ไทยสร้างไทย เปิดนโยบายเศรษฐกิจ ฟื้น SME รัฐปล่อยกู้ผ่านแอปเป๋าตัง

ไทยสร้างไทย

สุดารัตน์ นำทีมไทยสร้างไทย เปิดนโยบายเศรษฐกิจ ผุดกองทุนแก้หนี้-ปล่อยกู้ผ่านแอปเป๋าตัง

วันที่ 10 ตุลาคม 2565 โรงแรม ไฮแอท รีเจนซี่ บางกอก สุขุมวิท พรรคไทยสร้างไทยจัด “ถึงเวลา…ปลดล็อกเศรษฐกิจ” เปิดนโยบายเศรษฐกิจพรรคไทยสร้างไทย โดยมีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรค น.ต.ศิธา ทิวารี เลขาธิการพรรค นายโภคิน พลกุล ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนประเทศ และสุพันธุ์ มงคลสุธี รองหัวหน้าพรรค และประธานคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจ ร่วมเปิดตัวนโยบายเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ นายโภคินกล่าวว่า นักการเมือง 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ อยากมีตัวตนและมีตำแหน่งทางการเมือง และมีพวกที่หาประโยชน์ทางการเมือง แต่พวกเราที่ออกมาตั้งพรรค เหนื่อย ลำบาก ให้ประชาชนเข้าถึงและเข้าใจก็ไม่ง่าย ทุกอย่างยากเย็นหมด แต่เรามีความรู้สึกว่าเราต้องการทำเพื่อประชาชน เพราะ 8 ปีที่ผ่านมานี้ตกต่ำที่สุด คนมองไม่เห็นอนาคต ไม่รู้ไปทางไหน เราถึงมารวมตัวสร้างพรรคให้สำเร็จ ชักชวนประชาชนมาร่วมสร้างประเทศไทยให้ดีที่สุด เพื่อส่งต่อให้ลูกหลาน

หัวใจของประเทศคือกติกาใหญ่คือรัฐธรรมนูญ ตราบใดที่เขียนเพื่อคนใดคนหนึ่ง หรือเพื่อการสืบทอดอำนาจประชาชนก็ลำบากอย่างนี้ ดังนั้น ต้องสร้างรัฐธรรมนูญประชาชน นอกจากนี้ ต้องทำให้ผู้คนมีชีวิตที่มีศักดิ์ศรี ตั้งแต่เกิดจนแก่ โดยเราจะใช้เงินสัก 6 แสนกว่าล้าน แต่จะหามาโดยที่ไม่ให้เป็นภาระประชาชน โดยคิดตั้งแต่ต้นจนจบ ยุทธศาสตร์ของเราไม่ได้เพียงเพื่อไปเอาใจคนในพื้นที่ แต่มองประเทศทั้งประเทศไปทางไหน

น.ต.ศิธากล่าวว่า ชื่นชมการต่อสู้ของหัวหน้าทีมเศรษฐกิจพรรคไทยสร้างไทย นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ตั้งแต่เป็นคนตัวเล็กจนเติบโตขึ้นมามีฐานะทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็งมั่นคง เป็นผู้มีวิสัยทัศน์ไม่ต่างไปจากคนรุ่นใหม่ ดังนั้น หัวหน้าทีมเศรษฐกิจจึงเป็นตัวอย่างของคนที่สร้างงานด้วยตนเอง ถึงวันนี้ตัดสินใจเข้าสู่การเมืองร่วมกับพรรคไทยสร้างไทย ซึ่งเป็นบุคคลที่มีประสบการณ์ด้านเศรษฐกิจ และจะเข้ามาช่วยสร้างพรรคไทยสร้างไทย ในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจ ดูแลพี่น้องคนตัวเล็กต่อไป

Advertisment

ด้านคุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า เราต้องการปลดล็อกประเทศให้เดินต่อไปได้ ปลดล็อกการเมือง 2 ขั้วที่ล็อกประเทศมา 16 ปี เลือกฝั่งหนึ่งติดล็อก เลือกฝั่งหนึ่งติดหล่ม 30 ปีที่ทำงานการเมืองมา ไม่เคยเห็นประชาชนที่ทุกข์ยากเท่านี้มาก่อน ทุกครั้งที่ตนลงพื้นที่ ไม่ว่าจะใน กทม.หรือต่างจังหวัด เป็นความยากลำบากของคนที่เดินต่อไปไม่ไหวแล้วจริง ๆ

