เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

พริษฐ์ อัดรัฐบาลเศรษฐา ตลก 6 ฉาก ล็อกสเป็กแก้รัฐธรรมนูญ

04 เม.ย. 2567 | 12:39น.
Parit Wacharasindhu

Parit Wacharasindhu

ไอติม พริษฐ์ ทวงสัญญารัฐบาล ปมแก้ รธน. หลังพบกระบวนการเป็นตลก 6 ฉากยื่นศาลตีความ พร้อมทำนายรัฐบาลเตรียมไพ่ ไว้กินรวบอำนาจ ล็อกสเป็กรัฐธรรมนูญ เพราะไม่ได้เปรียบในสนามเลือกตั้งรอบหน้า

วันที่ 4 เมษายน 2567 ที่รัฐสภาในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 เป็นวันที่ 2 มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม

โดยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายทวงถามถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่รัฐบาลสัญญาไว้กับประชาชนว่า การกระทำของรัฐบาลเป็นเหมือนตลก 6 ฉาก โดยฉากสุดท้ายที่ส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ตัดสินเกี่ยวกับการทำประชามติ ไม่ทราบว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยเมื่อใด ซึ่ง 6 เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ ทั้งที่ย้ำว่ามีวิกฤตความเห็นต่างที่จะแก้ไข แต่ในมิติของรัฐธรรมนูญอยู่จุดเดิม และให้อำนาจตุลาการเป็นผู้ตัดสินเรื่องดังกล่าว

เรื่องตลก 6 ฉากรัฐธรรมนูญ

ฉากที่ 1 คือ ฉากหักมุม เพราะเราได้เห็นรัฐบาลการกลับลำ เกี่ยวกับคำสัญญาเรื่องประชามติ รัฐบาลพรรคเพื่อไทย ประกาศไว้อย่างชัดเจนในแถลงการณ์ว่าการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดแรก รัฐบาลจะออกมติ ครม. ให้มีการทำประชามติและจัดตั้ง ส.ส.ร. เพื่อเดินหน้าการผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามเส้นทางประชามติ 3 ครั้ง แต่ผ่านไปไม่ถึง 43 วัน เมื่อมาถึงวันประชุม ครม.นัดแรก  รัฐบาลก็กลับลำจากเดิมที่จะออกมติทำประชามติ ก็ออกเป็นการประกาศตั้งคณะกรรมการศึกษาแนวทางการทำประชามติแทน

ฉากที่ 2 คือ ฉากรวมญาติสนิทมิตรมิตรสหาย ผ่านกลไกของคณะกรรมการศึกษาที่เต็มไปด้วยคนกันเอง คำถามคือทำไมไม่ใช้กลไกของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ในการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา เป็นไปตามสัดส่วนของพรรคการเมืองต่าง ๆในสภา แต่ในทางตรงกันข้ามองค์ประกอบของคณะกรรมการ อย่างน้อย 35 คน ที่ถูกตั้งขึ้นมา จำนวนกรรมการที่มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับพรรคเพื่อไทยมีมากถึง 10 คน

ฉากที่ 3 คือ ฉากตลกร้าย ที่รับฟังความเห็นของประชาชนแบบผิดวัตถุประสงค์ ผิดที่ ผิดเวลา โดยจะเห็นว่าสิ่งที่คณะกรรมการชุดนี้ได้ลงทุน ลงเวลาเยอะที่สุดคือการเดินสายทั่วประเทศเพื่อจัดเวทีรับฟังความเห็นจากพี่น้องประชาชน ในเวทีส่วนใหญ่เป็นเรื่องประชาชนมีความเห็นอยากจะเห็นเนื้อหาอะไรในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ยิ่งไปกว่านั้นประชาชน 200,000 กว่าคน ได้ร่วมกันเข้าชื่อในนามของกลุ่มเพื่อเสนอคำถามประชามติไปที่ ครม. ซึ่งเป็นหัวข้อที่สอดคล้องโดยตรงกับภารกิจของคณะกรรมการชุดนี้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือสำนักเลขาธิการ ครม. ไปดองข้อเสนอของเขาไว้ จนถึงวันนี้ยังไม่มีการตอบกลับไปหาเขาแต่อย่างใด

ฉากที่ 4 คือ ฉากสยองขวัญ ที่เกิดขึ้นจากการเสนอคำถามประชามติที่เป็นปัญหา โดยหลังจากทำงานไปสองเดือนใช้งบประมาณคาดการณ์ว่าอยู่ที่ประมาณ 2 ล้านบาท แต่สิ่งที่ปรากฏคือการแถลงแค่ข้อสรุปเดียว  ให้ ครม.เดินหน้าตามเส้นทางประชามติ 3 ครั้ง โดยให้ประชามติครั้งแรกมีหนึ่งคำถาม ที่ถามว่าท่านเห็นชอบหรือไม่ที่จะมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยไม่แก้ไขหมวดหนึ่ง (บททั่วไป) หมวด 2 (พระมหากษัตริย์) ซึ่งแน่นอนว่าในมุมหนึ่งคำถามข้อนี้ เป็นคำถามที่หลายฝ่ายได้เตือนไว้แล้วว่ามีปัญหาและอาจจะเสี่ยงทำให้ประชามตินั้นมีโอกาสจะผ่านน้อยลง

ฉากที่ 5 คือ ฉากแก้เกมหรือฉากแก้เก้อ ปัญหาของข้อเสนอคำถามประชามติของคณะกรรมการศึกษา เพราะผ่านไปไม่ถึง 28 วัน หลังจากคณะกรรมการศึกษาได้แถลงข้อเสนอต่อสาธารณะและเสร็จสิ้นภารกิจลง สส.จากพรรคเพื่อไทยก็ตัดสินใจยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับเรื่อง ส.ส.ร. เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา เปรียบเสมือนการย้อนศรจากการเดินตามเส้นทางประชามติ 3 ครั้ง มาเดินตามเส้นทางประชามติ 2 ครั้ง

