เศรษฐา จ่อคุยพรรคร่วม ปรับ ครม.รัฐมนตรีเพื่อไทย แห่กินข้าวกับ ทักษิณ

thaksin

บรรดารัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ยกขบวนขึ้นเชียงใหม่ กินข้าวกับ “ทักษิณ” ท่ามกลางกระแสข่าวปรับ ครม.เจ้าตัวชี้ ตำแหน่งมีตั้งอยู่ดับไป ด้าน เศรษฐา เผย เตรียมคุยกับพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อปรับ ครม.

วันที่ 14 เมษายน 2567 ที่ จ.เชียงใหม่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความเคลื่อนไหวของรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยยังต้องจับตาอย่างใกล้ชิด หลังจากมีข่าวว่าจะมีการปรับคณะรัฐมนตรี​ (ครม.) หลังจบเทศกาลสงกรานต์ โดยบรรดารัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยต่างเดินทางไปยังจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อพบกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อรดน้ำดำหัวในช่วงเทศกาลสงกรานต์

ทั้งนี้ ที่วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์เมื่อเวลา 13.40 น.  จะไปรับประทานอาหารเย็นที่ร้านเลอค็อกดอร์ ซึ่งเป็นร้านเก่าแก่ ตั้งแต่สมัยที่ตนเป็นนายกฯ ซึ่งตอนนี้ก็ยังอยู่

นัด รมต.เพื่อไทย รดน้ำดำหัว

ส่วนที่จะมีรัฐมนตรีหลายท่านมาพบด้วยนั้น มีนัยยะทางการเมืองอะไรหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า ไม่หรอก มันเป็นประเพณี โดยเฉพาะตนเป็นคนเชียงใหม่ ประเพณีสงกรานต์เขาก็มารดน้ำดำหัวเป็นเรื่องปกติ ตนอายุ 75 แล้ว พวกที่อยู่ทั้งหลายตอนนี้อายุน้อยกว่าตนทั้งนั้น

ทักษิณ ชินวัตร

Advertisment

ที่อายุเยอะกว่าเห็นจะมีแค่ท่านเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.วัฒนธรรม ส่วนที่หลายคนมองว่าหากใครไม่มาเช็คชื่อ ก็คงไม่ไม่เป็นแบบนั้น ตนเป็นคนไม่จุกจิก และไม่ค่อยยุ่งเกี่ยวกับท่านนายกฯ ซึ่งนายกฯจะเป็นคนตัดสินใจเองว่าใครจะอยู่ใครจะไป

ตำแหน่งตั้งอยู่ดับไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะพูดอย่างไรให้รัฐมนตรีที่เข้าใจผิด ว่าจะปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้องวิ่งเข้าหาตน นายทักษิณ กล่าวว่า “Nothing is permanent” ไม่มีอะไรเป็นสรณะ เพราะมันก็มีเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไป มีตำแหน่งแล้วต้องหมดตำแหน่งก็เป็นเรื่องธรรมดาอย่าคิดอะไรมาก ระหว่างที่มีตำแหน่งอยู่ก็ทำให้ดีที่สุด สร้างชื่อเสียงให้กับบ้านเมืองไป

ส่วนที่มีการมองว่านายทักษิณกลับมาจะเป็นศูนย์กลางอำนาจ นายทักษิณ กล่าวว่า เป็นศูนย์กลางของคนแก่ที่พวกรุ่นน้องๆอยากมาปรึกษาหารือ ตอนนี้อายุ 75 ปีแล้ว เผลอแปบเดียวกลายเป็นคนแก่สุดแล้ว ถือว่าวันนี้เริ่มเข้าวัยเบญจเพส อีก 25 ปี ก็ครบ 100

เก้าอี้ รมต.มีจำกัด

เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่พรรคประชาธิปัตย์จะเข้าร่วมรัฐบาล และมีการโยงชื่อของนายทักษิณว่าเป็นผู้คุยดีลนี้ นายทักษิณ ย้อนถามว่า “เหรอครับ ก็รู้จักกันทั้งนั้น ก็คุยการเมืองกัน หลายคนอยากทำงานให้บ้านเมืองแต่บางครั้งทุกอย่างก็มีจำกัด เก้าอี้รัฐมนตรีก็มี 36 รวมทั้งนายกฯด้วย ก็ต้องมีจำกัด ส่วนมีความเป็นไปได้หรือไม่ ตนไม่ทราบ ขอให้ไปถามนายกฯ ซึ่งการพบกับคนของพรรคประชาธิปัตย์ก็กินกาแฟกันธรรมดา อย่างนายเดชอิศม์ ขาวทอง ซึ่งปัจจุบันเป็นเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ก็เคยเป็นผู้สมัครสส.พรรคไทยรักไทย สมัยที่ตนเป็นหัวหน้าพรรคใหม่ๆ ก็เลยรู้จักกัน

