Skip to content

โดดเดี่ยวมวลชน “ก้าวไกล” รัฐบาลเพื่อไทย 314 เสียง ล็อกเกมนิรโทษกรรม

20 ธ.ค. 2566 | 10:49น.
โดดเดี่ยวมวลชน “ก้าวไกล” รัฐบาลเพื่อไทย 314 เสียง ล็อกเกมนิรโทษกรรม
คอลัมน์ : Politics policy people forum

วาระร้อนที่สุด ในการเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีพรรคก้าวไกลทำหน้าที่เป็น “พรรคฝ่ายค้าน” เต็มตัว คือการผลักดันประเด็นอันแหลมคม ชงกฎหมายนิรโทษกรรมคดีการเมืองเข้าสภา

ในร่างกฎหมายนิรโทษกรรมของพรรคก้าวไกล มีใจความให้นิรโทษกรรมย้อนหลังตั้งแต่ชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ ปี 2549 ถึงปัจจุบัน

โดยให้นิรโทษกรรมการกระทำของผู้เดินขบวนและชุมนุมประท้วงทางการเมือง รวมถึงผู้ไม่ได้ร่วมเดินขบวน แต่ได้กระทำที่มีเหตุเกี่ยวข้อง หรือความขัดแย้งทางการเมือง ตามที่คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดการกระทำความผิดเพื่อการนิรโทษกรรมกำหนด ตั้งแต่ 11 กุมภาพันธ์ 2549 ถึงวันที่ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมดังกล่าวมีผลบังคับใช้

เว้นก็แต่ไม่ “นิรโทษกรรม” เฉพาะบรรดาเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สลายการชุมนุม

ตั้งเกณฑ์การพิจารณาผู้ที่จะได้รับการนิรโทษกรรมต้องกระทำโดยคณะกรรมการที่ประกอบด้วยตัวแทนภาคประชาชนและนักวิชาการด้านกฎหมายและสิทธิมนุษยชน โดยผู้ที่อยู่ในเกณฑ์ที่จะได้รับนิรโทษกรรมมีสิทธิที่จะเลือกไม่รับการนิรโทษกรรมได้

แต่ปมที่เป็น “วาระร้อน” ที่อยู่ในร่างกฎหมายคือ ผู้ต้องหาคดีผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 จะเข้าข่ายได้รับการนิรโทษกรรมตามกฎหมายนี้หรือไม่ “ชัยธวัช ตุลาธน” หัวหน้าพรรคก้าวไกล บอกตอนยื่นร่างกฎหมายเข้าสู่สภา เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2566 ว่า “ต้องอยู่ในการวินิจฉัยของคณะกรรมการ”

เพียงแค่นี้ ร่างกฎหมายนิรโทษกรรมของพรรคก้าวไกล สุ่มเสี่ยงที่จะไม่ผ่านการเห็นชอบของที่ประชุมสภา เพราะพรรคก้าวไกล กำลังถูก “โดดเดี่ยว”

พท.เดาทาง กก.ตั้งใจให้ตก

วัดจากท่าทีของพรรคแกนนำรัฐบาล “เพื่อไทย” ชงให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาเรื่องการนิรโทษกรรม เพื่อให้แต่ละพรรคเสนอคนเข้ามาพูดคุยกันจบในชั้นกรรมาธิการ

แหล่งข่าวแกนนำพรรคเพื่อไทยระบุว่า หากเสนอร่างกฎหมายเข้าไปในสภา ก็อาจจะเกิดความขัดแย้งขึ้นได้ และท้ายที่สุดร่างกฎหมายนิรโทษกรรมจะถูกตีตก ดังนั้น ควรตั้งกรรมาธิการขึ้นมาศึกษา เพราะเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับสุดซอย ไม่สุดซอย เหมือนของร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมของพรรคเพื่อไทย เนื่องจากเรื่องสุดซอยมันจบไปแล้วตอนนี้

“แต่ขณะนี้เรื่องนิรโทษกรรมอยู่ที่เอามาตรา 112 หรือไม่เอามาตรา 112 มากกว่า ไม่ได้อยู่กับเงื่อนไข VIP ชั้น 14 (ทักษิณ ชินวัตร) อีกต่อไปแล้ว และเท่าที่ศึกษาดูร่างกฎหมายนิรโทษกรรมของพรรคก้าวไกล อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งสูง โดยเฉพาะให้มีคณะกรรมการขึ้นมาชี้ขาดความผิด ว่า ใครควรจะเข้าข่ายได้รับการนิรโทษกรรม ซึ่งกฎหมายควรมีบรรทัดฐานเดียวกัน ไม่ควรมีใครมาชี้ว่าใครควรได้รับนิรโทษกรรม โดยเฉพาะมาตรา 112 ดังนั้น เจตนาว่าเรื่องนี้จะทำให้ผ่าน หรือทำให้ร่างกฎหมายถูกตีตกแล้วหาพวกนอกสภา”

ท่าทีของพรรคเพื่อไทย จึงขมวดปมมาที่ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษา ให้แต่ละฝ่ายมาถกเถียง-ตะลุมบอน

ขณะที่แกนนำเพื่อไทย ในทีมบริหารทำเนียบรัฐบาล บอกว่า ในคำแถลงนโยบายของรัฐบาล ซึ่งเป็นของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทั้งคณะ ที่จุดยืนเรื่องมาตรา 112 ชัดเจนอยู่แล้ว ดังนั้น กฎหมายนิรโทษกรรมของพรรคก้าวไกลจะผ่าน หรือไม่ผ่านสภา ไม่ได้ขึ้นกับพรรคเพื่อไทยเท่านั้น แต่พรรคร่วมรัฐบาลก็ไม่เห็นด้วย ดังนั้น เชื่อว่าถ้ากฎหมายผ่านสภา เท่ากับกินยาผิดซอง

