Skip to content

ประวิตร ลั่น ไม่ยุบกองทุนหมู่บ้าน แถมเติมเงินให้อีก 2 แสนบาท

30 เม.ย. 2566 | 19:33น.
ประวิตร ลั่น ไม่ยุบกองทุนหมู่บ้าน แถมเติมเงินให้อีก 2 แสนบาท

ประวิตร ขนทัพ พปชร. เยือนถิ่นอีสานเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ จ.ขอนแก่น ประกาศไม่ยุบกองทุนหมู่บ้านพร้อมเพิ่มเงินให้กองทุนละ 2 แสนบาท

วันที่ 30 เมษายน 2566 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติไคซ์ อ.เมือง จ.ขอนแก่น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พร้อมด้วยแกนนำ นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรค นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค พลเอกธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พล.อ.กฤษณ์โยธิน ศศิพัฒนวงษ์ นายทะเบียนพรรค

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ประธานแผนยุทธศาสตร์การเมือง นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้งภาคเหนือ เดินทางมาที่จังหวัดขอนแก่นเพื่อขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่พบปะประชาชนชาวอีสาน โดยบรรยากาศมีประชาชนชาวอีสานมารอต้อนรับฟังการปราศรัยรวมกว่า 11,000 คน

พร้อมเปิดตัวผู้สมัครทั้ง 11 เขตของพรรค ประกอบด้วย นายอัษฎางค์ แสวงการ เขต 1 เบอร์ 2 นสยพัฒนา นุศรีอัน เขต 2 เบอร์ 2 นายปัญญา ศรีปัญญา เขต 3 เบอร์ 2 นายณรงค์เลิศ สุรพล เขต 4 เบอร์ 1 นายสมใจ ชาญจระเข้ เขต 5 เบอร์ 10 นายสำราญ ศรีภา เขต 6 เบอร์ 7

นายสมศักดิ์ คุณเงิน เขต 7 เบอร์ 4 นพ.กันณพงศ์ อัครไชยพงศ์ เขต 8 เบอร์ 10 นายพิพัฒน์พงศ์ พรหมนอก เขต 9 เบอร์ 2 นายบัลลังก์ อรรณนพพร เขต 10 เบอร์ 2 และ ร.อ.สมรักษ์ คำสิงห์ เขต 11 เบอร์ 3

พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ตนและพรรคพลังประชารัฐพร้อมจะรับใช้ชาวขอนแก่นทุกคน เราเลือกคนดีและคนเก่งมาเป็นผู้แทนของประชาชน จึงขอให้เลือกผู้สมัครของพลังประชารัฐทั้ง 11 เขต และเลือกพรรคพลังประชารัฐเบอร์ 37 บัตรสีเขียว วันนี้ตนอยากให้คนไทยรักกัน เป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อที่จะก้าวข้ามความขัดแย้ง และความยากจนไปด้วยกัน ขอให้เชื่อมั่นในพรรคพลังประชารัฐและผู้สมัครทั้ง 11 คนที่ยืนอยู่ตรงนี้

พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ พลังประชารัฐได้นำเสนอนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากมาย ทั้งบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่เพิ่มเป็น 700 บาทต่อเดือน และแถมวงเงินประกันชีวิตอีก 2 แสนบาท ส่วนกองทุนหมู่บ้านที่มีคนบอกว่าจะยุบทิ้ง ผมจะไม่ยุบ และจะเพิ่มให้อีกกองทุนละ 2 แสนบาท 

พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า นอกจากนี้ เรายังจะลดราคาน้ำมัน ราคาแก๊ส และค่าไฟฟ้าลงในทันทีที่เข้ามาเป็นรัฐบาล โดยจะลดราคาน้ำมันเบนซินลง 18 บาทต่อลิตร น้ำมันดีเซลลด 6.30 บาทต่อลิตร ซึ่งจะทำทันที่พลังประชารัฐได้เข้ามาเป็นรัฐบาล รวมทั้งยังมีมาตรการลดราคาแก๊สให้เหลือ 250 บาทต่อถัง ที่สำคัญ คือ ลดค่าไฟฟ้าครัวเรือนให้เหลือ 2.50 บาทต่อหน่วย และลดค่าไฟฟ้าภาคอุตสาหกรรมเหลือ 2.70 บาทต่อหน่วย เพื่อมอบความสุขให้ประชาชนด้วยความจริงใจ

พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า พรรคพลังประชารัฐ ยังมีนโยบายเพิ่มเงินในบัญชีของประชาชนอย่าง สวัสดิการผู้สูงอายุ 3 4 5 และ 6 7 8 โดยผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปจะได้รับ 3,000 บาท อายุ 70 ปีขึ้นไป จะได้รับ 4,000 บาท และอายุ 80 ปีขึ้นไปจะได้รับ 5,000 บาท รวมไปถึงนโยบาย “แม่ บุตร ธิดา ประชารัฐ” แจกเงินคนท้องเดือนละ 10,000 บาท เป็นเวลา 5 เดือนจนกว่าจะคลอด และเงินช่วยดูแลลูกอีกเดือนละ 3,000 บาท จนถึง 6 ขวบ

“อีกหนึ่งนโยบายที่สำคัญก็คือ มีเราไม่มีแล้ง มีน้ำไม่มีจน ที่เราได้บริหารจัดการมากกว่าสามปี และเราจะทำต่อไป เช่นเดียวที่ดินทำกิน ถ้ามีเราก็มีที่ดินทำกิน ไม่มีจน เราจะทำให้ประชาชนทั่วทั้งประเทศมีที่อยู่ที่อาศัย ที่ประกอบสัมมาวิชาชีพ ทั้งนี้เราจะสนับสนุนเงินให้เกษตรกรทั่วประเทศ จำนวน 30,000 บาท ทั้ง 8 ล้านครอบครัว เพื่อแก้ปัญหาความยากจนด้วย” พล.อ.ประวิตรกล่าว

พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า พลังประชารัฐจะทำทุกอย่างเพื่อให้ประชาชนอยู่ดีกินดี มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยยกระดับการขนส่งคมนาคม พัฒนาภาคอุตสาหกรรม ควบคู่ไปกับระบบการศึกษาที่สอดคล้องกับการประกอบอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้ ด้วยนโยบายอีสานประชารัฐ

พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เราจะพัฒนาภาคอีสานและภาคตะวันออกให้เป็นรถไฟทางคู่ จาก จ.บึงกาฬ-ท่าเรือแหลมฉบัง-ท่าเรือมาบตาพุด-สนามบินอู่ตะเภา จ.ระยอง โดยเป็นการพัฒนาพื้นที่ได้ 24 จังหวัด ในภาคอีสาน และภาคตะวันออก สอดรับกับโครงการอีอีซี โดยเราจะสร้างเมื่อเราได้เป็นรัฐบาล ซึ่งเราสำรวจเส้นทางกันมาเรียบร้อยแล้ว

“โดยทางรถไฟจะผ่าน 13 จังหวัด ได้แก่ จังหวัด บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด สุรินทร์ บุรีรัมย์ นครราชสีมา สระแก้ว ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง และยังเชื่อมต่อ 11 จังหวัดได้แก่ จังหวัดหนองคาย ขอนแก่น ชัยภูมิ นครพนม มุกดาหาร อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ยโสธร ศรีษะเกษ มหาสารคาม และหนองบัวลำภู ระยะทางรวมประมาณ 480 กม.” พล.อ.ประวิตรกล่าว

ด้านนายวิรัชกล่าวปราศรัยว่า นโยบายของพรรคพลังประชารัฐมุ่งเน้นไปที่การ ช่วยให้พี่น้องประชาชนผลจากความยากจนรวมถึงต้องการแบ่งเบาภาระ ค่าครองชีพในการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น การลดราคาน้ำมัน ราคาแก๊ส และค่าไฟฟ้าลงในทันทีที่เข้ามาเป็นรัฐบาล 

