Skip to content

รู้จัก พลังสังคมใหม่ และเพื่อไทรวมพลัง หลังตอบรับ ก้าวไกลร่วมรัฐบาล

18 พ.ค. 2566 | 16:50น.
รู้จัก พลังสังคมใหม่ และเพื่อไทรวมพลัง หลังตอบรับ ก้าวไกลร่วมรัฐบาล

รู้จัก พรรคพลังสังคมใหม่ และพรรคเพื่อไทรวมพลัง หลังตอบรับรัฐบาลก้าวไกล เป็นลำดับพรรคที่ 7 และ 8  ม้ามืดเลือกตั้ง 2566

วันที่ 18 พฤษภาคม 2566 หลังผลคะแนนเลือกตั้ง 2566 ออกมาอย่างไม่เป็นทางการ ม้ามืดนอกสายตาอย่าง พรรคพลังสังคมใหม่ และเพื่อไทรวมพลัง ต่างคว้า ส.ส. มาแบบเซอร์ไพรส์แบบทั้งคู่ ทางด้านพรรคพลังสังคมใหม่สามารถคว้า ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ได้ 1 ที่นั่ง ส่วนพรรคเพื่อไทรวมพลัง คว้า ส.ส.เขตได้ 2 ที่นั่ง

ที่น่าสนใจทางด้านพรรคเพื่อไทรวมพลังนั้นส่ง ส.ส. เขต 2 คน คว้าชัยได้ทั้งคู่ โดยล้มยักษ์อย่างเพื่อไทยที่เป็นฐานนิยมเก่าของอุบลราชธานี พิมพกาญจน์ พลสมัคร เอาชนะ ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อดีต ส.ส.อุบลฯ พรรคเพื่อไทย 9 สมัย ขณะที่ สมศักดิ์ บุญประชม ล้ม สมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.เพื่อไทย ที่ไม่สามารถป้องกันแชมป์ได้

แถลงข่าวจัดตั้งรัฐบาล

พรรคพลังสังคมใหม่ตอบรับร่วมรัฐบาลเป็นพรรคที่ 7 โดยอยากเข้ามาแก้ไขปัญหาพืชผลทางการเกษตรราคาตกต่ำ นายเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ หัวหน้าพรรคพลังสังคมใหม่ กล่าวถึง การชักชวนให้เข้ารัฐบาลของพรรคก้าวไกลว่า

“ตนได้รับการติดต่อมาจากรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ซึ่งตนจำชื่อไม่ได้ ชักชวนให้เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งตนได้ตอบตกลงพร้อมเข้าร่วมรัฐบาล เพราะมองว่าจะเป็นโอกาสเข้าไปแก้ปัญหาให้ประชาชน โดยเฉพาะภาคเหนือ พบว่าขณะนี้ผลิตผลทางการเกษตร เช่น ลำใย มะม่วง มีผลผลิตออกมาจำนวนมาก และราคาตกต่ำ ต้องเร่งแก้ไขปัญหาให้ชาวสวน”

นายเชาวฤทธิ์กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านั้น คนของ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ว่าที่ ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้เข้ามาพบและพูดคุย ในฐานะที่ตนเป็นคนจังหวัดน่านเช่นกัน ซึ่งการพูดคุยคือการชักชวนให้มาทำงานร่วมกัน ตนมองว่าเป็นสิ่งที่ดีและพร้อมร่วมทำงานด้วย โดยปัจจุบัน จ.น่าน มีว่าที่ ส.ส. 4 คน คือ จากพรรคเพื่อไทย 3 คนใน 3 เขต และตนในฐานะว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังสังคมใหม่

“ในการจัดตั้งรัฐบาลรอบนี้ ผมพร้อมสนับสนุนพรรคที่ชนะเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นก้าวไกลก็ได้ หรือเป็นพรรคเพื่อไทยก็ดี” นายเชาวฤทธิ์กล่าว

ส่วนพรรคเพื่อไทรวมพลังตอบรับร่วมรัฐบาลก้าวไกลเป็นพรรคที่ 8 โดยเพจเฟซบุ๊ก เปิดเผยจุดยืนของพรรคระบุว่า เราขอแสดงจุดยืนตามหลักแนวทางประชาธิปไตย และขอสนับสนุนตามเสียงส่วนใหญ่ของพี่น้องประชาชน พรรคเพื่อไทรวมพลังยินดีสนับสนุนให้หัวหน้าพรรคก้าวไกล นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรีโดยปราศจากเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้น

รู้จักพรรคพลังสังคมใหม่

พรรคพลังสังคมใหม่ ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 17 มีนาคม พ.ศ. 2564 โดยมี นายเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ เป็นหัวหน้าพรรค ได้หมายเลข 5 ในสนามเลือกตั้ง 2566 ส่ง ส.ส.เขต 79 คน และบัญชีรายชื่อ 27 คน โดยได้ ส.ส. บัญชีรายชื่อเพียงคนเดียวของพรรคในพื้นที่ จ.น่าน

