เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ธุรกิจใหม่ครึ่งปีแรกโต 2.13% แต่ทุนจดทะเบียนหด 25% ต่างชาติลงทุนไทยพุ่ง 1.87 แสนล้าน
Economic ธุรกิจใหม่ครึ่งปีแรกโต 2.13% แต่ทุนจดทะเบียนหด 25% ต่างชาติลงทุนไทยพุ่ง 1.87 แสนล้าน
สมาพันธ์ SME ไทย เตรียมจัดงานใหญ่ เชื่อมรัฐ-เอกชน สร้างโอกาสเอสเอ็มอีไทย
Uncategorized สมาพันธ์ SME ไทย เตรียมจัดงานใหญ่ เชื่อมรัฐ-เอกชน สร้างโอกาสเอสเอ็มอีไทย
ติง “ทดลอง” ปรับโครงสร้าง สำนักงาน กสทช. ใหม่ ยังไม่มีกฎหมายรองรับ
Politics ติง “ทดลอง” ปรับโครงสร้าง สำนักงาน กสทช. ใหม่ ยังไม่มีกฎหมายรองรับ
กรมประมงแจงผลตรวจปลากระป๋อง ยึดมาตรฐานสากล พร้อมลุยแก้ไข 21 จังหวัด
Economic กรมประมงแจงผลตรวจปลากระป๋อง ยึดมาตรฐานสากล พร้อมลุยแก้ไข 21 จังหวัด
ราคาทองวันนี้ (16 ก.ค. 69) ปรับลง 150 บาท รูปพรรณขายออก 64,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (16 ก.ค. 69) ปรับลง 150 บาท รูปพรรณขายออก 64,850 บาท
ไปรษณีย์ไทย จัดงานวิ่งฉลอง 40 ปี EMS พิชิตแลนด์มาร์กกรุงเทพฯ
Biz Movement ไปรษณีย์ไทย จัดงานวิ่งฉลอง 40 ปี EMS พิชิตแลนด์มาร์กกรุงเทพฯ
ฮอนด้าจ่อย้ายไลน์ผลิต มอเตอร์ไซค์อีวี UC3 สู่เวียดนาม ก.ย. นี้
World ฮอนด้าจ่อย้ายไลน์ผลิต มอเตอร์ไซค์อีวี UC3 สู่เวียดนาม ก.ย. นี้
บอร์ดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี’69 คัดกรองกลุ่มผู้ผ่านเกณฑ์เหลือ 9.5 ล้านคน ชี้ได้ผู้ยากจนที่สุด
Finance บอร์ดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี’69 คัดกรองกลุ่มผู้ผ่านเกณฑ์เหลือ 9.5 ล้านคน ชี้ได้ผู้ยากจนที่สุด
ตรวจผลสลากออมสินพิเศษ 1 ปี งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2569
Finance ตรวจผลสลากออมสินพิเศษ 1 ปี งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2569
ไข่ไทยเจอศึก “ต้นทุน-ไข่เถื่อน” จี้รัฐสกัดชายแดน รักษาสมดุลตลาด
Economic ไข่ไทยเจอศึก “ต้นทุน-ไข่เถื่อน” จี้รัฐสกัดชายแดน รักษาสมดุลตลาด
ดูทั้งหมด

ศึกษิษฏ์ เผยรถไฟฟ้า 20 บาท รัฐหนุน 7 บาทต่อคน-เที่ยว ลดค่าเดินทาง 40%

14 ก.ค. 2568 | 11:30น.

รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง โต้ สส.พรรคประชาชน เดือด ปมรถไฟฟ้า 20 บาท รัฐใช้งบฯ หนุน 7 บาทต่อคน-เที่ยว/วัน คาดหากทำได้ครบทุกสาย ผู้โดยสารเพิ่ม 30% โวนโยบายได้ประโยชน์จริง ไม่ใช่วาทกรรมรื้อทำลาย ชี้หน้าด่าเอกชนเป็นผู้ร้าย ทำรัฐเสี่ยงถูกฟ้อง

นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง โควตทวีตตอบโต้นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่ระบุว่า “นโยบายไร้ฐานคิด ตอบมาให้ได้ก่อนว่าทำไม 20, ไม่เป็น 5 หรือ 35 บาท หรือเท่าไหร่จึงเหมาะสม ?” โดยใจความข้อความของนายศึกษิษฏ์กล่าวว่า นโยบาย 20 บาทตลอดสายเป็นการทำตามที่หาเสียงไว้

ปัจจุบันคนไทยมีค่าโดยสารต่อหัวเฉลี่ย 35 บาทต่อคนต่อเที่ยว การลดลงมาเหลือ 20 บาท จะทำให้ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง 40% ซึ่งแน่นอนว่า ไม่ว่านโยบายใดก็ต้องมีการใช้ทรัพยากรรัฐสนับสนุน แต่หลักการคือผลประโยชน์ที่จะได้ต้องสูงกว่างบประมาณ ก่อนหน้านี้ปรับค่าโดยสารสายสีแดงกับสายสีม่วงเหลือ 20 บาท ทำให้มีผู้โดยสารมากขึ้นจนสามารถลดส่วนต่างของรายได้ลง แสดงให้เห็นว่ามีประชาชนได้รับประโยชน์จำนวนมาก

คราวนี้รัฐบาลจะขยายนโยบายออกไปครอบคลุมทุกสาย คาดว่าผู้โดยสารจะมากขึ้นประมาณ 30% จากประมาน 1.6 ล้านคน-เที่ยว/วัน เป็น 2.1-2.2 ล้านคน-เที่ยว/วัน เงินงบประมาณที่จะสนับสนุนอยู่ที่ 5,500 ล้านบาทต่อปี

