เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
GWM เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หลังผลิตชดเชย EV 3.5 ครบเป็นรายแรก
Automotive GWM เพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ หลังผลิตชดเชย EV 3.5 ครบเป็นรายแรก
ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57“ ทอดพระเนตรกุหลาบ “ควีนสุทิดา”
เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
Columns เปลี่ยนหงส์ไม่ง่าย
‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
Real Estate ‘ล้ำฤทธิ์’ ปั้น ‘ดิ โอทู แบงค็อก’ สปอร์ต-เวลเนสคอมเพล็กซ์ครบวงจร
หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
Finance หาเงินเก่ง กับรักษาเงินเก่ง
สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ข่าวในพระราชสำนัก สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมพระราชินี เสด็จฯ เปิดงานวันสตรีไทย 69
ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
Politics ศุภมาส สั่งคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ ดันกฎหมายร่วมเยียวยาผู้บริโภค เล็งเปิดทางฟ้องแบบกลุ่ม
‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
Business ‘เซ็นทารา’ รุก รร.ลักเซอรี่ เปิด ‘รีเซิร์ฟกระบี่’ ธ.ค.นี้
นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
Politics นายกฯ ลั่นไม่หนุนลดโทษฆาตกรอุกอาจ ขอโทษชาวรัสเซีย ยันภาพรวมไทยยังปลอดภัย
คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
Finance คปภ. ประสาน “ซมโปะ ประกันภัย” ใกล้ชิด ดูแลสิทธิผู้รับผลประโยชน์ “ฮลุน โซโล่”
ดูทั้งหมด

ศิริกัญญา รมว.คลังเงา สอนมวย เศรษฐา ชี้ 2 ทาง แจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท

11 ก.ย. 2566 | 12:35น.

ศิริกัญญา ซัดรัฐบาลตระบัดสัตย์ ไม่บรรจุนโยบายหาเสียง ทรยศประชาชน สอนมวย เศรษฐา บริหารประเทศไม่ใช่การพนัน ถึงต้องเทหมดหน้าตัก ให้โอกาสแก้ตัวจัดทำงบฯปี’67 ชี้ 2 ทางเลือก หาเงิน ถมนโยบายดิจิทัลวอลเลตหมื่นบาท หวั่น “เงินเฟ้อดิจิทัล” ทลายวินัยการเงินการคลัง

วันที่ 11 กันยายน 2566 ที่รัฐสภา มีการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐบาล ระหว่างวันที่ 11-12 กันยายน 2566 โดย น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล อภิปรายเป็นคนแรกในโควตาสัดส่วนพรรคฝ่ายค้านว่า การแถลงนโยบายต้องมีความชัดเจน เป้าหมายชัดเจน และมีตัวชี้วัดที่เหมาะสม ตลอดจนระยะเวลาในการแถลงนโยบาย ที่สำคัญที่สุดต้องบรรจุนโยบายที่หาเสียงไว้ เพราะเป็นคำมั่นสัญญาที่มีไว้ให้กับประชาชนในช่วงเลือกตั้ง เอาไว้แลกกับคะแนนเสียง

“ถ้าพรรคการเมืองไหนที่คิดจะกลับคำ ตระบัดสัตย์ ไม่ยอมบรรจุนโยบายที่ได้หาเสียงไว้ในการแถลงนโยบาย หรือไม่ดำเนินนโยบายที่ได้หาเสียงไว้ เมื่อได้เป็นรัฐบาลโดยปราศจาคคำอธิบายที่รับฟังได้ แบบนี้ถือว่าพรรคการเมืองนั้นทรยศต่อความไว้วางใจของประชาชน” น.ส.ศิริกัญญากล่าว

น.ส.ศิริกัญญาอภิปรายถึงนโยบายดิจิทัลวอลเลต 1 หมื่นบาทว่า จำเป็นต้องใช้งบประมาณมหาศาล 5.6 แสนล้านบาท ไม่ว่าจะใช้บล็อกเชนหรือไม่ใช้ จำเป็นต้องมีเงินมากองไว้เต็มจำนวน เพื่อการันตีว่า 1 บาทในโลกจริงจะเท่ากับ 1 บาทในโลกดิจิทัล ขึ้นอยู่กับว่าแหล่งที่มาของเงินน่าเชื่อถือหรือไม่ ถ้าไม่สามารถนำเงิน 5.6 แสนล้านมาแบ็กอัพได้ทันทีจะส่งผลถึงความเชื่อมั่นของร้านค้าที่จะรับขึ้นเป็นเงินสด กังวลว่าแลกไม่สะดวก หรือรัฐไม่มีเงินมาให้แลก

