่ล้วนถูกสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อสานต่อการผจญภัยในโลกยุคดึกดำบรรพ์ พบพื้นที่กว่า 2,000 ตารางเมตร บนชั้นดาดฟ้า มองเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยา

และ Jurassic World : The Experience Retail Store ร้านค้าจำหน่ายสินค้าที่ระลึก ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อของที่ระลึกจากการผจญภัยกลับบ้านเป็นความทรงจำ

เราได้พูดคุยกับ “วัลลภา ไตรโสรัส” ซีอีโอและกรรมการผู้จัดการใหญ่ “แอสเสท เวิรด์ คอร์ป” หรือ AWC เธอบอกว่า AWC เชื่อมาตลอดว่าสำหรับประเทศไทย “Tourism” ยังเป็นเซ็กเตอร์ที่มีโอกาสสูง ดังนั้นการสร้างแหล่งเที่ยวใหม่ครั้งนี้จึงเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนภาคธุรกิจการท่องเที่ยวของไทยให้เติบโตได้ต่อเนื่อง

โดยมั่นใจอย่างมากว่าโครงการ Jurassic World : The Experience จะเป็นแม็กเนตสำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้เข้ามาใช้บริการและสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ๆ ด้านการท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี

อีกทั้งยังเสริมความแข็งแกร่งของประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก รวมถึงช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ

ผู้เขียนเองมีโอกาสได้สัมผัสประสบการณ์อิมเมอร์ซีฟระดับโลกของเหล่าไดโนเสาร์เหล่านี้แล้วยอมรับว่าของเขา “อลังการ” ระดับโลกจริง ๆ และก็หวังว่าโครงการ Jurassic World นี้จะเป็น Man-Made Attractions ใหม่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและชาวต่างชาติเข้ามาเยี่ยมชม

รวมถึงเป็น “จุดหมายปลายทาง” ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาแล้วต้องมาเยี่ยมชม หรืออยากมาเที่ยวเมืองไทย เพราะอยากสัมผัสประสบการณ์อิมเมอร์ซีฟระดับโลกของเหล่าไดโนเสาร์

เช่นเดียวกับคนที่คิดจะไปฮ่องกง เซี่ยงไฮ้ เพราะอยากไปเที่ยว “ดิสนีย์แลนด์” หรือยากไปเที่ยวเวียดนาม เพราะอยากไปสะพานมือยักษ์ที่บานาฮิลล์เมืองดานัง