Advertisment

ทักษิณ ชินวัตร

เสริมศักดิ์ ส่งซิกขอมหาดไทย

ด้านนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวถึงกระแสข่าวถูกปรับโยกไปนั่งตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ว่า ตนก็ทราบข่าวจากสื่อมวลชน แต่สำหรับตนไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนก็ตั้งใจทำงาน ทั้งนี้ ยืนยันว่าการปรับ ครม.  เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีที่จะพิจารณาว่าใครจะไปดำรงตำแหน่งอะไร แต่สิ่งที่นายกรัฐมนตรีมุ่งมั่นคือการมีรัฐมนตรีที่มีความรู้ ความสามารถ

เมื่อถามว่า หากถูกสลับไปนั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ จริง ถือเป็นงานที่ถนัดหรือไม่ นายเสริมศักดิ์ กล่าวว่า ความจริงตนถนัดงานที่กระทรวงมหาดไทย เพราะเคยเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดและเป็นอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย มาก่อน แต่หากต้องไปเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ จริง ก็สามารถทำได้ เพราะมีหลักในการทำงานอยู่แล้ว

เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช

รัฐมนตรีตบเท้ากินข้าวทักษิณ

ต่อมาเวลาประมาณ 17.00 น. ที่ร้านอาหารเลอค็อกดอร์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ได้มีบรรดารัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ร่วมรับประทานอาหารกับนายทักษิณ โดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เดินทางมาถึงเป็นคนแรก ตามด้วยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม, นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม, นายไชยา พรหมมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์,

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี, น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย, นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

ส่วนแกนนำพรรคและ สส.ที่เดินทางมา อาทิ นายชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อ, นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล), น.ส.ศรีโสภา โกฏคำลือ สส.เชียงใหม่ รวมถึงนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี, นายไพโรจน์ โรจน์สุนทร สส.ลำปาง, นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ และนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สส.แพร่

ชลน่าน ไม่ยิง ผมก็ตายแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศที่ร้านอาหารนั้น ทันทีที่ นพ.ชลน่าน มาถึง ผู้สื่อข่าวแกล้งจะนำปืนฉีดน้ำฉีดใส่นพ.ชลน่าน แต่นพ.ชลน่าน ชิงกล่าวก่อนว่า “ไม่ยิง ผมก็ตายแล้ว” ขณะที่ทันทีนายชูศักดิ์มาถึง ผู้สื่อข่าวกล่าวแซวว่า “เตรียมยืนบัญชีทรัพย์สินหรือไม่” นายชูศักดิ์ นำมือแกล้งจะตีหัวผู้สื่อข่าวด้วยความอารมณ์ดี แต่ไม่ได้ตอบคำถามแต่อย่างใด

ทั้งนี้ ทันที่นายประเสริฐ มาถึง ได้กล่าวติดตลกกับผู้สื่อข่าวว่า “ยังอยู่นะ” ซึ่งเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า “ยังอยู่นะ หรืออยู่ที่ไหน“ นายประเสริฐ กล่าวว่า ”ไม่รู้ ไม่รู้“ ก่อนจะเดินเข้าไปในร้าน

จากนั้นเวลา 17.30 น. นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาว, นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี, นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายพายัพ ชินวัตร น้องชาย, นายปลอดประสพ สุรัสวดี, นายพิชิต ชื่นบาน ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีเดินทางมาถึง

ทักษิณ แซว ปรับ ครม.เลยไหม

ทักษิณ ชินวัตร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่นายทักษิณจะเดินทางมาถึง บรรดารองนายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ออกมายืนรอรับนายทักษิณหน้าร้านทันทีที่นายทักษิณมาถึง โดยได้สวมเสื้อฮาวายสีขาว รูปหัวใจสีแดง บรรดารัฐมนตรีได้เข้าไปทักทาย โดยนายทักษิณได้กล่าวทักทายและกล่าวหยอกล้อกับรัฐมนตรีว่า “โอ้ ปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) เลยไหม ประชุมได้เลยไหม ครบองค์เลยเนี่ย เกิน 18 หรือยัง“ ซึ่งนายทักษิณพูดพร้อมกล่าวทักทายรัฐมนตรีและบรรดาสส.ของพรรค

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ระบุเกิน 18 หรือยัง หมายความว่าอย่างไร นายทักษิณ กล่าวว่า ก็ 18 เกินครึ่งถือว่าครบองค์ประชุมเมื่อถามย้ำว่า ประชุมเลยหรือไม่ นายทักษิณ กล่าวว่า “ผมไม่มีสิทธิ์เปิดประชุม แต่มาครบองค์”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรัฐมนตรีสัดส่วนพรรคเพ่อไทย ที่ไม่ได้มาร่วมงานวันนี้ เนื่องจากติดภารกิจ มี 4 คน ประกอบด้วย นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนายจักรพงษ์ แสงมณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

