เปิดประวัติ เฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน

ประวัติ เฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โวยถูกกลั่นแกล้งปมหมูเถื่อน ยันไม่เคยรับเงินสกปรกแม้แต่บาทเดียว ไล่อดีตแม่ยกพรรคเข้าวัด โพสต์ภาพโยงสัมพันธ์มั่ว

วันที่ 16 มกราคม 2567 จากกรณีนางกาญจนี วัลยะเสวรี หรือ “ติ๊งต่าง” อดีตแม่ยก ปชป.ได้นำรูปภาพของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรค ปชป. และนายเดชอิศม์ ทองขาว เลขาธิการพรรค ไปพบกับนายอู๋ เอิน ฮุย ที่ประเทศจีนมาลงโซเชียล ซึ่งมีความพยายามที่จะโยงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของ “เสี่ยต่อ” กับนายหลี เซิ่งเจียว หรือ “เฮียเก้า” นายกสมาคมการค้าแลกเปลี่ยนเศรษฐกิจไทยเอเชีย ซึ่งถูกดีเอสไอออกหมายจับเอี่ยวขบวนการนำเข้าหมูเถื่อนรายใหญ่

โดยนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรค ปชป.ได้กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า คนจีนกลุ่มนี้คือนักธุรกิจที่ตนเชิญมาร่วมลงทุนอีอีซี ที่ระยอง โดยก่อนหน้านั้นสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตนในฐานะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้มีโอกาสรับรองคณะดังกล่าว และต่อมาพวกเขาได้มีหนังสือเชิญตนไปพูดคุยที่ประเทศจีน

ขอยืนยันว่าการไปครั้งนี้ไม่ได้ขอเสนอตัวไปเอง แต่ไปร่วมแสดงความยินดีที่นายอู๋ได้เป็นประธานหอการค้าเห๋อ หนาน ซูเจี้ยน ที่กำลังจะมาลงทุนในไทย ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ไปเยือนประเทศจีนและได้ถ่ายรูปด้วยเช่นกัน

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน

“คุณต้องมาขอบคุณผม เพราะผมกำลังช่วยประเทศและรัฐบาล ดึงเขามาลงทุนที่อีอีซี คุณเอาความไม่รู้มาเล่นการเมือง ตั้งใจด่าผม ด่าความเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คุณเลิกใช้คำว่าแม่ยกประชาธิปัตย์เสียที อย่ามายุ่งกับพรรคเลย คุณกำลังจะทำลายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทำลายนักลงทุนที่กำลังเดินทางมาลงทุน ฝากรัฐบาลด้วยว่าคนประเภทนี้คุณจะอยู่เฉยหรือ”

“ผมไปอย่างมีเกียรติ แบบนี้มันผิดหรือ แต่คุณไปพิพากษาเขา เอารูปนี้มาแล้วบอกว่าคนนั้น คนนี้ผิด ไม่ดูเลยว่าแต่ละคนในรูปที่สื่อเอาไปลงมีผลกระทบอะไรกับประเทศไทยบ้าง หรือว่ามันปากอย่างเดียว ผมอายุปูนนี้แล้วอย่าอาฆาตเลย ทำไปเพื่ออะไร เพื่อความสะใจหรืออย่างไร ถ้าเขาไม่มาลงทุนคุณรับผิดชอบด้วย แก่แล้วเข้าวัดเข้าวาดีกว่า อายุเยอะแล้วเข้าวัดเข้าวาไป“ นายเฉลิมชัยกล่าว

ประวัติ เฉลิมชัย ศรีอ่อน

เฉลิมชัย ศรีอ่อน เจ้าของวลี “คำไหน คำนั้น” มีชื่อเล่นว่า “ต่อ” เกิดวันที่ 7 มีนาคม 2508 อายุ 58 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคิรีขันธ์ เป็นบุตรของนายหลียักหมิ่น แซ่ลี และนางหลวย ศรีอ่อน สมรสกับนายธันยวีร์ ศรีอ่อน มีบุตร 1 คนคือ สรวิศ ศรีอ่อน

การศึกษา

  • สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนพรหมานุสรณ์ จังหวัดเพชรบุรี
  • จบปริญญาตรี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
  • จบปริญญาโท ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขานโยบาย และการวางแผน จากมหาวิทยาลัยเกริก
  • จบปริญญาเอก ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขายุทธศาสตร์การพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร

งานการเมือง

-สมาชิกสภาจังหวัดประจวบคิรีขันธ์ (สจ.) ปี 2533-2543

-ประธานสภาจังหวัดประจวบคิรีขันธ์ ปี 2538-2540

-สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคิรีขันธ์ ปี 2544, 2548, 2550, 2554

-รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานในรัฐบาล “อภิสิทธ์” ปี 2553

-ลงสมัครรับเลือกตั้งในปี 2562 ในพื้นที่จังหวัดประจวบคิรีขันธ์อีกครั้ง แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง

-เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ปี 2562

-ปี 2562 ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ป.ป.ช.เปิดบัญชีทรัพย์สิน รวยร้อยล้าน

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สิน และหนี้สินผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในส่วนของคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กรณีพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 5 ก.ย. 2566 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีต รมว.เกษตรและสหกรณ์

มีทรัพย์สินรวมคู่สมรสทั้งสิ้น 102,537,251 บาท มีหนี้สินทั้งสิ้น 10,530,001 บาท โดยเป็นของนายเฉลิมชัย 43,281,189 บาท ส่วนนางธันยวีร์ ศรีอ่อน คู่สมรส มีทรัพย์สิน 59,256,062 บาท

โวยการเมืองกลั่นแกล้ง ปมหมูเถื่อน

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อม สส. และคณะกรรมการบริหารพรรค ร่วมกันแถลงข่าวกรณีที่นายสมเกียรติ กอไพศาล เลขานุการส่วนตัวนายเฉลิมชัยถูกจับคดีรอบค้าซากสัตว์เถื่อน โดยนายเฉลิมชัยกล่าวว่า 2-3 เดือนที่ผ่านมา มีขบวนการสร้างประเด็นเพื่อโยงให้ถึงตนขณะที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในเรื่องหมูเถื่อนและไก่เถื่อน

ซึ่งมั่นใจว่ากรณีนี้ไม่ได้เกิดขึ้นตามธรรมชาติ แต่เกิดจากผลทางการเมือง มีการดำเนินการต่อเนื่อง และอาจทำให้สังคมไขว้เขวเข้าใจผิดว่าตนมีส่วนร่วมในการกระทำความผิด

วันที่ตนเข้าเป็น รมว.เกษตรฯ ได้มอบอำนาจเต็มให้กับนายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรฯ มีอำนาจหน้าที่สั่งการ อนุญาต อนุมัติ กำกับดูแล หรือดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ ให้นายประภัตรปฏิบัติราชการแทน และกรมปศุสัตว์ก็ได้มอบหมายให้นายประภัตรกำกับดูแลเช่นเดียวกัน

ในส่วนหมูที่ตนเข้าไปเกี่ยวข้องนั้น เป็นช่วงที่มีการระบาดโรคอหิวาต์หมู โดยเรื่องนี้เป็นเรื่องระดับรัฐบาล มีการตั้งคณะกรรมการ โดยมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ ที่กำกับดูแลเป็นประธาน แต่นายจุรินทร์ได้มอบให้ตนดูแลแก้ปัญหา

ซึ่งตนไม่สามารถมอบหมายให้คนอื่นแทนได้ จึงเป็นประธานต่อเนื่องจนกระทั่งมีข่าวหมูเถื่อน ตั้งแต่ปี’65 เป็นต้นไป โดยได้กำชับให้ใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด เราสามารถจับและทำลายหมูเถื่อนได้ถึง 1.7 ล้านกิโลกรัม

นายเฉลิมชัยกล่าวต่อว่า สิ่งหนึ่งที่ทางกระทรวงเกษตรฯไม่มีอำนาจเลย คือการขนส่งทางเรือ หน่วยงานที่รับผิดชอบคือ กรมศุลกากรจะต้องเข้าไปตรวจสอบ จากนั้นค่อยแจ้งหน่วยงานเข้าไปตรวจสอบอีกทีหนึ่ง เมื่อตนเข้าไปดูแลเรื่องนี้มีนโยบายปราบหมูเด็ดขาด ไม่มีเคลียร์ จึงเป็นที่มาของการทำลายหมูเถื่อนที่ปรากฏเป็นข่าว ถ้าไม่ได้ออกนโยบายนี้ก็ไม่รู้ว่าหมูตรงนี้ไปอยู่ตรงไหน หรือไปอยู่ในท้องใครแล้วก็ไม่ทราบ แต่กลับมีการโยงใยตนและคนใกล้ชิดเข้าไปเกี่ยวข้อง