แต่วันนี้เราจะแก้ไขปัญหาทั้งหมดไม่ได้เลย ถ้าเราไม่สามารถปลดล็อกทางการเมืองได้ กุญแจดอกแรกที่นำไปสู่การเดินหน้าประเทศไทย ต้องปลดล็อกการเมือง โดยเฉพาะการเมือง 2 ขั้วที่ทำให้เกิดการรัฐประหาร ซึ่งทำให้ประชาชนยากลำบากขึ้นทุกครั้ง ดังนั้น จึงขอทำหน้าที่ปลดล็อกประเทศ ผู้ก่อตั้งพรรคถือเป็นภารกิจสุดท้ายที่ทำให้ประเทศเดินต่อไปได้ ตนอาสาเป็นเพียงเสาเข็มและสะพาน ระดมคนเก่งคนมีฝีมือมาสร้างประเทศเพื่อส่งต่อให้กับลูกหลานของเรา

วันนี้ถึงเวลาแล้ว เราประกาศ Reinventing Thailand ปรับประเทศใหม่ เพื่อปลดล็อกประเทศไทยเดินต่อไปได้ อย่างแรก ต้องปลดล็อกจากการเมืองที่ติดล็อก 2 ขั้ว ปลดล็อกจากกฎหมายที่กดทับประชาชน ปลดล็อกรัฐราชการที่กดทับ ปลดล็อกคอร์รัปชั่น วันนี้สิ่งที่เป็นหัวใจของพรรคไทยสร้างไทยคือ เรามาวันนี้เพื่อสร้างโอกาสให้กับคนไทย ไม่ได้มาสร้างวิกฤตให้ประเทศเพิ่มเติม และจะทุ่มเททั้งหมดในการส่งเสริมให้ประชาชนเข้ามาทำมาหากินเร็วที่สุด เราจะสร้างเศรษฐกิจจากรายได้ ไม่ใช่การกู้เงินเหมือน 8 ปีที่ผ่านมา

ดังนั้น นายสุพันธ์จึงรู้ปัญหาดีที่สุดว่าจะทำอย่างไรให้ SME เดินหน้าได้ และประเทศจะขับเคลื่อนไม่ได้ถ้ามีแต่นักธุรกิจรายยักษ์ขับเคลื่อนประเทศ ประเทศจะขับเคลื่อนได้ ลดความเหลื่อมล้ำได้ SME เท่านั้นคือฟันเฟืองสำคัญในการสร้างเศรษฐกิจไทย

Advertisment

ด้านนายสุพันธุ์กล่าวว่า ในทุกวิกฤตพลิกเป็นโอกาสได้ แต่มีผู้นำบางท่านพลิกโอกาสเป็นวิกฤต ตนเกิดมาจาก SME เด็ก ๆ แม่พาตนไปประเทศจีนเพื่อไปเยี่ยมญาติ ต้องไปอยู่ด่านที่เสิ่นเจิ้น มีแต่หลังคามุงจาก ไม่มีตึก ไปอยู่กวางเจา เราออกไปไหนไม่ได้ อยู่ในโรงแรมที่เขาจัดให้ เพราะเราแตกต่างจากคนข้างนอก ทุกคนแต่งชุดเหมา มีอยู่แค่ 4 สี เดินทางไปยากลำบากจนถึงซัวเถา เห็นแต่ความจน ทุกแห่งมีแต่ความยากจน เพราะระบบคอมมูน

แต่แล้ววันหนึ่ง เติ้งเสี่ยวผิงเข้ามาพลิกประเทศ พลิกโอกาสของคน เปิดเสรีทางการค้าให้คนตัวเล็ก คนจีนมีหัวด้านธุรกิจอยู่แล้ว มาวันนี้แตกต่างโดยสิ้นเชิง นี่คือการเปลี่ยนวิถีของผู้นำ เปลี่ยนวิถีความคิดของประเทศ จากเมื่อก่อนรายได้ของคนไทยได้มากกว่าคนจีนหลายเท่าตัว แต่วันนี้เราน้อยกว่าเขากว่าเท่าตัว

