เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
DKSH ชวนผู้หญิงใส่ใจสุขภาพ รู้ทัน 3 โรคใกล้ตัว ตรวจเร็ว ป้องกันได้ ลดภาระสาธารณสุข
Biz Movement DKSH ชวนผู้หญิงใส่ใจสุขภาพ รู้ทัน 3 โรคใกล้ตัว ตรวจเร็ว ป้องกันได้ ลดภาระสาธารณสุข
ลดค่า GP ช่วยเซฟ 1.9 พันล้าน พาณิชย์ต่อลมหายใจ SMEs 1.2 ล้านราย
Economic ลดค่า GP ช่วยเซฟ 1.9 พันล้าน พาณิชย์ต่อลมหายใจ SMEs 1.2 ล้านราย
ยศชนัน-จุลพันธ์-วัชระพล  เปิดพืชสวนโลกอุดรฯ ชู 3 ภารกิจ ‘ปลูกชีวิต เศรษฐกิจ อนาคต’
เศรษฐกิจภูมิภาค ยศชนัน-จุลพันธ์-วัชระพล  เปิดพืชสวนโลกอุดรฯ ชู 3 ภารกิจ ‘ปลูกชีวิต เศรษฐกิจ อนาคต’
ปักหมุดโอกาสเกษตรกรไทย เชื่อมผู้ผลิตท้องถิ่น สู่ตลาดระดับโลก
Economic ปักหมุดโอกาสเกษตรกรไทย เชื่อมผู้ผลิตท้องถิ่น สู่ตลาดระดับโลก
บิ๊กอสังหาฯแห่บุก ‘เกษตร-เสนา’ ทุ่มซื้อ ‘ที่ดิน-ตึกแถว’ ชิงแคมปัสคอนโดฯ
Real Estate บิ๊กอสังหาฯแห่บุก ‘เกษตร-เสนา’ ทุ่มซื้อ ‘ที่ดิน-ตึกแถว’ ชิงแคมปัสคอนโดฯ
อภิสิทธิ์ จี้ พ.ร.บ.การศึกษาฯ ต้องกำหนดขอบเขตชัด มองพรรคการเมืองตื่นตัว แต่ยังไม่ตกผลึก
Politics อภิสิทธิ์ จี้ พ.ร.บ.การศึกษาฯ ต้องกำหนดขอบเขตชัด มองพรรคการเมืองตื่นตัว แต่ยังไม่ตกผลึก
ตรวจผลสลากออมสินพิเศษ 2 ปี และ 5 ปี งวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569
Finance ตรวจผลสลากออมสินพิเศษ 2 ปี และ 5 ปี งวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569
‘อมรเทพ’ อ่านสัญญาณ กนง.อั้นดอกเบี้ยถึงกลางปีหน้า
Finance ‘อมรเทพ’ อ่านสัญญาณ กนง.อั้นดอกเบี้ยถึงกลางปีหน้า
‘ยิบอินซอย’ เดินหน้าปั้นดีลิเวอรี่หนุนธุรกิจเกษตรครบลูป
Business ‘ยิบอินซอย’ เดินหน้าปั้นดีลิเวอรี่หนุนธุรกิจเกษตรครบลูป
เปิดสถิติลงทุน 9 เดือน EEC ญี่ปุ่น-จีน ชิงปักฐานยานยนต์
Economic เปิดสถิติลงทุน 9 เดือน EEC ญี่ปุ่น-จีน ชิงปักฐานยานยนต์
ดูทั้งหมด

ประยุทธ์ เกาะติด บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ใช้สิทธิสะสม 3.3 พันล้านบาท

11 เม.ย. 2566 | 17:20น.
ประยุทธ์ บัตรสวัสดิการ

ประยุทธ์ ติดตาม โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีผู้ผ่านเกณฑ์ 14.5 ล้านราย ใช้สิทธิสะสม 3.3 พันล้านบาท

วันที่ 11 เมษายน 2566 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ติดตามความคืบหน้าการดำเนินโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 ซึ่งเริ่มให้ใช้สิทธิสวัสดิการได้วันแรกเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2566 ที่ผ่านมา

