เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ครม. ไฟเขียว ยกเว้นภาษีชิ้นส่วนรถยนต์อีวี เรือพลังงานไฟฟ้า

07 มี.ค. 2566 | 17:58น.
ครม. ไฟเขียว ยกเว้นภาษีชิ้นส่วนรถยนต์อีวี เรือพลังงานไฟฟ้า

ครม. ไฟเขียว ยกเว้นภาษีชิ้นส่วนรถยนต์อีวี เรือพลังงานไฟฟ้า

คณะรัฐมนตรี เห็นชอบ ยกเว้นอากรจากชิ้นส่วนรถยนต์อีวี-เรือไฟฟ้า 9 รายการ  สร้างแรงจูงใจเป็นฐานการผลิตในภูมิภาค

วันที่ 7 มีนาคม 2566 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมเห็นชอบร่างประกาศกระทรวงการคลัง

เรื่องการยกเว้นอากรศุลกากรสำหรับชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้า หรือเรือแบบพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาห่วงโซ่อุปทานของกิจการยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทยให้มีความเข้มแข็ง  สนับสนุนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคเพื่อให้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าอย่างยั่งยืนด้วย

ทั้งนี้ ของที่ได้รับการยกเว้นอากรศุลกากร ได้แก่ ของและส่วนประกอบของ ของที่นำเข้าเพื่อประกอบหรือผลิตเป็นยานยนต์ไฟฟ้า หรือเรือแบบพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ รวม 9 รายการ ดังนี้

1.แบตเตอรี่ (battery)

2.มอเตอร์ขับเคลื่อนยานยนต์ไฟฟ้า (traction motor)

3.คอมเพรสเซอร์สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า

4.ระบบบริหารจัดการแบตเตอรี่ (BMS)

5.ระบบควบคุมการขับขี่

6.ออนบอร์ดชาร์จเจอร์ (on-board charger)

7.ดีซี/ดีซี คอนเวอร์เตอร์ (DC/DC converter)

8.อินเวอร์เตอร์ (inverter) รวมถึง พีซียู อินเวอร์เตอร์  PCU inverter

9.รีดักชั่น เกียร์ ( reduction gear)

เงื่อนไขการได้รับการยกเว้นอากร  ต้องเป็นของที่นำเข้ามาตั้งแต่วันที่ประกาศนี้ใช้บังคับถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568  เพื่อประกอบหรือผลิตเป็นยานยนต์ไฟฟ้าหรือเรือแบบพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่   มีหนังสือรับรองจากสถาบันยานยนต์ว่าเป็นของหรือส่วนประกอบของ ของสำหรับนำมาเพื่อประกอบหรือผลิตเป็นยานยนต์ไฟฟ้าหรือเรือแบบพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่

และต้องนำไปใช้ประกอบหรือผลิตเป็นยานยนต์ไฟฟ้าหรือเรือแบบไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปีนับตั้งแต่วันที่นำเข้าของ หากมีเหตุขัดข้องสามารถขอขยายระยะเวลาการผลิตได้อีกไม่เกิน 6 เดือน

สำหรับของที่ได้รับการยกเว้นอากรหากไม่สามารถหรือไม่ได้นำไปใช้ประกอบหรือผลิต ภายในเวลาที่กำหนด ให้ผู้นำเข้าของเข้าส่งของนั้นออกไปนอกราชอาณาจักรหรือชำระอากรโดยถือเป็นสภาพของของ ราคาและอัตราอากรที่เป็นอยู่ในวันที่นำของเข้า

ทั้งนี้ ให้มีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยกระทรวงการคลังคาดการณ์ว่ารัฐอาจจะสูญเสียรายได้จากอากรขาเข้าโดยเฉลี่ยประมาณ 3,143 ล้านบาทต่อปี  แต่จะเป็นการสร้างแรงจูงใจให้เกิดการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ในประเทศ   ส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ครม. ภาษี รถอีวี