จึงเป็นเหตุผลที่ตนมาสมัครพรรคนี้ แม้ไม่ได้เป็นพรรคใหญ่ยักษ์ แต่มีอุดมการณ์เต็มที่เพื่อช่วยคนตัวเล็ก ถ้าเราสร้างคนเหล่านี้ผ่านไปได้ 3 ล้านรายกลับเข้ามาจะช่วยเราได้ ดังนั้น ประสบการณ์เหล่านี้ เราต้องแก้ด้วย มีทฤษฎีในการแก้ 3 เรื่องคือ

1.แก้ วันนี้มีปัญหาเยอะ คือแก้หนี้ เติมทุน เพราะทุกคนเป็นหนี้กันเยอะ เรามีกองทุน 3 กองทุน กองทุนฟื้นฟูหนี้ ช่วยคนเป็นหนี้สมัยโควิด-19 เพราะเชื่อหรือไม่ตอนต้นปี 2565 มีหนี้อยู่ 1 แสนกว่าล้าน จากคน 1.9 ล้านราย ใน 6 เดือนเพิ่มเป็น 4 แสนล้าน คนเป็นหนี้ 3 ล้านคน เป็นหนี้เครดิตบูโร กลุ่มนี้ต้องช่วยเขา ให้เขาเอาทรัพย์สินไปขาย ไปกู้ใหม่เพื่อลดภาระ

2.เติม คือทุนสำหรับนักรบพวกนี้ให้กลับมาให้ได้ และเมื่อฟื้นตัวได้เขาก็จะเสียภาษี 3 ปี ข้างหน้าจะเห็นน้ำเห็นเนื้อ กองทุน SMEs ช่วยเหลือในการสร้างนวัตกรรม ฟื้นฟูท่องเที่ยว กองทุนเครดิตประชาชน แม่ค้า ค้าขาย เรามีแอปเป๋าตังที่ไม่มีตังค์ ต้องหาตังค์ใส่เข้าไป 3 พัน-5 พัน ผ่อนผ่านแอปได้ เครดิตยิ่งดี เราจะเพิ่มวงเงินให้ เราไม่ได้มีเทคโนโลยีแค่ไว้ด่ากัน เพราะเรามีอินเตอร์เน็ต 5 จี ดีระดับหนึ่งในหลาย ๆ ประเทศ ในโลกนี้

3.เพิ่ม เพิ่มเงินในกระเป๋า เพิ่มรายได้ ลดค่าใช้จ่าย เราต้องมีแอปที่จะทำให้เขาเพิ่มรายได้ ทั้ง แอปท่องเที่ยว เราไม่เคยมี ทุกอย่างต้องพึ่ง shopee Lazada เราต้องเพิ่มในสิ่งที่เราถนัด ทำไมไม่จับมือกับเอกชน เรามีท่องเที่ยว อาหาร เกษตร เวลเนส เรามีเทคโนโลยีดูเรื่องการเกษตรช่วยเขาได้ เรามีเรื่องชลประทาน แต่เราไม่ทำ เรายอมเสียรถไฟฟ้า 1 สายในกรุงเทพฯ ไปทำเรื่องน้ำโขง ชี มูล เพื่อทำให้สินค้าเกษตรของเขาดีขึ้น

“แล้วถ้าดี คนไม่แออัดใน กทม. กลับไปอยู่อีสานบ้านเฮาดีกว่า เราต้องทำภูมิภาคให้ดี สะดวกสบาย เราต้องทำให้ภูมิภาคดีขึ้นมา เพิ่มตังค์ ลดค่าใช้จ่าย จึงเป็นสิ่งที่เราควรจะทำ” นายสุพันธุ์กล่าว

นายสุพันธุ์กล่าวว่า เรื่องท่องเที่ยวและบริการ ทำไมเราต้องไปใช้แอป airbnb agoda เราสามารถร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ทำให้คนมาจองแอปนี้แล้วได้ราคาถูกสุดในโลก ททท.และรัฐบาลจะอุดหนุน ตั้งเป้าราคาดีที่สุด จะได้ไม่ต้องไปให้ agoda Airbnb อยู่ที่รัฐบาลจะสนับสนุนหรือไม่