คำนวณคร่าว ๆ ได้ว่า รัฐสนับสนุนงบประมาณให้ประชาชนจะอยู่ประมาณที่ 7 บาทต่อคนต่อเที่ยวต่อวัน

และสำหรับสายสีน้ำเงิน ม่วง เหลือง ชมพู และสายสีเขียว ก็ยังจะต้องมีการ “เจรจา” กับผู้ได้รับสัมปทาน เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับประโยชน์จากนโยบายได้มากที่สุด

นายศึกษิษฏ์ระบุอีกว่า นี่เป็นตัวอย่างของการสร้างนโยบายให้เกิดขึ้นจริง ประชาชนได้รับประโยชน์จริง ๆ ไม่ใช่มาสร้างวาทกรรมว่าจะรื้อนู่นทำลายนี่ ชี้หน้าด่าเอกชนว่าเป็นผู้ร้ายนายทุน ทำให้รัฐมีความเสี่ยงต้องถูกฟ้องร้อง หรือมานั่งดูถูกประชาชนที่จะได้รับประโยชน์ว่า “คนกินสุกี้ย่อมชอบ” โดยไม่ได้เห็นความเดือดร้อนของประชาชนที่ต้องแบกภาระการเดินทาง และเผชิญหน้ากับมลพิษทางอากาศ

ข้อความฉบับเต็ม

“นโยบาย #20 บาทตลอดสาย เป็นการดำเนินการตามที่เราได้หาเสียงไว้อย่างชัดเจน ปัจจุบันค่าโดยสารของประชาชนบนรถไฟฟ้าโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 35 บาทต่อคนต่อเที่ยว การลดลงมาเหลือ 20 บาท จะลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางกว่า 40%

แน่นอนว่านโยบายใด ๆ ก็ต้องมีการใช้ทรัพยากรของรัฐในการสนับสนุน แต่หลักการคือผลประโยชน์ที่จะได้ต้องสูงกว่างบประมาณที่ใส่ลงไป ในคราวนี้การลดการใช้รถส่วนตัวจะช่วยเรื่องปัญหาความหนาแน่นของจราจรได้ ลดการใช้พลังงานได้ ลดเวลาการเดินทาง เพิ่มประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ ลดปัญหามลภาวะทางอากาศได้ สิ่งเหล่านี้ก็เป็นผลกระทบที่เป็นบวกที่ขยายออกไประดับประเทศทั้งนั้น

ก่อนหน้านี้เราได้ปรับค่าโดยสารของสายสีแดง (รฟท.) และสายสีม่วง (รฟม.) ลงเหลือ 20 บาทตลอดสาย หลังจากการดำเนินการมีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอย่างมาก จนสามารถลดส่วนต่างของรายได้ลงอย่างมีนัยยะ แสดงให้เห็นว่ามีประชาชนได้รับประโยชน์จำนวนมาก ในคราวนี้เราจึงจะขยายนโยบายออกไปให้ครอบคลุมทุกสาย 286 กิโลเมตร 193 สถานี โดยที่คาดการณ์ว่าผู้โดยสารจะมากขึ้นประมาณ 30% จากประมาน 1.6 ล้านคน-เที่ยว/วัน เป็น 2.1-2.2 ล้านคน-เที่ยว/วัน

เงินงบประมาณที่จะสนับสนุนอยู่ที่ประมาน 5,500 ล้านบาทต่อปี คำนวณคร่าว ๆ แปลว่าเราสนับสนุนงบประมาณให้ประชาชนจะอยู่ประมาณที่ 7 บาทต่อคน-เที่ยว/วัน (5,500/2.1×365) อย่างไรประโยชน์ก็มากกว่าค่าใช้จ่ายแน่อน

และสำหรับสายสีน้ำเงิน ม่วง เหลือง และชมพู (รฟม.) และสายสีเขียว (กทม.) ก็ยังจะต้องมีการ “เจรจา” กับผู้ได้รับสัมปทานอย่างเหมาะสม เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับประโยชน์จากนโยบายได้มากที่สุด เนื่องจากจำนวนผู้โดยสารและข้อตกลงระดับการให้บริการจะเปลี่ยนไปจากสัญญาเดิม ซึ่งเราคาดหวังว่าผู้รับสัมปทานจะเห็นประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนเช่นเดียวกัน

จะเห็นได้ชัดว่าหลักการในการดำเนินการคือต้องการให้ประชาชนได้รับประโยชน์ทันทีโดยที่ “การเจรจา” ที่หาเสียงไว้ก็ยังดำเนินการอยู่เหมือนเดิม

อันนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการสร้างนโยบายให้เกิดขึ้นจริง ประชาชนได้รับประโยชน์จริง ๆ ไม่ใช่มาสร้างวาทกรรมว่าจะรื้อนู่นทำลายนี่ ชี้หน้าด่าเอกชนว่าเป็นผู้ร้ายนายทุน ทำให้รัฐมีความเสี่ยงต้องถูกฟ้องร้อง หรือมานั่งดูถูกประชาชนที่จะได้รับประโยชน์ว่า “คนกินสุกี้ย่อมชอบ” โดยไม่ได้เห็นความเดือดร้อนของประชาชนที่ต้องแบกภาระการเดินทาง ผจญกับรถติด ดมกลิ่นควัน ทำไมเหรอครับประชาชนที่มาจากทั่วประเทศมาหาโอกาสทำงานอยู่ในกรุงเทพมหานครเมืองหลวงของประเทศจะไม่มีสิทธิได้กินดีอยู่ดีบ้างหรือครับ ?”