เปิดประวัติ เศรษฐา ทวีสิน จากซีอีโอ สู่ นายกฯรัฐมนตรีคนที่ 30

เศรษฐา ทวีสิน เพื่อไทย เลือกตั้ง 2566
REUTERS/Athit Perawongmetha

เพื่อไทย วาง เศรษฐา ทวีสิน เป็น 1 ใน 3 แคนดิเดตนายกฯ มาพร้อมนโยบายสุดเซอร์ไพรส์เรียกกระแสฮือฮาจากโซเชียลทุกแพลตฟอร์ม กับการนำเทคโนโลยีการเงินมาใช้เป็นกระเป๋าเงินดิจิทัล พร้อมเติมเงินให้คนไทยที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป ได้ใช้ซื้อของในชีวิตประจำวันได้จากร้านค้าในชุมชน  โดยเงินที่จะเติมให้ในกระเป๋าเงินดิจิทัลมีมูลค่าถึง 10,000 บาท 

วันที่ 22 สิงหาคม 2566 เศรษฐา ทวีสิน อยู่ในพื้นที่การเมืองมาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 2 ปี ทั้งในเวทีสัมมนาธุรกิจ-การเมือง ในโลกทวิตเตอร์ ที่มุ่งเจาะ และเข้าถึงความคิดของคนระดับเยาวชน

เศรษฐา เคยกล่าวว่า การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในปี 2566 จะสามารถเปลี่ยนประเทศไทยได้ ถือเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องออกมาใช้สิทธิ เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศมีระบอบประชาธิปไตย ผู้นำที่จะเข้ามาทำหน้าที่ต้องเอาประชาชนเป็นที่ตั้ง ต้องเป็นคนที่เข้าใจถึงความต้องการของประชาชน

ซึ่งการจะมีความเข้าใจได้ จะต้องเป็นผู้นำที่เข้าถึงได้ แต่ในแง่ของการปฏิบัติถ้าเกิดจะเข้าถึงได้กับคน 69 ล้านคนก็ลำบาก แต่ในระบบมีสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จำนวน 500 คน การที่ให้ ส.ส.เข้ารับฟังปัญหากับประชาชนแบบตั้งใจฟังในการแก้ไขปัญหา ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ เพราะ ส.ส.คือตัวแทนของประชาชน การเข้าถึงได้เป็นสิ่งสำคัญที่สุดเรื่องหนึ่ง

เศรษฐา ทวีสิน
ภาพจากเพจ พรรคเพื่อไทย

โดยแนวคิดด้านการเมืองอย่างตรงไปตรงมา ทั้งด้านการบริหาร ด้านเศรษฐกิจ สามารถสื่อสารได้อย่างชัดเจน วิสัยทัศน์กว้างไกล สามารถสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ได้ ทำให้เป็นอีกหนึ่งคนที่เป็นตัวเต็งแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย เช่นเดียวกับ แพทองธาร ชินวัตร และชัยเกษม นิติสิริ

ประวัติ เศรษฐา ทวีสิน

  • เศรษฐา ทวีสิน อายุ 61 ปี เกิด 15 กุมภาพันธ์ 2505
  • จบการศึกษาระดับปริญญาโท ด้านการเงินจาก Claremont Graduate School สหรัฐอเมริกา
  • สมรสกับแพทย์หญิงพักตร์พิไล ทวีสิน แพทย์ผู้เชียวชาญความงามด้านผิวพรรณ มีบุตรด้วยกัน 3 คน

ชีวิตครอบครัว

เศรษฐา แต่งงานและใช้ชีวิตสมรสมานานกว่า 34 ปี กับ หมออ้อม-พญ.พักตร์พิไล ทวีสิน ซึ่งปัจจุบันหมออ้อมเป็นทีมแพทย์ผู้ชำนาญการดูแลสุขภาพเพื่อการชะลอวัย VitalLife ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

คู่มีบุตรร่วมกัน 3 คน คนโต “น้อบ-ณภัทร ทวีสิน” จบการศึกษา มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ประเทศอังกฤษ และฮาร์วาร์ด บิสิเนส สกูล สหรัฐอเมริกา คนที่ 2 “แน้บ-วรัตม์ ทวีสิน” จบปริญญาตรีและปริญญาโท มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด สหรัฐอเมริกา และคนเล็กสุด “นุ้บ-ชนัญดา ทวีสิน” จบปริญญาตรีและปริญญาโท จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย สหรัฐอเมริกา ปัจจุบันอายุ 28 ปี

ชีวิตการทำงาน

เริ่มชีวิตการทำงานในปี 2529 เป็นผู้ช่วยผู้จัดการผลิตภัณฑ์ บริษัท พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล เป็นเวลา 4 ปี ต่อมาได้ย้ายไปทำงานที่ บจก.แสนสำราญ ของอภิชาติ จูตระกูล ลูกพี่ลูกน้องของเขา ซึ่งหลังจากนั้นเปลี่ยนชื่อเป็น บมจ. แสนสิริ ต่อมาเศรษฐาได้ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทดังกล่าว