“วันนี้เราไม่ต้องไปโฆษณา เชียงใหม่ สมุย พัทยา ทุกคนรู้จัก เรามีแลนด์มาร์กในหลายจังหวัด สามารถจัดอีเวนต์ใหญ่ ๆ ทุกเดือนได้ ช่วยกันโปรโมต คนอยากมาเที่ยวเมืองไทยอยู่แล้ว อีกทั้งสุขภาพเรามีหมอที่เก่งมาก ๆ ยิ่งหมอศัลยกรรม ใครผ่าตัดแปลงเพศต้องมาเมืองไทย เราต้องมี ยา รักษาสมุนไพร เรื่องเหล่านี้คือการเพิ่มเงินในกระเป๋าโดยรัฐช่วยเหลือ ถ้าเรามีอำนาจทำได้แน่นอน”

นายสุพันธุ์กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ เราต้องสร้างเศรษฐกิจโลกใหม่ เราต้องเตรียมสำหรับโลกในเศรษฐกิจใหม่ digital economy เรามีฐานข้อมูลต้องเชื่อมโยง อุตสาหกรรมไทยต้องได้แต้มต่อ BOI ต้องเปลี่ยนการสนับสนุนจากต่างชาติ มาสนับสนุนคนไทยมากขึ้น รวมถึงอีสปอร์ต เป็นอนาคตของกีฬา ซึ่งเด็กไทยก็เก่ง ได้เป็นแชมป์ระดับต้น ๆ ของโลก เราต้องสร้างให้เป็นผู้นำอีสปอร์ตให้ได้ เราสามารถสร้างเกม สร้างสนามเหล่านี้ได้ ถ้ารัฐบาลสนับสนุน พรรคไทยสร้างไทยจึงมีทีมอีสปอร์ต”

อีกสิ่งที่พรรคไทยสร้างไทยจะทำ สิ่งสำคัญคือตัวชี้วัด วันนี้ตัวชี้วัดประเทศคือ GDP มันใช่หรือไม่ เพราะเราส่งออก 70% อยู่ที่ใครบ้าง อยู่กับยานต์ยนต์ และอิเล็กทรอนิกส์ นี่คือผิด เพราะคนรวยใน GDP ที่สูงมีแค่คนกลุ่มเดียว แต่เราจะเห็นคนจนเต็มไปหมด จึงต้องดูการชี้วัดใหม่ GDP ของ SME มีแค่ 30% ทั้งที่มี 30-40 ล้านคน หรือ GDP ต่อจังหวัดไปกองที่ ภาคตะวันออก กทม. และภูเก็ต แต่ภาคอีสานรายได้ต่อหัวต่อคนต่ำมาก ๆ ต่ำกว่ากันหลายเท่าตัว ถ้าไม่โฟกัสเหล่านี้ไม่มีทางรู้ว่าจะช่วยใคร ดังนั้น การชี้วัดเป็นเรื่องสำคัญ มองคนอย่างทั่วถึง ลดความเหลื่อมล้ำ

สิ่งสำคัญคือการศึกษาต้องปรับเปลี่ยน ทันเหตุการณ์ และเราไม่จำเป็นต้องเรียนเยอะขนาดนี้ ไทยสร้างไทยจะให้โอกาสทุกคนเรียนฟรีจนจบปริญญาตรี ลดการเรียนลงมา 3 ปี ประถม 1 ปี มัธยม 1 ปี มหาวิทยาลัย 1 ปี เราต้องการนักรบ หลักสูตรสามารถปรับเข้าตลาดได้ จะทำให้คนทำมาหากินได้เร็วขึ้น ลดภาระพ่อแม่ได้มากขึ้น และเศรษฐกิจจะดี

“trust คือความเชื่อมั่น ผมเชื่อมั่นว่าผู้บริหารของบริษัท เชื่อมั่นผลิตภัณฑ์ของบริษัทต้องการ นี่คือสิ่งที่ประสบความสำเร็จและมีความเชื่อมั่น การที่ผมมาพรรคไทยสร้างไทยเพราะความเชื่อมั่น มีอีกหลายพรรคการเมืองชวนผมไปร่วม แต่มันไม่ใช่ พรรคนี้มีอุดมการณ์ ที่ต้องการช่วยคนตัวเล็ก” นายสุพันธุ์กล่าว