เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

รวมไทยสร้างชาติ ร่วมงานเพื่อไทยได้ ถ้าเศรษฐาเป็นนายกฯ ยืนยันไม่แก้ ม.112

02 ส.ค. 2566 | 18:14น.
รวมไทยสร้างชาติ

เอกนัฏ-ธนกร ชี้รวมไทยสร้างชาติต้องถกรายละเอียดร่วมรัฐบาลเพื่อไทย ปลดล็อกพรรคลุง เพราะไม่มีประยุทธ์แล้ว

วันที่ 2 สิงหาคม 2566 ที่ทำการพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  ในฐานะรองหัวหน้าพรรค รทสช.ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยแถลงฉีกเอ็มโอยูสลายขั้ว 8 พรรค มีโอกาสทำให้พรรครทสช.ได้ร่วมรัฐบาลหรือไม่ ว่า ตนคงพูดไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องของคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) แต่ที่ผ่านมาหัวหน้าพรรคก็ยืนยันมาตลอดว่า เราสามารถเราสามารถทำงานได้กับทุกพรรคที่ยึดประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก และไม่มีนโยบายแก้ไขมาตรา 112  ดังนั้นอยู่ที่กก.บห. จะพิจารณา

“เราเป็นพรรคเล็กมีแค่ 36 เสียง ไม่ว่าเราจะเป็นฝ่ายค้านหรือเป็นรัฐบาลก็คิดว่า 36 คน ก็มีพลังในการทำงาน” นายธนกร กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรคไม่มีปัญหาเรื่องของลุง ที่เป็นเงื่อนไขของพรรคก้าวไกลแล้วใช่หรือไม่ นายธนกร กล่าวว่า เรื่องนี้พรรคชัดเจนมากที่สุดตั้งแต่วันแรกแล้ว เพราะพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะสมาชิกพรรคได้ลาออกไปตั้งแต่ตอนแรกแล้ว และไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับพรรคแล้ว ซึ่งเรื่องนี้อาจจะเป็นเหตุผลของบางพรรคการเมืองเท่านั้น 

“บางทีการดูข่าวการพูดของนักการเมืองรุ่นใหม่ รุ่นเก่ามากเกินไปแต่ละคนก็เก่งๆกันทั้งนั้น  มีเพื่อนผมส่งงานวิจัยของต่างประเทศมาให้พบว่าถ้าเราไปดูอะไรที่มันโง่ๆมาก มันจะทำให้เราโง่ตามไปด้วย เพราะฉะนั้นก็ต้องระมัดระวังในการดูด้วย ที่ผมพูดไม่ได้มีความหมายอะไร”

ส่วนคุณสมบัตินายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯของพรรคเพื่อไทยนั้น นายธนกร กล่าวว่า ถ้านายเศรษฐายืนยันชัดเจนเกี่ยวกับมาตรา 112 ก็สามารถทำงานได้เพราะเป็นทั้งแคนดิเดตนายกฯและนักธุรกิจ ไม่ได้มีปัญหาอะไร   

ส่วนก่อนหน้านี้นายเศรษฐาเคยพูดว่าจะแก้ไขมาตรา 112 พรรครทสช. หากร่วมรัฐบาลจะมั่นใจได้อย่างไร นายธนกร กล่าวว่า พรรคการเมืองในการทำงานการเมือง ต้องมีความชัดเจนก่อน ไม่ใช่ว่าวันนี้จะให้พรรคการเมืองอื่นยกไปก่อนคงไม่ได้ คงต้องมีการเจรจานอกรอบ  และผู้ใหญ่ทุกพรรคก็ต้องพูดคุยกัน และต้องมีการแสดงเจตจำนงค์ที่ชัดเจนให้ประชาชนทราบก่อนแล้วจึงเดินหน้าต่อไป 

ส่วนเรื่องที่ผ่านมาตนคิดว่า ทุกคนจะต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองกระทำ ทั้งนี้ส่วนตัวคิดว่าไม่มีใครรังเกียจรังงอนใคร ทุกคนคนคิดเอาประโยชน์ประเทศชาติเป็นหลักและเดินไปข้างหน้า

เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยบอกว่าหากแก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จจะคืนอำนาจให้ประชาชนคือการเลือกตั้งใหม่ นายธนกร กล่าวว่า ก็เป็นเรื่องที่ดี  ส่วนใหญ่ที่ผ่านมาที่ผ่านมาพอแก้รัฐธรรมนูญเสร็จ ไม่นานก็จะมีการยุบสภาเหมือนเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ แต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่ว่า 1-2 ปีเสร็จ  บางที 3 ปีหรืออาจจะครบวาระของรัฐบาลก็ได้

