เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เขย่าตลาดทุน! MAJOR เจออีกรายบุคคลปริศนา รายงานข้อมูล ก.ล.ต. อ้างถือหุ้น 9.99%
Finance เขย่าตลาดทุน! MAJOR เจออีกรายบุคคลปริศนา รายงานข้อมูล ก.ล.ต. อ้างถือหุ้น 9.99%
นายกฯ ติดตามการจัดสร้างพระเมรุมาศ ‘พระพันปีหลวง’ คืบหน้ากว่า 90%
Politics นายกฯ ติดตามการจัดสร้างพระเมรุมาศ ‘พระพันปีหลวง’ คืบหน้ากว่า 90%
ครม.เห็นชอบปรับผังเมืองรวมอยุธยา รองรับเศรษฐกิจ-อุตสาหกรรม
Politics ครม.เห็นชอบปรับผังเมืองรวมอยุธยา รองรับเศรษฐกิจ-อุตสาหกรรม
Shopee-Lazada-TikTok ‘เลย์ออฟ’ อาเซียนลอตใหญ่
Tech Shopee-Lazada-TikTok ‘เลย์ออฟ’ อาเซียนลอตใหญ่
เปิดวิกฤตสุขภาพสงฆ์ไทย เสี่ยง NCDs-ปอดอักเสบครองแชมป์มรณภาพ 3 ปีซ้อน
Biz Movement เปิดวิกฤตสุขภาพสงฆ์ไทย เสี่ยง NCDs-ปอดอักเสบครองแชมป์มรณภาพ 3 ปีซ้อน
ครม.ไฟเขียวตั้งทีมลุยเป็นสมาชิก OECD ภายในปี 71 มี ‘นายกฯ’ นั่งประธาน
Politics ครม.ไฟเขียวตั้งทีมลุยเป็นสมาชิก OECD ภายในปี 71 มี ‘นายกฯ’ นั่งประธาน
คุชแมนฯ ชี้ Q2/69 นิคมฯเนื้อหอม 3 ชาติทุ่มบิ๊กโปรเจ็กต์หมื่นล้าน ค่าเช่าโรงงาน-แวร์เฮาส์ขาขึ้น
Real Estate คุชแมนฯ ชี้ Q2/69 นิคมฯเนื้อหอม 3 ชาติทุ่มบิ๊กโปรเจ็กต์หมื่นล้าน ค่าเช่าโรงงาน-แวร์เฮาส์ขาขึ้น
ก.ล.ต. ยันต้องสอบ “เชิงลึก” ปมบุคคลรายงานข้อมูลเข้าถือครองหุ้น TRUE
Finance ก.ล.ต. ยันต้องสอบ “เชิงลึก” ปมบุคคลรายงานข้อมูลเข้าถือครองหุ้น TRUE
ครม.อนุมัติให้กู้เงินธนาคารโลก 4.5 พันล้าน สร้าง 2 สะพานภาคใต้
Politics ครม.อนุมัติให้กู้เงินธนาคารโลก 4.5 พันล้าน สร้าง 2 สะพานภาคใต้
รัฐบาลเห็นชอบ 4 แบงก์ลดเงินนำส่งกองทุน SFIs ปี 69 ช่วยลูกหนี้ฐานราก
Finance รัฐบาลเห็นชอบ 4 แบงก์ลดเงินนำส่งกองทุน SFIs ปี 69 ช่วยลูกหนี้ฐานราก
ดูทั้งหมด

ประยุทธ์ เกาะติด บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ใช้สิทธิสะสม 3.3 พันล้านบาท

11 เม.ย. 2566 | 17:20น.
ประยุทธ์ บัตรสวัสดิการ

ประยุทธ์ ติดตาม โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีผู้ผ่านเกณฑ์ 14.5 ล้านราย ใช้สิทธิสะสม 3.3 พันล้านบาท

วันที่ 11 เมษายน 2566 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ติดตามความคืบหน้าการดำเนินโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 ซึ่งเริ่มให้ใช้สิทธิสวัสดิการได้วันแรกเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2566 ที่ผ่านมา