ถ้าร้านค้ารู้สึกแลกยากแลกเย็นกว่าเงินสดจะกลับคืนมาจะเกิดเป็น “เงินเฟ้อในโลกดิจิทัล” เหมือนกับโครงการคนละครึ่ง ถ้าจ่ายผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัลจะชาร์จค่าอินเทอร์เน็ต จึงจำเป็นต้องมีการขึ้นราคาสินค้า ถ้าไม่จ่ายเป็นเงินสด แต่ครั้งนี้คาดว่าจะรุนแรงกว่า

น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า แหล่งที่มาของเงินตอนหาเสียงเคยพูดว่า เก็บภาษีได้ 260,000 ล้านบาท จริง แต่งบประมาณเพิ่มขึ้นไม่ถึง เพราะเราพยายามตั้งเป้าขาดดุลลดลง ดังนั้น งบประมาณเพิ่มจริงแค่ 100,000 กว่าล้านบาท ยกเว้นรัฐบาลนี้จะขยายการขาดดุล ขยายการกู้ขาดดุลเพิ่ม ส่วนเงินมาจาก 100,000 ล้านบาทจากภาษีนิติบุคคลและมูลค่าเพิ่มจะได้มาหลังโครงการจบ ดังนั้น วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 อาจจะยังไม่มีเงินสดทั้งหมด 5.6 แสนล้านบาทมาแบ็กอัพ ขณะที่การตัดลดงบประมาณที่ซ้ำซ้อนมีปัญหาแน่นอน

“สรุปแล้วจะใช้เงินจากไหนได้บ้าง มีอยู่ 2 ทางเลือกเท่านั้นในโลกนี้ หนึ่ง งบประมาณแผ่นดิน หรือสอง เงินนอกงบประมาณ ถ้าใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน มีสองเรื่องต้องพิจารณา ว่างบพอไหม หรือเอาไปใส่ไว้ในงบประมาณปี’67 ได้หรือไม่ คือการสร้างท่อ ส่วนเงินสดพอไหม คือน้ำ มีน้ำพอที่จะใส่ในท่อนั้นหรือไม่ หากใช้เงินนอกงบประมาณ มี 3 ทางเลือก 1.กู้แบงก์รัฐ 2.ยืมเงินกองทุนหมุนเวียน หรือ 3.จะขายกองทุนวายุภักษ์”

น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า ทางเลือกที่ 1 ถ้าจะใช้งบฯปี’67 ไม่พอแน่นอน เพราะงบประมาณต่อปี 3.35 ล้านล้านบาท เราไม่สามารถใช้ได้ตามใจ เพราะมีหลายค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถตัดทอนได้

“ดังนั้น งบฯที่จะเหลือจริง ๆ มีเสรีภาพที่จะเอาไปหั่นไปตัดอะไรได้มีอยู่แค่ 8.5 แสนล้านบาท มิหนำซ้ำกฎหมายยังกำหนดไว้ว่าต้องเป็นรายจ่ายลงทุนไม่ต่ำกว่า 20% บวกกับงบฯผูกพันซึ่งส่วนใหญ่เป็นงบฯลงทุนจะต้องกันไว้ 4.5 แสนล้านบาท เหลือใช้จริง ๆ 4 แสนล้านบาท ซึ่งไม่ถึง 5.6 แสนล้านบาทแน่นอน แต่ถ้าจะดันทุรังใช้ 4 แสนล้านบาทนี้ คืองบฯดำเนินงาน งบฯโครงการต่าง ๆ ที่ต้องแบ่งใช้อีก 20 กระทรวง ถ้าจะเอามาใช้ในเงินดิจิทัลวอลเลต ถามรัฐมนตรีท่านแล้วหรือยัง ถามพรรคร่วมรัฐบาลหรือยังว่าจะเอางบฯโครงการทั้งหมด” น.ส.ศิริกัญญากล่าว

น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า เงินสดสามารถบริหารจัดการได้ หรือดุลเงินสดในงบประมาณรายจ่ายประจำปี ปกติ 4 เดือนแรกมีรายได้ส่งคลังเต็มที่ 8 แสนล้านบาท แต่รายจ่าย 1.2 ล้านล้านบาท ทำให้ติดลบดุลเงินสดอยู่และอาจจะกู้เงินขาดดุลบางส่วน ที่เหลือจะบริหารสภาพคล่องจากเงินคงคลัง

“ถามว่าจะทำอย่างไรให้มีเงินสดพอ 5.6 แสนล้านบาท ต้อง หนึ่ง ลดรายจ่ายจาก 1.2 ล้านล้านบาท ให้เหลือครึ่งหนึ่ง ซึ่งก็แค่เหลือพอจ่ายเงินเดือนข้าราชการและเงินบำนาญรายเดือน ที่เหลือไม่ต้องทำอย่างอื่นเลย และต้องคุมเงินนอกให้สมดุล เงินสดก็ยังไม่ค่อยพออยู่ดี ก็ต้องเลือกว่าจะ ‘กู้ชดเงินขาดดุลล่วงหน้า’ มาใช้กับโครงการนี้หรือไม่ แต่มีค่าเสียโอกาส คือดอกเบี้ย หรือ ‘ใช้เงินคงคลัง’ แต่ระหว่างปีเหลือไม่มาก ต้นปี ปลายปี อาจจะเป็น 5-6 แสนล้านบาท แต่ระหว่างปีอยู่ที่ 2-3 แสนล้านบาทเอง ดังนั้น ทำแบบนี้สุ่มเสี่ยงว่า นอกจากงบฯจะไม่พอแล้ว เงินสดก็อาจจะไม่พอด้วย” น.ส.ศิริกัญญากล่าว และว่า