บิ๊กทิน เฉยๆ ข่าวถูกปลด

ทั้งนี้ นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวว่าถูกปรับออก ว่า ชินแล้วกับโผ ครม.ที่ออกมา ซึ่งข่าวแบบนี้มีมานานแล้ว จึงรู้สึกธรรมดา เฉยๆ ส่วนรู้สึกน้อยใจหรือไม่นั้น ยังไม่เป็นความจริง ตอนนี้ยังไม่มีใครรู้หากเป็นจริงค่อยว่ากัน

ทั้งนี้ ตลอดเวลาที่ผ่านมาที่นั่งอยู่ในตำแหน่งรมว.กลาโหม ตนไม่เหนื่อย แต่สนุก ตื่นเต้นมากกว่า ก็คิดว่าตัวเองทำดีที่สุดแล้ว แต่ไม่รู้คนอื่นจะมองอย่างไร ผู้สื่อข่าวถามว่า หากถูกปรับออกจาก ครม. แล้วต้องไปช่วยงานอย่างอื่นรู้สึกอย่างไร นายสุทิน กล่าวว่า ตนเองอย่างไรก็ได้ เราเป็นนักการเมืองพร้อมทำทุกหน้าที่

เมื่อถามว่า มีข่าวว่านายกรัฐมนตรีจะไปนั่งในตำแหน่งรมว.กลาโหมเอง นายสุทิน กล่าวว่า อะไรก็เป็นไปได้ ท่านเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด เหมือนท่านเป็นกัปตันทีมฟุตบอลจะปรับทีมผู้เล่นจะเปลี่ยนตำแหน่ง ก็เป็นสิทธิ์ของกัปตัน เพื่อที่จะได้ประตู และมีชัยชนะ

เกรียง ยังไม่ได้รับสัญญาณ

ด้านนายเกรียง กัลป์ตินันท์ รมช.มหาดไทย กล่าวถึงกระแสข่าว ที่จะหลุดออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี ว่า ดีนะผู้สื่อข่าวรู้เร็ว และไม่มีสัญญาณอะไรส่งมาหาตนในเรื่องนี้ เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่หลังมีกระแสข่าวแบบนี้ออกมา นายเกรียง ตอบกลับทันทีว่า กังวลอะไร

เมื่อถามว่า 7 เดือนที่ผ่านมาที่ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง นายเกรียง กล่าวอีกว่า ตนก็ลงพื้นที่ทำงานอย่างต่อเนื่อง แล้วก็ทำงานเต็มที่ ไม่รู้ว่าพวกคุณไปเอาข่าวมาจากไหน เมื่อถามย้ำว่า เป็นประเด็นที่เกี่ยวเรื่องกับการเมืองใช่หรือไม่ นายเกรียง กล่าวว่า ก็เป็นแบบนี้ทุกครั้งแหละการเมือง ส่วนจะปรับอย่างไรไปถามคนที่เขามีอำนาจดีกว่า ตนยังไม่รู้เรื่อง

นายกฯ จ่อคุยพรรคร่วม ปรับ ครม.

อีกด้านหนึ่ง ที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง  ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่นายกฯระบุว่าวันนี้ยังไม่ปรับ แต่คนสนใจหากจะมีการปรับจริง จะปรึกษานายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หรือไม่ ว่า ในความเห็นของพี่น้องประชาชนหลายล้านคน ในประวัติศาสตร์ เห็นว่านายทักษิณ เป็นนายกฯที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์

ส่วนเรื่องการปรับ ครม.ได้แถลงไปแล้ว หากจะมีการปรับต้องมีการพูดคุยกับหลายภาคส่วน โดยต้องมีการพูดคุยกับเลขาธิการนายกรัฐมนตรี  หัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล และหัวหน้าพรรคเพื่อไทยด้วย เมื่อถามว่าหลังสงกรานต์พูดคุยกับพรรคร่วมเลยหรือไม่  นายกฯ กล่าวว่า “แน่นอนครับ”

เมื่อถามย้ำว่าจะเป็นการพูดคุยในลักษณะส่งสัญญาณหากพรรคไหนต้องการจะปรับสามารถแจ้งได้เลยใช่หรือไม่  นายกฯ กล่าวว่า หากจะปรับก็ต้องมีการพูดคุย เป็นการทำงานที่ให้เกียรติซึ่งกันและกันอยู่แล้ว

