Skip to content

เศรษฐา หวังกระตุ้นท่องเที่ยวเมืองรอง เก็บภาษีเข้ารัฐมากกว่า 1.5 พันล้าน

04 มิ.ย. 2567 | 13:48น.
เศรษฐา หวังกระตุ้นท่องเที่ยวเมืองรอง เก็บภาษีเข้ารัฐมากกว่า 1.5 พันล้าน

นายกฯ หวัง 2 มาตรการภาษี กระตุ้นเที่ยวเมืองรองช่วงโลว์ซีซั่น สร้างรายได้เข้ารัฐ 1,500 ล้าน ถ้าทุกฝ่ายช่วยกัน

วันที่ 4 มิถุนายน 2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบมาตรการภาษีและอนุมัติหลักการร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศ และเพื่อกำหนดการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรแก่บุคคลธรรมดา ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สำหรับการท่องเที่ยวและการจัดอบรมสัมมนาในจังหวัดท่องเที่ยวเมืองรอง และจังหวัดท่องเที่ยวอื่น ๆ ภายในประเทศช่วงโลว์ซีซั่น ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนพฤศจิกายน ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ

และส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา เพื่อเป็นเรื่องเร่งด่วน ซึ่งอย่างที่เราทราบกันดีว่าก่อนที่งบประมาณ 2567 จะถูกนำออกมาเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ทางรัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องการท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะ และเป็นเครื่องยนต์สำคัญที่รัฐบาลใช้ในการผลักดันเศรษฐกิจต่อไป

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2567 ที่ผ่านมา ได้ประชุมกับส่วนที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนท่องเที่ยวเมืองรอง โดยมีการประสานงานการจัดงานเฟสติวัลต่าง ๆ ในเมืองรอง โดยเฉพาะช่วงเดือนโลว์ซีซั่น ในที่ประชุมได้มีการแจ้งรัฐมนตรีหลายท่านที่เป็น สส.ในพื้นที่ ว่าหากในจังหวัดมีเรื่องดี ๆ อะไรก็ให้ประสานมายังกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อโปรโมตและสนับสนุนกระตุ้นเศรษฐกิจพื้นเมืองได้

“เมื่อเรามีมาตรการภาษีตรงนี้ออกไป กระทรวงการคลังได้ประเมินว่าจะมีการสูญเสียรายได้จากการเก็บภาษี 1,500 ล้านบาท แต่ถ้าเรามั่นใจหากรัฐบาลช่วยอย่างเต็มที่ในเรื่องการท่องเที่ยวเมืองรอง ตรงนี้จะสามารถเก็บภาษีได้มากกว่า 1,500 ล้านบาท” นายเศรษฐากล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 2 มาตรการที่ ครม.อนุมัติกระตุ้นท่องเที่ยวเมืองรองมีดังนี้

1.มาตรการภาษีกระตุ้นสัมมนาในประเทศ (สำหรับนิติบุคคล)

นิติบุคคลสามารถนำรายจ่ายค่าห้องสัมมนา ค่าห้องพัก ค่าขนส่ง หรือรายจ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องในการอบรมสัมมนาภายในประเทศที่จัดขึ้นให้แก่ลูกจ้าง หรือค่าบริการของผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวเพื่อการอบรมสัมมนาดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม-30 พฤศจิกายน 2567 หักเป็นรายจ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล ดังนี้

1.1 หักรายจ่ายได้ 2 เท่า สำหรับการอบรมสัมมนาที่จัดใน “จังหวัดท่องเที่ยวรอง” หรือในเขตพื้นที่ท่องเที่ยวอื่นใดที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนด

1.2 หักรายจ่ายได้ 1.5 เท่า สำหรับการอบรมสัมมนาที่จัดในท้องที่อื่นนอกจากท้องที่ตามข้อ 1.1

1.3 ในกรณีที่การสัมมนาเกิดขึ้นในท้องที่ตามข้อ 1.1 และข้อ 1.2 ต่อเนื่องกัน ให้หักรายจ่ายที่สามารถแยกได้ว่าเกิดขึ้นในท้องที่ใดตามข้อ 1.1 หรือข้อ 1.2 และถ้าแยกไม่ได้ให้หัก 1.5 เท่าของรายจ่ายตามที่จ่ายจริง

2.มาตรการภาษีกระตุ้นท่องเที่ยวเมืองรอง (สำหรับบุคคลธรรมดา)

บุคคลธรรมดาสามารถนำค่าบริการที่จ่ายให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว หรือที่ได้จ่ายเป็นค่าที่พักในโรงแรม ค่าที่พักโฮมสเตย์ไทย หรือค่าที่พักในสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวใน “จังหวัดท่องเที่ยวรอง” ได้ตามที่จ่ายจริง ไม่เกิน 15,000 บาท หักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตั้งแต่ 1 พฤษภาคม ถึง 30 พฤศจิกายน 2567 ซึ่งเป็นช่วงนอกฤดูท่องเที่ยว (Low Season)

ทั้ง 2 มาตรการต้องมีใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์และใบรับอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice & e-Receipt) ทั้ง 2 มาตรการนี้จะตอบโจทย์ 2 อย่างพร้อม ๆ กัน นั่นคือกระตุ้นการเที่ยวเมืองรอง และกระตุ้นการเที่ยวช่วง Low Season