เมื่อวันที่ 4 เมษายน ที่ผ่านมา บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า นายเศรษฐา ทวีสิน ได้ขอลาออกจากตำแหน่งประธานอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ รวมทั้งทุกตำแหน่งในฐานะกรรมการของบริษัท และกรรมการชุดย่อยของบริษัท ได้แก่ ประธานกรรมการบริหาร รองประธานกรรมการลงทุน และกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน โดยให้มีผลนับตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2566 เป็นต้นไป

เศรษฐา ทวีสิน
แฟ้มภาพ

ทั้งนี้ นายอภิชาติ จูตระกูล ประธานกรรมการ จะเข้าดำรงตำแหน่ง รักษาการประธานอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ แทนตำแหน่งที่ลาออก จนกว่าจะมีการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการในการประชุมคณะกรรมการบริษัท ซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับของบริษัท และเป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี

เส้นทางการเมือง

ในเดือนพฤศจิกายน 2565 เศรษฐา ประกาศว่าได้สมัครเป็นสมาชิกของพรรคเพื่อไทย ผ่านบัญชีทวิตเตอร์ส่วนตัว ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยแต่งตั้งให้เขาเป็นประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวของพรรค

เศรษฐาลั่นวาจา ถ้าไม่ได้เป็นนายกฯ ก็จะไม่รับตำแหน่งใดๆ ทางการเมือง แต่ก็อาจจะไปให้คำแนะนำอยู่ข้างหลัง หรือยังเป็นประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยอยู่ต่อก็ได้ ยังเป็นสมาชิกเพื่อไทยอยู่ ทำงานให้คำแนะนำด้านเศรษฐกิจ โดยไม่มีตำแหน่งก็ได้ ตรงนี้ก็สามารถทำได้

เศรษฐา ทวีสิน

ตำแหน่งนายกฯ เป็นตำแหน่งที่มีอำนาจ ก็สามารถทำได้จริง โดยเศรษฐา เผยสาเหตุของการเข้าพรรคเพื่อไทยเนื่องจากว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ชวนเข้ามาทำงาน ชวนเข้ามาช่วยให้คำปรึกษา ซึ่งตนก็น้อมรับด้วยความเต็มใจ และรู้สึกเป็นเกียรติ

ผลการลงคะแนน เลือกเศรษฐา เป็นนายกฯ 482 เสียง

การโหวตนายกรัฐมนตรีรอบที่ 3 ที่ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 4 (สมัยสามัญประจำครั้งที่หนึ่ง) มีการพิจารณาระเบียบวาระเรื่องด่วน เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 272

โดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย รับมอบหมายจาก 11 พรรคการเมือง เสนอชื่อนายเศรษฐา ทวีสิน ผู้ไม่มีคุณสมบัติต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 และเป็นผู้เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญมาตรา 88 และมีผู้รับรอง 287 คน โดยมีผู้เสนอชื่อนายเศรษฐาเพียงคนเดียว

สำหรับผลการโหวตเลือกนายกฯ เป็นดังนี้

เห็นชอบ 482 เสียง แบ่งเป็น สส. 329 เสียง และ สว. 153 เสียง

ไม่เห็นชอบ 165 เสียง แบ่งเป็น สส. 153 เสียง และ สว. 12 เสียง

งดออกเสียง 81 เสียง แบ่งเป็น สส. 13 เสียง และ สว. 68 เสียง

ไม่แสดงตน 19 เสียง

สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ เมื่อมีการเห็นชอบบุคคลที่จะได้เป็นนายกฯแล้ว ประธานรัฐสภา คือ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา จะเป็นผู้นำชื่อนายกฯขึ้นทูลเกล้าฯ ต่อไป

ทักษิณ ชินวัตร เคยประกาศว่า นายกรัฐมนตรีในสมัยหน้า หมดเวลาพวกเบบี้บูมเมอร์แล้ว ชื่อ เศรษฐา ทวีสิน ในวัย 60 ก็ยิ่งสดใส ด้วยคำว่า “ชนะแบบแลนด์สไลด์” จึงเร้าใจในแบบ “นักการเมืองหน้าใหม่” ที่มีคู่แข่งอยู่แล้วมากมาย


รวมถึงนโยบายนำเทคโนโลยีการเงินมาใช้เป็นกระเป๋าเงินดิจิทัล พร้อมเติมเงินให้คนไทยที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป ได้ใช้ซื้อของในชีวิตประจำวันจากร้านค้าในชุมชน  โดยเงินที่จะเติมให้ในกระเป๋าเงินดิจิทัลมีมูลค่าถึง 10,000 บาท ที่คงจะโดนใจวัยรุ่นไม่ใช่น้อย