Skip to content

สิงหาระทึก 3 อีเวนต์พลิกการเมือง ชี้ชะตา “ก้าวไกล-เศรษฐา” ทักษิณพ้นมลทิน

31 ก.ค. 2567 | 08:49น.
สิงหาระทึก 3 อีเวนต์พลิกการเมือง ชี้ชะตา “ก้าวไกล-เศรษฐา” ทักษิณพ้นมลทิน
คอลัมน์ : Politics policy people forum

การเมืองเดือนสิงหาคม จะเป็น “จุดเปลี่ยน” การเมืองครั้งสำคัญ

เพราะมี 3 อีเวนต์การเมืองที่เป็นจุดพลิกแห่งอำนาจเรียงต่อกันทุกสัปดาห์ ตั้งแต่ต้นเดือนยันปลายเดือน

และทั้ง 3 อีเวนต์อาจกลายเป็น “ผีเสื้อขยับปีก” ที่เกี่ยวเนื่องต่อกัน

ก้าวไกลรับมือ-คดียุบพรรค

เริ่มจาก 7 สิงหาคม ศาลรัฐธรรมนูญนัดตัดสินคดี “ยุบพรรคก้าวไกล” จากกรณีมีพฤติการณ์กระทําการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย และเข้าลักษณะกระทําการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย

อันเป็นเหตุแห่งการยุบพรรคผู้ถูกร้อง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 92 วรรคหนึ่ง (1) และ (2) ซึ่งข้อเท็จจริงปรากฏตามคําวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2567

นับถอยหลังสู่วันยุบพรรค “ก้าวไกล” ปล่อยคลิปเชิญชวนให้ติดตามวันตัดสิน ควบคู่กับอีเวนต์การแถลงปิดคดีนอกศาลรัฐธรรมนูญ

ขณะที่ในวันตัดสินคดี 7 สิงหา “ปิยบุตร แสงกนกกุล” เลขาธิการคณะก้าวหน้า เปิดบรรยายพิเศษในหัวข้อ “ศาลรัฐธรรมนูญกับการยุบพรรคการเมือง” ที่พรรคก้าวไกล

คู่ขนานกับ ชำนาญ จันทร์เรือง รองหัวหน้าคณะก้าวหน้า เปิดเสวนาคดียุบพรรคก้าวไกล ในเวลาเดียวกันที่ร้าน Sol Bar ข้างสถานีรถไฟเชียงใหม่

สำหรับการต่อสู้ของพรรคก้าวไกล ใช้พยานทั้งหมด 11 ปาก ส่วนใหญ่เป็นนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายในประเด็นที่พรรคก้าวไกลโต้แย้งไป

รวมถึง สส.พรรคก้าวไกลที่ปรากฏในบัญชีพยานหลักฐานของ กกต.ซึ่งเป็นผู้ร้อง

เพื่อหักล้างพยานหลักฐานของ กกต. ที่ใช้พยานเอกสารที่มาจากหน่วยงานความมั่นคง คือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ซึ่งเป็นเอกสารที่ศาลรัฐธรรมนูญใช้พิจารณาคดี ซึ่งปรากฏอยู่ในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2567

บวกกับพยานปากเอก คือ “ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์” อดีตที่ปรึกษากฎหมาย กกต. ที่ชี้ว่า กกต.ไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนในการยื่นยุบพรรคก้าวไกล

นาทีนี้พรรคก้าวไกลเตรียมพร้อมถูกยุบพรรคเต็ม 100 มีการเตรียมพรรคสำรอง-คิดชื่อไว้เรียบร้อย รอแค่วันคิกออฟ กรรมการบริหารพรรค 11 คนแม้ถูกตัดสิทธิ แต่แถว 2 ก้าวไกลก็เริ่มทยอยเปิดหน้าสู่สาธารณะแล้ว

ส่วน สส.พรรคก้าวไกล อีก 136 คนที่เหลือ พรรคมีขาใหญ่เตรียมเปิดดีลทาบทามเข้าพรรค หากยอมเป็น “งูเห่า” ไม่ไปต่อกับพรรคใหม่

เศรษฐาลุ้นรอดถอดถอน

อีก 7 วันต่อมา 14 สิงหาคม เป็นวันชี้ชะตา “เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรี จากคดีที่กลุ่ม 40 สว.ชุดเก่าสายบ้านป่ารอยต่อเดินเกมแทงเรื่องถึงศาลรัฐธรรมนูญ ให้ถอดถอนนายกฯ จากเหตุตั้ง “พิชิต ชื่นบาน” เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ทีมกฎหมายทำเนียบรัฐบาลผนึกกำลังกับ “พญาครุฑกฎหมาย” วิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี โต้แย้งคำร้องใน 4 ประเด็น

หนึ่ง การแต่งตั้ง “พิชิต ชื่นบาน” เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ถูกต้องตามกระบวนการ ตามรัฐธรรมนูญ 2560

สอง ประเด็นคุณสมบัติของรัฐมนตรี ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 บัญญัติว่า “รัฐมนตรีต้อง…” หมายความว่า การจะบังคับใช้มาตรา 160 (4) รัฐมนตรีต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ จะบังคับใช้ต่อเมื่อดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีแล้ว ไม่ใช่เรื่องคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี

สาม “มาตรฐานทางจริยธรรม” ที่เกิดขึ้นตามรัฐธรรมนูญ 2560 มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2561 ต้องนำมาใช้กับคนที่ดำรงตำแหน่งเท่านั้น ไม่สามารถนำมาบังคับใช้เป็นผลย้อนหลังเมื่อ 17 ปีที่แล้วได้

เพราะหากรัฐธรรมนูญมีเจตนารมณ์ให้ย้อนหลัง ต้องมีคำว่า “เคย” แต่กรณีดังกล่าวไม่มีคำว่า “เคย” แต่อย่างใด

สี่ ยกความตั้งใจของ “เศรษฐา” ที่ก่อนเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ และอยากใช้ความรู้ ประสบการณ์มาแก้ปัญหาเศรษฐกิจ มาประกอบในการสู้คดี

ทั้ง 4 ข้อต่อสู้ บ้านใหญ่จันทร์ส่องหล้า-ทีมกฎหมายทำเนียบรัฐบาลเห็นพ้อง สะท้อนจากคำให้สัมภาษณ์ของ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ที่กล่าวว่า ไม่น่าจะมีอะไรที่เป็นข้อกังวล เพราะนายกฯทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ อย่างตรงไปตรงมา ไม่มีอะไรซับซ้อน และเชื่อว่านายกฯจะชี้แจงได้หมด ไม่มีอะไรต้องกังวล เราคิดว่าสิ่งที่นายกฯทำไปอย่างตรงไปตรงมา

ทิศทางแห่งคดี คนในตึกไทยคู่ฟ้า และรัฐมนตรีในรัฐบาลเชื่อมั่นว่า “เป็นบวก” นายกฯ ยังอยู่ในตำแหน่งต่อไป

จ็อบเดสคริปชั่นทักษิณ

อีก 8 วันต่อมา 22 สิงหาคม นอกจากเป็นวันครบ 1 ปีที่ “เศรษฐา” ได้รับการโหวตให้เป็นนายกฯ แล้ว ยังเป็นวันที่ “ทักษิณ” ได้ใบบริสุทธิ์ พ้นจากการ “พักโทษ”

ชอตสำคัญทางการเมืองคือ การเคลื่อนไหวของอดีตนายกฯ หลังจากนี้จะเป็นอย่างไร

“ทักษิณ” กล่าวถึงการวางบทบาทตัวเองหลัง 22 สิงหาคมว่า “ไม่มีอะไร ผมห่วงบ้านเมือง คนเคยเป็นอดีตนายกฯมา ก็คิดถึงบ้านเมือง ห่วงบ้านเมือง ห่วงประชาชน มีอะไรที่เราคิดว่าจะต้องแนะนำ ติติงได้ ก็จะทำผ่านช่องทางทางการเมือง ให้เขาแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้อย่างจริงจัง”

“ไม่มีอะไร ตอนนี้เงินเดือน 700 บาท แล้วจะไปรับตำแหน่งอะไรได้”

ทักษิณย้ำว่าห่วงบ้านเมือง เศรษฐกิจ วันนี้ชาวบ้านลำบาก และช่วยกันว่าจะพลิกฟื้นบ้านเมืองให้เร็ว ก็คิดกันอยู่

“วันนี้ต้องเรียกความเชื่อมั่น เพราะเมื่อเราขาดความเชื่อมั่น ระบบเศรษฐกิจทุนนิยม ความเชื่อมั่นและความเชื่อถือ ความไว้วางใจเป็นเรื่องสำคัญ ฉะนั้น ต้องเรียกกลับคืนมาให้ได้ ถ้าเรียกกลับคืนมาได้ เงินก็จะไหลมาเอง หากไม่มีความเชื่อมั่น ไม่มีความน่าเชื่อถือ เงินก็จะหายหมด และวันนี้ชาวบ้านเป็นหนี้เยอะ เราจำเป็นต้องเสกคาถาเรียกเงินกลับเข้ามาให้ได้”

ขณะความไม่ลงรอยในพรรคร่วมรัฐบาลที่มีรอยแยกให้เห็น “ทักษิณ” ก็จะเป็นตัวประสาน ดังเช่นฉากการเมืองที่แรนโช ชาญวีร์ เขาใหญ่

“แม้ผมจะเป็นนักการเมืองเก่า แต่หน้าที่ของผมคือสร้างความปรองดอง เพื่อให้การเมืองแข็งแรง และบ้านเมืองเดินหน้าได้มากกว่าจะทำหน้าที่อื่น ๆ ซึ่งหลายคนส่วนใหญ่ก็ทำงานร่วมกันมา และการที่คนไปร่วมทานอาหารเฮฮาด้วย ก็จะเกิดความสามัคคีกันมากขึ้น จะได้ไม่มีเรื่องที่เข้าใจผิดกัน”

“และเมื่อเวลามีเรื่องเข้าใจผิดกัน จับมานั่งคุยกันก็จบ และวันนี้ความสามัคคีบ้านเราสำคัญ เพราะลำพังแค่การแข่งขันกับต่างประเทศก็หนัก ถ้ายิ่งไม่สามัคคีกันยิ่งไปกันใหญ่ ฉะนั้น ต้องทำให้ความสามัคคีเกิดขึ้นในชาติให้ได้”

มนุษย์การเมืองของเพื่อไทยต่างตั้งตารอ “ทักษิณ” ปรากฏหน้าฉาก กอบกู้เรตติ้งเพื่อไทย

ทั้ง 3 ฉาก 3 อีเวนต์ระทึก เปลี่ยนการเมืองไทยทั้งสิ้น