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน

“ผมเรียนทุกท่าน พูดแต่ต้นว่า ผม ครอบครัวผม ไม่ทำเรื่องสกปรก ไม่รับเงินพวกนี้แม้แต่บาทเดียว พูดไม่รู้กี่ครั้งแล้ว ไม่มีนอมินีรับเงินแทน ไม่เอื้อประโยชน์แบบผิดกฎหมายให้ใครทั้งสิ้น อย่าว่าแต่คนใกล้ชิดเลย แม้แต่คนในครอบครัวผม ถ้าทำผิดไม่มีใครละเว้นได้ ไม่ว่าใครก็แล้วแต่ต้องโดนลงโทษทางกฎหมายทั้งสิ้น ดังนั้น ขอให้บอกชื่อมาเลยว่านักการเมืองคนไหนที่ทำให้คนเข้าผิดว่าเป็นผม”

“วันนี้ผมมีความสุขที่สุด สบายใจที่สุด เพราะที่คนเกี่ยวข้องกับผมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ผมจะไม่เข้าไปก้าวก่าย เพราะเชื่อมั่นในระบบยุติธรรมบ้านเราที่ยังมีความศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 29 วรรคสอง ให้ถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด ไม่มีใครหนีกฎแห่งกรรม ไม่มีอะไรจีรังยั่งยืน คุณทำวันนี้ถูกบันทึกไว้หมดแล้ว ไม่มีใครแก้ไขได้ และในมาตรา 157 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และปฏิบัติมิชอบ ขอเรียกร้องใครทำผิดต้องได้รับการลงโทษ ไม่ว่าสนิทกับใครก็ไม่เกี่ยว” นายเฉลิมชัยกล่าว

ขณะนี้มีข่าวแว่วว่ากำลังจะมีการนำบุคคลที่กระทำความผิดไปเป็นพยาน เพื่อชักนำไปถึงบุคคลอื่น ๆ และที่บอกว่ามีไอ้โม่งอยู่เบื้องหลัง ขอเรียกร้องให้ช่วยกันขุดคุ้ยว่าไอ้โม่งนั้นเป็นใคร ตนพร้อมร่วมมือทุกอย่าง ส่วนคนใกล้ชิดดำเนินการตามกฎหมายได้เลยถ้าเขาผิด

แต่เขามีสิทธิพิสูจน์ และเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด อย่างไรก็ตาม ถ้าทำให้ตนเสียหาย ตนฟ้องแน่นอน และจะไม่ไปกลั่นแกล้งหรือระรานใคร ตนทำเพื่อปกป้องตัวเองและองค์กรที่สังกัดอยู่

เมื่อถามถึงว่ามีหลักฐานเกี่ยวกับหมูเถื่อนหรือไม่ นายเฉลิมชัยกล่าวว่า ถ้ามีหลักฐานก็พูดไปแล้ว ตนได้มอบอำนาจให้นายประภัทรไปบริหารทั้งหมด ดังนั้น จึงต้องไปสอบถามคนที่เกี่ยวข้อง

เมื่อถามว่าดูเหมือนข้องใจในการทำคดีของพนักงานสอบสวน นายเฉลิมชัย กล่าวว่า ขอให้ทำงานอย่างตรงไปตรงมา คดีหมูเถื่อนยังไม่มีการแถลงความคืบหน้า แต่กับมีเรื่องไก่เถื่อนมาอีก

เมื่อถามว่า เหตุใดจึงมองว่าเรื่องนี้เป็นประเด็นทางการเมือง นายเฉลิมชัย กล่าวว่า เชื่อมั่นว่าทุกฝ่ายรู้ว่าตนไม่เกี่ยวข้อง เมื่อไม่เกี่ยวข้องก็พยายามโยงไปที่คนรอบข้าง เพื่อให้ตนเกี่ยวข้อง ดังนั้น ตีความหมายอื่นไม่ได้ ถ้าเล่นการเมืองสกปรกแบบนี้ อย่าเล่นเลย ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงแน่ ๆ

เมื่อถามต่อว่าเขาต้องการอะไรเพื่อให้นายเฉลิมชัยเสียชื่อเสียงตอนนี้ เป็นเพราะพรรคจะร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายเฉลิมชัยชี้แจงว่า ไม่เกี่ยวกับประเด็นการไปร่วมรัฐบาล และไม่เกี่ยวกับเรื่องชั้น 14 เพราะหากป่วยหนักเขาคงไม่สามารถสั่งอะไรได้


ต่อข้อถามที่ว่า ตั้งแต่เกิดเรื่องได้พูดคุยกับนายประภัตรหรือไม่ นายเฉลิมชัย กล่าวว่าไม่ได้พูดคุยกับนายประภัตร ไปพูดในฐานะอะไร พูดไปก็เหมือนร้อนตัว แต่ตนออกมาพูดครั้งนี้ เพราะกระบวนการยุติธรรมเริ่มแล้ว ถ้าคิดว่าไม่ผิด จะหนีทำไม ไม่ผิดก็ต้องมอบตัว