สำหรับผู้ที่ยืนยันตัวตนสำเร็จภายในวันที่ 26 มีนาคม 2566 ซึ่งล่าสุดมีผู้ผ่านเกณฑ์ที่ยืนยันตัวตนสำเร็จแล้วกว่า 13 ล้านราย คิดเป็นร้อยละ 89.43 ของจำนวนผู้ผ่านเกณฑ์ทั้งหมดกว่า 14.5 ล้านราย และมีมูลค่าการใช้สิทธิสะสมจำนวนกว่า 3,300.35 ล้านบาท จากผู้มีสิทธิจำนวน 10.54 ล้านราย (ข้อมูล ณ วันที่ 10 เมษายน 2566) พร้อมสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลอำนวยความสะดวกประชาชนในการยืนยันตัวตนอย่างเต็มที่ตามขั้นตอน เพื่อจะสามารถเริ่มใช้สิทธิได้โดยเร็ว

สำหรับผู้ที่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติตามโครงการแล้ว แต่ยังไม่ได้ยืนยันตัวตน ยังคงสามารถดำเนินการยืนยันตัวตนได้อยู่ โดยขอให้รีบยืนยันตัวตนภายในวันที่ 26 มิถุนายน 2566 ซึ่งจะยังคงได้รับสิทธิย้อนหลัง ไม่เกิน 3 เดือน นับจากเดือนแรกที่เริ่มใช้สิทธิได้ แต่หากยืนยันตัวตนหลังจากนั้น จะได้รับสิทธิเฉพาะเดือนที่กระทรวงการคลังดำเนินการตั้งวงเงินให้

ทั้งนี้ ผู้ผ่านเกณฑ์สามารถยืนยันตัวตนได้ที่ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ตามวันเวลาที่หน่วยงานกำหนด โดยใช้บัตรประจำตัวประชาชน พร้อมทั้งผูกบัญชีพร้อมเพย์กับเลขประจำตัวประชาชนกับธนาคารใดก็ได้ เพื่อความสะดวกในการรับสิทธิ หากภาครัฐมีการให้สวัสดิการเป็นเงินโอนเข้าบัญชีในอนาคต

สำหรับผู้ผ่านเกณฑ์ที่ยืนยันตัวตนไม่สำเร็จ เนื่องจากการตรวจสอบสถานะบัตรประจำตัวประชาชนไม่ผ่าน ขอให้ตรวจสอบและแก้ไขข้อมูล ณ ที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขตกรุงเทพมหานคร แล้วดำเนินการยืนยันตัวตนอีกครั้ง แต่หากยืนยันตัวตนไม่สำเร็จจากกรณีเปรียบเทียบใบหน้าไม่ผ่าน ขอให้ติดต่อธนาคารกรุงไทยเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป โดยเมื่อยืนยันตัวตนสำเร็จ จะสามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตามวันที่กระทรวงการคลังกำหนด

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติ ขอให้รีบดำเนินการยื่นขออุทธรณ์ภายในวันที่ 1 พฤษภาคม 2566 โดยสามารถยื่นอุทธรณ์ด้วยตนเองผ่านเว็บไซต์ หรือติดต่อหน่วยงานรับลงทะเบียนเพื่อยื่นอุทธรณ์ ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและรายละเอียดโครงการ เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th

“นายกรัฐมนตรียินดีที่โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ มีวัตถุประสงค์เพื่อแบ่งเบาลดภาระค่าครองชีพ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง โดยคำนึงถึงประโยชน์ที่จะเกิดแก่ประชาชนเป็นสำคัญ ซึ่งได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากประชาชนมาโดยตลอดตั้งแต่รัฐบาลเริ่มดำเนินโครงการ นายกรัฐมนตรีมุ่งหวังว่าโครงการนี้ จะมีส่วนในการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดสรรสวัสดิการของภาครัฐ และยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างยั่งยืน” นายอนุชากล่าว