ฉากที่ 6 คือ ฉากจบ ที่ยังไม่มีข้อสรุป เพราะเมื่อรัฐบาลหันมาสู่เส้นทางทำประชามติ 2 ครั้ง รัฐบาลก็มาเจอตอ ในรูปแบบของประธานรัฐสภาที่ตัดสินใจไม่บรรจุร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวดังกล่าวเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมรัฐสภา และเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รัฐบาลถูกบีบให้จนมุม ไม่แน่ใจว่าจะไปต่ออย่างไรจึงตัดสินใจส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้ตัดสินใจแทน โดยไม่มีหลักประกันว่าศาลรัฐธรรมนูญนั้นจะตัดสินใจเมื่อไหร่หรือจะวินิจฉัยออกมาอย่างไร

 

พริษฐ์ รัฐธรรมนูญ 6 ฉาก

หากการแก้ไขรัฐธรรมนูญยังล่าช้าต่อไป อาจสร้างความเสียหายที่ประเทศไทยสูญโอกาสมีรัฐธรรมนูญใหม่ใช้ก่อนการเลือกตั้ง เพราะตามกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ หากรัฐบาลดำเนินการตั้งแต่แรกจะใช้เวลาตามเทอมของรัฐบาล และก่อนการเลือกตั้ง แต่หากต้องรอฟังศาลรัฐธรรมนูญ ที่ผลอาจออกมาได้ 2 ทาง คือ ทำประชามติ 2 ครั้ง เป็นไปได้ที่จะจัดรัฐธรรมนูญใหม่ และกฎหมายประกอบได้ทันกรอบ 4 ปี แต่หากทำประชามติ 3 ครั้ง เสี่ยงต้องกลับมาเริ่มต้นกระบวนการใหม่ ไม่ได้รัฐธรรมนูญใหม่ และกฎหมายประกอบก่อนการเลือกตั้ง

นายพริษฐ์อภิปรายโดยฟันธงว่า แม้มีรัฐธรรมนูญใหม่ในรัฐบาลเศรษฐา แต่รัฐบาลของนายเศรษฐาที่ตั้งได้ และอยู่ได้จากใบบุญอำนาจเดิม จึงไม่ไว้ใจให้ประชาชนออกแบบการเมือง และจัดทำกติกาสูงสุดตามที่ประชาชนคาดหวัง ทั้งนี้ ตนขอทำนายว่า รัฐบาลจะมีไพ่ไม้ตายที่เตรียมมาใช้

คือ 1.สภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) สูตรผสม จากการเลือกตั้งและแต่งตั้ง เพื่อให้โหวตแข่งในประเด็นที่ต้องการผลักดัน 2.กินรวบคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่หมกเม็ดไว้ในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย ซึ่งยื่นเมื่อต้นปี’67 ผ่านกลไกของคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญที่มีสัดส่วนจากรัฐบาล และสส.ฝ่ายรัฐบาลมากกว่าฝ่ายค้าน และ 3.ด่านทางผ่านวุฒิสภา ที่ได้สิทธิเห็นชอบเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญที่ สสร.ยกร่าง ก่อนนำไปทำประชามติ แม้ว่าจะมี สว.ชุดใหม่ เชื่อว่ายังยึดโยงกับเครือข่ายอำนาจเดิม

พริษฐ์ รธน.ไพ่ 3 ใบ

“ผมทำนายว่ารัฐบาลคิดค้น และทยอยใช้เพื่อควบคุมรัฐธรรมนูญใหม่ ทั้งนี้ หากคำทำนายเป็นจริง คือรัฐบาลเอาความคิดของตนเองเป็นใหญ่มากกว่าประชาชน เพราะรัฐบาลผลิตนวัตกรรมล็อกสเป็กรัฐธรรมนูญ แบบนี้คือประชาธิปไตยที่ขอใบอนุญาต ผมเห็นท่าทีของพรรคเพื่อไทยพยายามออกแบบกลไกให้อำนาจที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งแทรกแซง ขอถามนายกฯที่มาจากพรรคเพื่อไทยว่า เชื่อในอำนาจประชาชนหรือไม่ หากการพ่ายในสนามเลือกตั้งครั้งแรก จึงมองว่าไม่ได้เปรียบในสนามเลือกตั้ง จึงต้องหากระบวนการ” นายพริษฐ์กล่าว

นายพริษฐ์อภิปรายว่า ตนขอให้รัฐบาลยืนยันว่าไม่ต้องการกินรวบ และไม่ต้องขอใบอนุญาตจาก สว. ก่อนการทำประชามติ เพื่อให้ความหวังประชาชนที่ต้องการเห็นประชาธิปไตยเต็มใบไม่แตกสลาย ดังนั้น ตนขอเสนอแนะต่อการทำประชามติ ว่าให้ปฏิเสธคำถามยัดไส้ ต้องตั้งคำถามเปิดกว้าง และสนับสนุน สสร.ที่มาจากการเลือกตั้ง 100% สนับสนุนการแก้ไขรายมาตราให้เป็นประชาธิปไตย และสนับสนุนเร่งแก้ไข พ.ร.บ.ประชามติ ที่รออยู่ในระเบียบวาระประชุม

“ความสำเร็จหรือล้มเหลวของรัฐบาล ต่อการผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นประชาชนในความจริงใจและรักษาคำพูดและสัจจะที่ให้ไว้ประชาชน” นายพริษฐ์กล่าว