เป็นไปได้ควบกลาโหม

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ที่นายกฯจะควบตำแหน่งรมว.กลาโหม นายเศรษฐา กล่าวว่า ทุกออปชั่นมีความเป็นไปได้หมด ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม และเอาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้ง เอาการทำงานของคนให้ถูกฝาถูกตัวเป็นที่ตั้ง ตรงนี้มีความเป็นไปได้หมด

เมื่อถามว่านายกฯคือผู้มีอำนาจจรดประกาศเซ็น  การปรับครั้งนี้จะเป็นการปรับใหญ่เลยหรือไม่ เพื่อจะขับเคลื่อนงบประมาณไปยาวๆ นายกฯกล่าว อย่างที่บอกว่าตนไม่อยากจะเจาะจง ว่าปรับใหญ่ปรับเล็ก หรือปรับใครไม่ปรับใครบ้าง  เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับการพูดคุยและผลงานของแต่ละคนด้วย

เมื่อถามว่าการปรับรอบนี้จะถูกฝาถูกตัวใช่หรือไม่  นายกฯกล่าวว่า การปรับเปลี่ยนอะไรต้องค่อยเป็นค่อยไป พรุ่งนี้มะรืนนี้ไม่ได้บอกว่าจะมีการปรับ  หากจะมีการปรับต้องมีความชัดเจนว่ามีความเหมาะสม ถูกต้องถูกเวลา แต่อาจจะต้องมีหลายท่านอาจจะยังต้องพิสูจน์ตัวเอง ยังต้องการเวลาในการทำงานอยู่ เพื่อให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ และคิดว่าหากจะมีการปรับก็คงปรับเรื่อยๆ ไม่ใช่ครั้งสุดท้าย

ผู้สื่อข่าวถามว่าปรับครม.ครั้งนี้จะไม่มีแรงกระเพื่อมที่ต้องตามแก้ภายหลังใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “ ไม่มั่นใจครับ ถ้าบอกว่าทุกอย่างไม่มีความขัดแย้ง ไม่มีความกระเพื่อม  มีความไม่สบายใจก็ต้องทำไปเรื่อยๆ แต่ไม่ได้บอกว่าจะมีการปรับนะ ”

เศรษฐา ทวีสิน

เมื่อถามว่ารัฐมนตรีแต่ละคนถือว่ามีโปรไฟล์สูง ทำงานมา 7 เดือนแล้ว ถึงเวลาที่จะต้องพิจารณาปรับถ้าทำงานไม่เข้าเป้าหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่าเรื่องเรื่องปรับครม.พูดไปเยอะแล้ว ได้ปรับความจริงไม่ได้ปรับภายในวันหรือสองวันนี้  ถ้าพูดไปเรื่อยก็แรงกระเพื่อมไปเรื่อย

จุดประสงค์ใหญ่ถ้ามีการปรับครม.ก็ปรับให้ถูกฝาถูกหน้าที่ ไม่ใช่แค่ดูที่รัฐบาลอย่างเดียวต้องดูที่ระบบรัฐสภาด้วย ว่ามีความแข็งแกร่งขนาดไหน ต้องการคนช่วยเหลือตรงไหนบ้าง แน่นอนว่าเอาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้ง 7 เดือนที่แล้วกับวันนี้สถานการณ์ต่างกัน บางอย่างเรายังทำไม่ดีพอ บางอย่างเราคิดว่าทำได้ดีแล้ว ก็ต้องมาพิจารณาทั้งหมดโดยรวม

เมื่อถามย้ำว่า นายกฯบอกว่า 314 เสียง แข็งแกร่งแล้ว แต่แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ยังไปพูดคุยกับนายทักษิณ  จึงมีคำถามกลับมาว่ามีโอกาสหรือไม่ที่พรรคประชาธิปัตย์จะร่วมรัฐบาล  นายกฯ กล่าวว่า  นายทักษิณ เป็นผู้ที่มีความอาวุโสทางด้านการเมืองสูง มีเพื่อนฝูงในวงการเยอะการที่จะไปทานข้าว พูดคุยกับใคร เชื่อว่าจุดมุ่งหมายคือประชาชนเป็นหลักฉะนั้นการจะไปกินข้าวกับใคร

สามารถตีความได้หลายอย่าง หากถามโดยส่วนตัวของตนไม่เคยพูดคุยกับใคร แม้แต่ไปเจอกับนายชัยชนะ  เดชเดโช  รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และสส.นครศรีธรรมราช ที่จังหวัดนครศรีธรรมราชก็ไม่ได้มีการพูดคุยกัน ที่ นายชัยชนะมาวันนั้นก็มาในฐานะเจ้าของพื้นที่  ซึ่งมีบทบาทหน้าที่แตกต่างกันไป ไม่ได้มีการพูดถึงว่าจะมาเข้าร่วมรัฐบาลแต่อย่างใด