อนุทิน-วราวุธ ไม่นิรโทษ ม.112

ส่วนท่าทีของพรรคร่วมรัฐบาลอื่น ๆ “อนุทิน ชาญวีรกูล” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่าจุดยืนชัดเจนว่าไม่แตะมาตรา 112 แต่ต้องรอดูความชัดเจนในการหารือส่วนของพรรคร่วมรัฐบาล แต่จุดยืนของพรรคภูมิใจไทยเราไม่มีปัญหากับมาตรา 112 ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ถ้าหากมีการนิรโทษในส่วนของผู้ต้องหาคดีชุมนุมทางการเมืองที่ไม่ใช่มาตรา 112 ก็มีเหตุมีผล

“วราวุธ ศิลปอาชา” รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เห็นว่า “ในส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนาเห็นว่ามีบางส่วนที่หากเป็นประชาชนทั่วไปเราเห็นด้วย แต่ในกรณีที่เกี่ยวกับมาตรา 112 เราคิดว่าไม่ควรเป็นส่วนหนึ่งของร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม รวมถึงความผิดทางอาญาร้ายแรง หรือแม้กรณีการทุจริต ก็ไม่ควรที่จะได้รับการนิรโทษกรรม”

รทสช.ชง พ.ร.บ.สังคมสันติสุข

ขณะที่พรรครวมไทยสร้างชาติมีการประชุมพรรค และมีมติไม่สนับสนุน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม แต่ชงร่างกฎหมาย พ.ร.บ.สร้างสรรค์สังคมสันติสุข ผ่านการยื่นของ สส.พรรค โดยเห็นว่าประชาชนที่มีเจตนาบริสุทธิ์ในการใช้สิทธิเคลื่อนไหวทางการเมืองตั้งแต่ปี 2548-2565 ไม่ต้องรับผิด

โดยยกเว้น 3 กลุ่มด้วยกัน ได้แก่ ผู้ที่มีความผิดใน มาตรา 112, ผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ และกลุ่มที่กระทำผิดต่อชีวิตผู้อื่นจนทำให้ถึงแก่ความตาย

ฝ่ายค้าน ปชป.ก็ไม่ร่วม

“ราเมศ รัตนะเชวง” โทรโข่งประจำพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า หากเจตนารมณ์ของร่างกฎหมายมีผลกระทบต่อคดีความผิดมาตรา 112 ด้วย พรรคไม่เห็นด้วย รวมถึงคดีทุจริต

300 เสียงปิดประตูก้าวไกล

เมื่อรวมเสียงในรัฐบาล ในฐานะแกนนำพรรคหลัก ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย 141 ที่นั่ง พรรคภูมิใจไทย 71 ที่นั่ง พรรคพลังประชารัฐ 40 ที่นั่ง พรรครวมไทยสร้างชาติ 36 ที่นั่ง พรรคชาติไทยพัฒนา 10 ที่นั่ง พรรคประชาชาติ 9 ที่นั่ง ฟันธงได้ว่า เห็นด้วยกับนิรโทษกรรม แต่ไม่รวมมาตรา 112 และการทุจริต

บวกฝ่ายค้าน (ไม่ถาวร) อย่าง พรรคประชาธิปัตย์ 25 เสียง ไม่ยอมแตะความผิดที่เกี่ยวข้องกับมาตรา 112 และการทุจริตเช่นกัน

ในกลุ่มนี้มี 332 เสียง เท่ากับปิดประตูร่างนิรโทษกรรมฉบับก้าวไกล แม้ว่าจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาศึกษาก็ตาม

คดี 112 ก้าวไกล

อย่างไรก็ตาม มีคดี 112 ที่เป็นชนักติดหลังของ สส.ก้าวไกล และพรรคก้าวไกล ประกอบด้วย 1.ปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ สส.กทม. มีข้อหาเป็นคดี 112 อยู่ 3 คดี

2.ชลธิชา แจ้งเร็ว หรือลูกเกด สส.ปทุมธานี พรรคก้าวไกล มีคดี ม.112 อยู่ 3 คดี อยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นศาลอาญาเช่นกัน

3.น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กทม.พรรคก้าวไกล ศาลอาญา (ศาลชั้นต้น) มีคำพิพากษาจำคุก เป็นเวลา 6 ปี ไม่รอลงอาญา โดยประกันตัวสู้ดคี

และ 4.คดีที่ ธีรยุทธ สุวรรณเกสร ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 ว่า การกระทำของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ผู้ถูกร้องที่ 1) และพรรคก้าวไกล (ผู้ถูกร้องที่ 2) ที่เสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. … เพื่อยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยใช้เป็นนโยบายในการหาเสียงเลือกตั้ง และยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือไม่ ซึ่งคาดว่าเดือนมกราคม ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย

ดังนั้น เมื่อพรรคเพื่อไทย และพรรคแกนหลักรัฐบาลปฏิเสธร่างนิรโทษกรรมก้าวไกล แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะผ่านสภา

เว้นแต่พรรคเพื่อไทย ใช้กลไกกรรมาธิการวิสามัญ ปรับร่างนิรโทษกรรม ยกเว้น มาตรา 112 โดดเดี่ยว สส.-มวลชนก้าวไกล และกลับมาชิงความได้เปรียบ ล็อกแผนนิรโทษกรรมผู้ชุมนุมคดีอื่นๆ