ด้าน  นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการ รทสช.กล่าวว่า พรรครวมไทยสร้างชาติยังมีจุดยืนเดิม โดยต้องดูไปตามขั้นตอน อันดับแรกคือการโหวตนายกรัฐมนตรี พรรคชัดเจนว่าหากมีพรรคก้าวไกลและการแก้ไขมาตรา 112 ก็ไม่สามารถโหวตให้ได้  ทั้งนี้ คงจะต้องมีเนื้อหาสาระมากกว่านี้ คิดว่าคงไม่ง่าย ส่วนที่จะมีการแถลงจัดตั้งรัฐบาลในวันที่ 3 ส.ค.นั้น ขณะนี้ก็ยังไม่ทราบ และยังไม่ได้รับการติดต่อจากพรรคเพื่อไทย 

ผู้สื่อข่าวถามว่า มองคุณสมบัตินายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยอย่างไรบ้าง นายเอกนัฏ กล่าวว่า การโหวตนายกฯ ทั้ง 2 ครั้งติดที่มาตรา 112 โดยครั้งที่ 3 คิดว่าแคนดิเดตนายกฯ ก็ต้องประกาศให้ชัด ต้องมีการอธิบายและหารือกันในรัฐสภา จากฝั่งสว. และ สส. คิดว่าประเด็นมาตรา 112 ต้องมีการชี้แจงก่อนที่จะโหวตนายกฯ 

ซึ่งถือเป็นข้อแรก และหากประกาศชัดแล้วว่าไม่เดินหน้าแก้ไข รวมถึงไม่เป็นวาระในรัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาล ก็จะเริ่มสามารถพูดคุยกันได้ แต่ส่วนจะร่วมด้วยหรือไม่ร่วมนั้นจะมีการพูดคุยกันก่อน เพราะอาจจะมีรายละเอียดหลายเรื่องก็ได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า ถึงการพูดถึงปัญหา 2 ลุงคือพรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคพลังประชารัฐจะมีการแก้ปัญหาร่วมกันอย่างไร  นายเอกนัฏ กล่าวว่า ไม่จำเป็นต้องแก้ปัญหาอะไร เพราะพรรครวมไทยสร้างชาติไม่ได้ติดใจว่าจะต้องไปทำงานในฐานะรัฐบาล และไม่ติดใจหากจะต้องเป็นฝ่ายค้าน สามารถทำหน้าที่ได้ เพียงแต่จะอยู่ตรงไหนต้องรักษาจุดยืน 

ส่วนการพูดถึงไม่เอาลุงนั้น สำหรับพรรครวมไทยสร้างชาติ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้ลาออกไปแล้วจึงไม่อยากให้พูดถึงอีก อยากให้มองไปที่อนาคตดีกว่า อะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุด หากจมอยู่กับอดีตก็ไม่มีอนาคต

รวมไทยสร้างชาติ

เมื่อถามว่า หากต้องไปทำงานร่วมกับพรรคเพื่อไทย จะทำความเข้าใจกับมวลชนอย่างไร นายเอกนัฏ กล่าวว่า การรักษาจุดยืนของพรรครวมไทยสร้างชาติถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด แม้จะเป็นพรรคที่มี 36 เสียงแต่จุดยืนชัดเจน พรรคมี 36 เสียงมีผลต่อการตั้งรัฐบาลยากอยู่แล้วเป็นที่เข้าใจได้ 

 ทั้งนี้ตนในฐานะเลขาธิการพรรค ก็ยืนยันมาตลอดว่าไม่ได้ติดใจว่าจะต้องเข้าไปทำงานในฐานะใด เพราะไม่ว่าจะอยู่ตรงไหนสามารถทำงานได้อย่างดีที่สุดอยู่แล้ว ในฐานะของ สส.อยู่ในสภาฯ ทุกคนก็ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ นอกสภาฯ ยังมีงานอื่นที่จะต้องทำไม่ว่าจะเป็นการงานในพื้นที่ของ สส.หรือเรื่องของพัฒนาพรรค ปรับปรุงการบริหารจัดการพรรคให้งานด้านการเมืองมีศักยภาพมากยิ่งขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคจะให้เป็นการฟรีโหวตหรือไม่ นายเอกนัฏ กล่าวว่า เนื่องจากตอนนี้ยังไม่มีข้อมูล รวมถึง เงื่อนไขต่าง ๆ มากนัก ดังนั้นจึงจะต้องหารือกันในพรรคก่อนว่าจะเอาอย่างไร  ทั้งเรื่องของการโหวต หรือ เงื่อนไขต่าง ๆ  คิดว่าในเวลานี้ข้อมูลยังไม่พอในการตัดสินใจ อย่างไรก็ตามส่วนตัวของตนประกาศในจุดยืนเดิมว่า ยังยึดมั่นในอุดมการณ์ ตั้งแต่โหวตมาวันแรกถึงวันนี้ชัดเสมอว่า เอาหรือไม่เอาอะไร แต่สำหรับพรรคจำเป็นต้องมีทิศทางที่ชัดเจนว่าจะไปทางไหน

“สิ่งสำคัญตอนนี้คือ อยากจะขอความชัดเจนเรื่อง ม.112 จะแก้หรือไม่แก้ ถ้าไม่แก้ก็ขอให้ประกาศให้ชัดโดยแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีด้วย จะได้ชัดเจนสำหรับทุกคนในการตัดสินใจ” เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าว