นายเชาว์ฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ

นโยบายหาเสียง

  • รายได้พื้นฐานถ้วนหน้าจ่ายเงินให้กับผู้ที่มีรายได้น้อยเดือนละ 3,000 บาททุกเดือน
  • กองทุนกู้วิกฤตธุรกิจ รายย่อย (แม่ค้ารายย่อย) ให้เข้าถึงแหล่งทุน วงเงินไม่เกิน 300,000 บาท
  • แก้ไขปัญหาหนี้สินให้สมาชิกกองุทนฟื้นฟูและกลุ่มเกษตรกร
  • ปุ๋ยคนละครึ่งที่พึ่งเกษตรกรเพื่อลดต้นทุนให้กับเกษตรกร
  • เปลี่ยนที่ดิน ภบท.5-6-11 สปก.4-01 เป็นโฉนดที่ดินให้เกษตรกร
  • ระบบสาธารณสุขแนวคิดบริการแบบใหม่
  • บัตรประชาชนใบเดียวรักษาฟรีทุกโรคได้ทั่วไทยทุก ๆ โรงพยาบาลของรัฐ
  • แยกท้องถิ่นออกจากกระทรวงมหาดไทย โดยยกฐานะเป็นกระทรวงส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่น
  • นิรโทษกรรม ผู้ติดเครดิตบูโร (แบล็กลิสต์)

รู้จักพรรคเพื่อไทรวมพลัง

เลือกตั้ง 2566 พรรคเพื่อไทรวมพลัง ส่ง ส.ส.บัญชีราชื่อ 19 คน ส.ส.เขต 2 คน ไม่มีชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

เพื่อไทรวมพลังจดทะเบียนเลือกตั้งพรรคการเมือง เมื่อวันที่ 25 ตุลาคคม 2564 มี วสวรรธน์ พวงพรศรี นั่งหัวหน้าพรรค มีว่าที่ร้อยตรี วิชัย จิตรพิทักษ์เลิศ นั่งเลขาธิการพรรค ก่อน 16 สิงหาคม 2565 เปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหารพรรค นายวรเชษฐ เชิดชู มานั่งเป็นเลขาธิการพรรค

ร.ต.วิชัย จิตรพิทักษ์เลิศ ชาว อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา พี่ชายคนโตครอบครัว “จิตรพิทักษ์เลิศ” เป็นน้องนางยลดา หวังศุภกิจโกศล หรือหน่อย นายก อบจ.นครราชสีมา ภรรยากำนันป้อ-นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศลอดีต รมช.คมนาคม และเจ้าของโรงแป้งเอี่ยมเฮง ร.ต.วิชัยเคยเป็น ส.ส.พรรคชาติไทย ลงสมัคร ส.ว. ก่อนย้ายไปอยู่เชียงใหม่ บ้านภรรยา

พรรคเพื่อไทรวมพลัง

ขณะที่ วสวรรธน์ พวงพรศรี ปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1 เป็นลูกชายของ มนัสมนต์ จิตรพิทักษ์เลิศ พี่สาวของ หน่อย ยลดา ภรรยานายวีรศักดิ์ วัยไม่ถึง 30 ปี เมื่อครั้งนางยลดา ชนะเลือกตั้งและได้รับรับรองจาก กกต. ให้ดำรงตำแหน่งนายก อบจ.นครราชสีมา แต่งตั้งให้ วสวรรธน์ เป็นเลขานุการ นายก อบจ.นครราชสีมา ก่อนลาออก

ขณะที่ปาร์ตี้ลิสต์ เบอร์ 2 “จิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล” เป็นอดีต ส.ส.โคราช เขต 2 ของพรรคเพื่อแผ่นดิน ได้ฐานธุรกิจแป้งมัน อยู่ที่ศรีสะเกษ อุบลราชธานี และอำนาจเจริญ มาก่อน

ด้าน 2 ส.ส.ใหม่ที่เข้าเส้นชัย เตรียมตัวเข้าสภาครั้งนี้อย่าง ส.จ.หน่อย-พิมพกาญจน์ พลสมัคร เป็นอดีต ส.จ.เขต อ.ม่วงสามสิบ และเป็นอดีตประธานสภา อบจ.อุบลฯ ด้าน เสี่ยเชียง-สมศักดิ์ บุญประชม เป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง และยังเป็นประธานชมรมคนรักน้ำยืน ที่ช่วยเหลือประชาชนในช่วงโควิด-19

พรรคเพื่อไทรวมพลัง

นโยบายหาเสียง

  • แก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรที่เป็นหนี้เสีย โดยให้กองทุนฟื้นฟูฯ รับซื้อหนี้ทั้งหมดที่มีในสถาบันการเงินทุกประเภท รวมหนี้นอกระบบด้วย
  • ด้านการศึกษา เรียนฟรี ปริญญาตรี
  • มีงานทำ สร้างอาชีพในชุมชน ส่งเสริมธุรกิจ SMEs ธุรกิจออนไลน์
  • ลดความเหลื่อมล้ำปฏิรูปที่ทำกิน ยกเลิก สปก. กทบ.5 ที่ราชพัสดุที่หมดสภาพความเป็นป่าและมีประชาชนอาศัยอยู่โดยออกเป็นโฉนดทุกแปลง
  • สร้างนวัตกรรมเกษตรไทย ปฏิรูปภาคเกษตรโดยใช้นวัตกรรมนาโนเทคโนโลยีเข้ามาเพิ่มผลผลิต
  • ด้านสาธารณสุข ยกระดับ อสม. ให้เป็นผู้ช่วยแพทย์แผนไทยประจำหมู่บ้าน
  • แก้ไขเกณฑ์ทหาร ถ้าผู้ชายคนใดจับสลากได้ใบแดง รัฐจะต้องจ่ายเงินเยียวยาครอบครัวปีละ 15,000 บาท ทั้งนี้เพื่อทดแทนรายได้จากครอบครัวที่ขาดแรงงาน
  • มุ่งยกระดับราคาข้าวชาวนา ด้วยการตั้งราคากลาง โดยให้กลุ่มเกษตรกรแต่ละตำบล กู้เงินมาตั้งโรงสี 1 ตำบล 1 โรงสี แล้วสีข้าวส่งตลาดกลาง 1 จังหวัด 1 ตลาดกลาง