สำหรับผู้ที่ยืนยันตัวตนสำเร็จภายในวันที่ 26 มีนาคม 2566 ซึ่งล่าสุดมีผู้ผ่านเกณฑ์ที่ยืนยันตัวตนสำเร็จแล้วกว่า 13 ล้านราย คิดเป็นร้อยละ 89.43 ของจำนวนผู้ผ่านเกณฑ์ทั้งหมดกว่า 14.5 ล้านราย และมีมูลค่าการใช้สิทธิสะสมจำนวนกว่า 3,300.35 ล้านบาท จากผู้มีสิทธิจำนวน 10.54 ล้านราย (ข้อมูล ณ วันที่ 10 เมษายน 2566) พร้อมสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลอำนวยความสะดวกประชาชนในการยืนยันตัวตนอย่างเต็มที่ตามขั้นตอน เพื่อจะสามารถเริ่มใช้สิทธิได้โดยเร็ว

สำหรับผู้ที่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติตามโครงการแล้ว แต่ยังไม่ได้ยืนยันตัวตน ยังคงสามารถดำเนินการยืนยันตัวตนได้อยู่ โดยขอให้รีบยืนยันตัวตนภายในวันที่ 26 มิถุนายน 2566 ซึ่งจะยังคงได้รับสิทธิย้อนหลัง ไม่เกิน 3 เดือน นับจากเดือนแรกที่เริ่มใช้สิทธิได้ แต่หากยืนยันตัวตนหลังจากนั้น จะได้รับสิทธิเฉพาะเดือนที่กระทรวงการคลังดำเนินการตั้งวงเงินให้

ทั้งนี้ ผู้ผ่านเกณฑ์สามารถยืนยันตัวตนได้ที่ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ตามวันเวลาที่หน่วยงานกำหนด โดยใช้บัตรประจำตัวประชาชน พร้อมทั้งผูกบัญชีพร้อมเพย์กับเลขประจำตัวประชาชนกับธนาคารใดก็ได้ เพื่อความสะดวกในการรับสิทธิ หากภาครัฐมีการให้สวัสดิการเป็นเงินโอนเข้าบัญชีในอนาคต

สำหรับผู้ผ่านเกณฑ์ที่ยืนยันตัวตนไม่สำเร็จ เนื่องจากการตรวจสอบสถานะบัตรประจำตัวประชาชนไม่ผ่าน ขอให้ตรวจสอบและแก้ไขข้อมูล ณ ที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขตกรุงเทพมหานคร แล้วดำเนินการยืนยันตัวตนอีกครั้ง แต่หากยืนยันตัวตนไม่สำเร็จจากกรณีเปรียบเทียบใบหน้าไม่ผ่าน ขอให้ติดต่อธนาคารกรุงไทยเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป โดยเมื่อยืนยันตัวตนสำเร็จ จะสามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตามวันที่กระทรวงการคลังกำหนด

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติ ขอให้รีบดำเนินการยื่นขออุทธรณ์ภายในวันที่ 1 พฤษภาคม 2566 โดยสามารถยื่นอุทธรณ์ด้วยตนเองผ่านเว็บไซต์ หรือติดต่อหน่วยงานรับลงทะเบียนเพื่อยื่นอุทธรณ์ ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและรายละเอียดโครงการ เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th

“นายกรัฐมนตรียินดีที่โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ มีวัตถุประสงค์เพื่อแบ่งเบาลดภาระค่าครองชีพ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง โดยคำนึงถึงประโยชน์ที่จะเกิดแก่ประชาชนเป็นสำคัญ ซึ่งได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากประชาชนมาโดยตลอดตั้งแต่รัฐบาลเริ่มดำเนินโครงการ นายกรัฐมนตรีมุ่งหวังว่าโครงการนี้ จะมีส่วนในการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดสรรสวัสดิการของภาครัฐ และยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างยั่งยืน” นายอนุชากล่าว