ประยุทธ์กัดฟัน สั่งกระทรวงการคลังหาทางอุ้มราคาน้ำมันดีเซล เล็งใช้กลไกกองทุนเชื้อเพลิงช่วย สุญญากาศรัฐบาลรักษาการ-รัฐธรรมนูญมาตรา 169 (1) ห้ามสร้างภาระผูกพัน ครม.ชุดต่อไป
วันที่ 13 มิถุนายน 2566 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พลังงาน เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าในการประชุม ครม.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้มอบหมายให้กระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณามาตรการลดภาษีน้ำมันดีเซล 5 บาทต่อลิตร ซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 20 กรกฎาคม 2566 ว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร
“นายกรัฐมนตรีได้ฝากเรื่องนี้กับกระทรวงการคลังไปดูว่าเป็นยังไง ส่วนการจะอนุมัติต่อหรือไม่นั้น ก็คงต้องรอข้อสรุป และถ้าต่ออายุก็ต้องเสนอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณาตามกฎหมายก่อน” นายสุพัฒนพงษ์กล่าว
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับมาตรการลดภาษีน้ำมันดีเซล 5 บาทต่อลิตรนั้น ที่ผ่านมา นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลัง พร้อมหารือกับกระทรวงพลังงาน ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ที่ให้ไปหาแนวทางร่วมกันเพื่อรองรับกับมาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล 5 บาทต่อลิตร ที่จะสิ้นสุดในวันที่ 20 กรกฎาคม 2566 นี้
“อย่างไรก็ตาม เนื่องจากรัฐบาลรักษาการไม่สามารถอนุมัติต่ออายุมาตรการลดภาษีสรรสามิตต่อไปได้ เพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 169 (1) ห้ามกระทำการสร้างความผูกพันต่อ ครม.ชุดต่อไป ดังต่อไปนี้
1.การอนุมัติให้หน่วยงานของรัฐดำเนินกิจกรรม มาตรการ หรือโครงการที่ก่อให้เกิดภาระต่องบประมาณ หรือภาระทางการคลังในอนาคต หรือก่อให้เกิดการสูญเสียรายได้ของรัฐ หรือหน่วยงานของรัฐ เช่น การจัดตั้งหน่วยงานใหม่ การยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หรือภาษีเงินได้นิติบุคคล
2.การมอบหมายให้หน่วยงานของรัฐดำเนินกิจกรรม มาตรการ หรือโครงการ โดยรัฐบาลรับภาระจะชดเชยค่าใช้จ่ายหรือการสูญเสียรายได้ในการดำเนินการ เช่น มาตรการกึ่งการคลังที่รัฐมอบหมายให้สถาบันการเงินที่เป็นรัฐวิสาหกิจดำเนินการตามมาตรการช่วยเหลือของรัฐบาล โดยรัฐบาลจะรับภาระชดเชยส่วนต่าง หรือค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นให้แก่สถาบันการเงิน
3.การอนุมัติการยกเว้น หรือลดภาษีอากร เช่น ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลสำหรับการบริจาคให้กับการดำเนินการสาธารณะบางประเภท การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกิจการบางประเภทที่เป็นมาตรการช่วยเหลือของรัฐบาล
แต่ถ้าไม่สามารถดำเนินการได้ ก็ต้องไปใช้กลไกของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เข้าผ่านการบริหารสภาพคล่อง เพื่อมาดูแลราคาน้ำมันดีเซลแทนได้” แหล่งข่าวระบุ
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาในการปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลของรัฐบาลรวม 7 ครั้ง กระทบการจัดเก็บรายได้ของรัฐไปมากถึง 158,000 ล้านบาท