“จึงจำเป็นต้องเป็นทางเลือกที่สอง คือใช้เงินนอกงบประมาณ ซึ่งก็ไม่ได้อีก ถ้าไม่แก้กรอบวินัยการเงินการคลัง ขายกองทุนวายุภักษ์ดีไหม ขายสมบัติเพื่อเป็นดิจิทัลวอลเลตดีไหม 346,000 ล้านบาท ถ้าจะขายให้หมดภายใน 4 เดือน ก็เสี่ยงที่จะขาดทุน และอาจจะทำให้ตลาดหลักทรัพย์ฯผันผวน” น.ส.ศิริกัญญากล่าว

น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า สอง ยืมเงินกองทุนหมุนเวียน มีอยู่สองกองที่มีเงินมากเพียงพอให้หยิบยืมได้ ระหว่างเลือกล้วงกระเป๋าผู้ประกันตน หรือจะล้วงกระเป๋าข้าราชการบำนาญ ซึ่งทางเลือกนี้ดิฉันขอห้อม เพราะไม่ใช่เป็นเงินของรัฐบาล 100% เป็นเงินสมทบของผู้ประกันตนและข้าราชการใช้ในยามเกษียณ

“เหลือทางเลือกสุดท้าย กู้แบงก์รัฐ ตามกรอบวินัยการเงินการให้อนุญาตให้กู้ได้ ณ ปัจจุบันไม่เกิน 32% ของเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี ซึ่งตอนนี้ถึงคอหอยแล้ว สิ้นปี’65 วงเงินเหลือ 6.2 หมื่นล้านบาท ระหว่างปี’66 จ่ายคืนในบางส่วนและกู้ใหม่ในบางส่วน น่าจะเหลือ 1.8 หมื่นล้านบาท” น.ส.ศิริกัญญากล่าว

“อย่างไรก็ตาม ถ้าจะกู้จริง ๆ สามารถทำได้ โดยการแก้กรอบวินัยการเงินการคลัง มาตรา 28 การกู้ยืมเงินจากหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งคงจะไม่สง่างามเท่าไหร่ สำหรับการดำเนินนโยบายการเงินการคลัง ดิฉันไม่ได้มีปัญหาในการแก้กรอบนี้ ปัญหารัฐบาลแถลงนโยบายโดยพร่ำพูดถึงการรักษาวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด แต่การทำหน้าที่ประธานกรรมธิการวินัยการเงินการคลังของรัฐ จะเริ่มต้นด้วยการทลายวินัยการเงินการคลังเลยหรือ” น.ศ.ศิริกัญญากล่าว และว่า

“เงินดิจิทัลวอลเลต 1 หมื่นบาทกระตุ้นเศรษฐกิจให้โตได้ ทำให้จีดีพีโตได้แน่นอน แต่ไม่ได้เพียงพอที่จะให้เกษตรกรเอาไว้ขุดแหล่งน้ำ เอาไว้บรรเทาภัยแล้งได้ สามารถทำให้เกษตรกรได้เอกสารสิทธิที่ดินของตัวเองได้ ไม่สามารถช่วยผู้ส่งออกให้ส่งออกเพิ่ม หรือไม่ตัดโอทีคนงานในโรงงานได้ ขอให้รัฐบาลจัดลำดับความสำคัญให้ดี”

“การบริหารราชการแผ่นดินไม่ใช่การพนันที่คุณจะเทหมดหน้าตัก ไม่ได้ แล้วไปหวังน้ำบ่อหน้าแบบนี้ ไม่ได้ ถึงเวลาที่ท่านต้องตั้งใจฟังเสียงที่ไม่ได้อยากได้ยิน ที่ท่านบอกว่าประเสริฐที่สุดตลอดสองวันนี้ ท่านยังมีโอกาสทำอะไรได้มากกว่านั้นที่ไม่ทำให้ผิดสัญญา แม้ท่านจะพลาดในครั้งนี้ ท่านยังมีโอกาสอีกหนึ่งครั้งในการแถลงงบประมาณ เพราะถ้าคำแถลงนโยบายเป็นคำสัญญา 4 ปี คำแถลงงบประมาณจะเป็นคำสัญญาฉบับ 1 ปีว่ารัฐบาลจะส่งมอบนโยบายอะไรบ้างใน 1 ปีที่จะเกิดขึ้น” น.ส.ศิริกัญญาทิ้งท้าย