ส.ว.ลาออก เรณู ตังคจิวางกูร ยื่นก่อนโหวตนายกฯ สะเทือน 376 เสียง

ส.ว.เรณู ตังคจิวางกูร ยื่นใบลาออก

ส.ว.เรณู ตังคจิวางกูร ยื่นใบลาออก มีผลทันที ส่งผลต่อการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 13 กรกฎาคม 2566 ที่ต้องการเสียงจากวุฒิสมาชิก 64 เสียง เพื่อให้ได้ 376 เสียง เพื่อให้นายพิธาได้เป็นนายกรัฐมนตรี

วันที่ 13 กรกฎาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา น.ส.เรณู ตังคจิวางกูร สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ได้ยื่นหนังสือแสดงความประสงค์ขอลาออกจากการเป็นสมาชิกวุฒิสภา โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคม 2566 เป็นต้นไป

โดยในเวลา 09.30 น. วันนี้ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ขึ้นทำหน้าที่บนบัลลังก์ และเปิดการประชุมรัฐสภา โดยมีสมาชิกรัฐสภาที่ปฏิบัติหน้าที่ได้เหลือ 749 คน จากยอดเต็ม 750 คน แบ่งเป็น ส.ส. 500 คน และ ส.ว. 249 คน

น.ส.เรณูได้ลาออกจากการเป็นสมาชิก ส.ว.เพียง 1 วันเท่านั้น ก่อนที่จะมีการลงมติเลือกตั้งนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 13 กรกฎาคม 2566 ซึ่งในบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ 2560 บัญญัติให้การโหวตเพื่อลงมติ “เห็นชอบ” นายกรัฐมนตรี ตามชื่อที่เสนอโดยบัญชีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของพรรคการเมือง ต้องมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกเท่าที่มีอยู่ของทั้ง 2 สภา หรือ 376 เสียง จาก 750 เสียง

อนี่ง เสียงของวุฒิสมาชิกมีความสำคัญในการเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญกำหนดว่า ให้สมาชิกของทั้งสองสภารวมกันจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา เข้าชื่อเสนอต่อประธานรัฐสภาเพื่อขอให้รัฐสภามีมติยกเว้นเพื่อไม่ต้องเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีจากผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ได้

และในกรณีเช่นนี้ให้ประธานรัฐสภาจัดให้มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภาโดยพลัน และต้องมีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกทั้งสองสภา (รวมทั้งสองสภาคือ 750 คน) เพื่อให้ยกเว้นได้ ทั้งนี้ เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรได้เสนอบุคคลนอกบัญชีรายชื่อนั้นได้นั่นเอง


ปัจจุบันพรรคร่วมรัฐบาลมี 8 พรรค 312 เสียง การโหวตให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แกนนำจัดตั้งรัฐบาล หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ต้องการเสียงจาก ส.ว.เพิ่มอีก 64 เสียง