นายวิรัชกล่าวว่า โดยจะลดราคาน้ำมันเบนซินลง 18 บาทต่อลิตร น้ำมันดีเซลลด 6.30 บาทต่อลิตร ซึ่งจะทำทันที่พลังประชารัฐได้เข้ามาเป็นรัฐบาล รวมทั้งยังมีมาตรการลดราคาแก๊สให้เหลือ 250 บาทต่อถัง 

“ที่สำคัญ คือ ลดค่าไฟฟ้าครัวเรือนให้เหลือ 2.50 บาทต่อหน่วย และลดค่าไฟฟ้าภาคอุตสาหกรรมเหลือ 2.70 บาทต่อหน่วย รวมถึงบัตรประชารัฐ 700 บาทต่อเดือนด้วย นโยบายดีเช่นนี้ เราจะไม่เลือกได้หรือ ทันทีที่เราเข้าไปเป็นรัฐบาล เราจะก้าวข้ามความยากจนไปด้วยกัน” นายวิรัชกล่าว

ด้าน ร.อ.ธรรมนัสกล่าวปราศรัยว่า วันนี้คนไทยโดยเฉพาะชาวบ้านฐานรากประสบปัญหากันถ้วนหน้าไม่ว่าจะเป็นหนี้กองทุนหมู่บ้าน หนี้ ธกส.เช่นเดียวกับชาวขอนแก่นที่อยู่ที่นี่ ตนรู้ถึงปัญหาดี เนื่องจากช่วงที่ตนปฏิบัติหน้าที่เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตนลงมาพื้นที่จังหวัดขอนแก่นอยู่เป็นประจำ เพื่อมาแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำ เรื่องที่ดินทำกิน รวมไปถึงการส่งเสริมอาชีพ และครอบครัวพลังประชารัฐทุกคนต่างก็มีความสุขที่ได้มาเยือนจังหวัดขอนแก่นพบกับพี่น้องประชาชนอีกครั้ง

“วันนี้ผมมีข่าวดีมาบอกพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศ ทั้ง 8 ล้านครอบครัว เพราะ พปชร.ออกโยบายเพื่อแก้ปัญหาความยากจน ต้องการช่วยเหลือเกษตกรทุกครัวเรือน ทันทีที่จัดตั้วรัฐบาลเสร็จ พปชร.พร้อมทำทันทีต่อทุนให้เกษตรกรครอบครัวละจำนวน 30,000 บาท” ร.อ.ธรรมนัสกล่าว

ด้าน นางนฤมลกล่าวปราศรัยว่า เราให้ความสำคัญกับชาวอีสานด้วยการออกนโยบายอีสานประชารัฐ ที่เราจะทำให้ภาคอีสานเจริญ เกิดการลงทุน ไม่ใช่ทำแต่การเกษตรอย่างเดียว อีสานจะต้องมีอุตสาหกรรมทันสมัยเกิดขึ้น อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป 

“ที่สำคัญเฉพาะตัวเมืองขอนแก่นนี้ พล.อ.ประวิตรต้องการให้เกิดเมืองอัจฉริยะ เป็นต้นแบบของภาคอีสาน เพราะขอนแก่นมีความพร้อมในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐาน ภูมิศาสตร์ และบุคลากร เพราะมีคนที่มีความรู้ ความสามารถในจังหวัดขอนแก่นจำนวนมาก” นางนฤมลกล่าวและว่า

“พรรคพลังประชารัฐจะทำให้ขอนแก่นเป็นเมืองอัจฉริยะเพื่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ นำไปสู่การแก้ปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน วันที่ 14 พ.ค.การเลือกตั้งครั้งนี้มีบัตร 2 ใบ บัตรสีม่วงขอให้เลือกผู้สมัครจากพรรคพลังประชารัฐทั้ง 11 เขต ส่วนบัตรสีเขียวก็ให้กาเบอร์ 37 พรรคพลังประชารัฐ แล้วเราจะก้าวข้ามความยากจนไปด้วยกัน” นางนฤมลกล่าว