รมช.พาณิชย์เผยพบ บ.นอมินีต่างชาติ 46,000 แห่งค้าปลีกข้ามชาติ ประเภทศูนย์เหรียญ ลั่นต้องปราบปรามให้เด็ดขาด เพื่อประโยชน์คนไทย-ร้านค้า ไม่สนับสนุนทุนต่างชาติเอาเปรียบคนไทย
ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม พิจารณากระทู้ถามเป็นหนังสือของนายชูชีพ เอื้อการณ์ สว. ถามนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เรื่องผลกระทบจากปัญหาการค้าปลีกข้ามชาติประเภทการค้าศูนย์เหรียญ โดยนายสุชาติชี้แจงว่า หลังจากที่มีคำสั่งของนายกฯ ต่อการตั้งคณะกรรมการเพื่อปราบปรามนอมินีที่นักลงทุนต่างชาติใช้ช่องทางกฎหมายหากินบนแผ่นดินไทย
จากการทำงาน 8-10 เดือนที่ผ่านมา พบว่ามีธุรกิจกว่า 46,000 บริษัทที่เข้าข่ายนอมินี เช่น ที่ข้างกระทรวงพาณิชย์ พบว่าสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ยึดทรัพย์อาคารหรู บ้านพักติดแม่น้ำ ซึ่งกฎหมายของกระทรวงพาณิชย์บอบบาง ต้องทำงานร่วมกับหลายหน่วยงาน และขณะนี้ ปปง.เตรียมผลักดันกฎหมายเกี่ยวกับนอมินีให้เป็นกฎหมายเข้ามูลฐานความผิดยึดทรัพย์ เช่น กฎหมายฟอกเงิน ดังนั้น ตนขอฝาก สว.หากกฎหมายเข้ามาให้ผลักดัน ซึ่งมีประโยชน์กับคนไทย
นายสุชาติกล่าวต่อว่า ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์ทำระบบจับตาความเคลื่อนไหวบัญชีธุรกิจต่าง ๆ ของผู้ประกอบการที่จดทะเบียนที่พบว่ามีพฤติกรรมจดทะเบียนซ้ำซ้อน เช่น เจ้าของคนเดียวกัน 10-20 บริษัท มีเลขที่อยู่เลขเดียวกัน ซึ่งได้ส่งให้กรมสรรพากรตรวจสอบ ส่วนที่กังวลเรื่องการตรวจสอบอย่างนั้น ในขั้นตอนสามารถทำได้หลายอย่าง เช่น การเสียภาษี ดูบิลการขาย
แต่กรมสรรพากรตรวจสอบไม่เฉพาะบิลการขายเท่านั้น ต้องตรวจสอบส่วนอื่นด้วย เพราะเมื่อได้รับข้อมูลเรื่องนอมินีแล้ว ต้องเฝ้าระวังและตรวจสอบ บิลสั่งสินค้าเข้า ดูสินค้าคงเหลือ ดูผู้ประกอบการข้างเคียง เป็นต้น
นายสุชาติกล่าวต่อว่า สำหรับการตรวจสอบความเคลื่อนไหวของบริษัทที่จดทะเบียน ตามขั้นตอนต้องส่งงบการเงิน 1 ปีหลังจดดทะเบียน แต่ในระบบที่ออกแบบเพื่อตรวจสอบสามารถตรวจสอบความเคลื่อนไหว เช่น การเปลี่ยนเจ้าของ บริษัทนอมินีจำนวนมากที่เจอ 46,000 รายเป็นธุรกิจที่ซ้ำซ้อนกันหรือไม่
ขณะที่ประเด็นร้านค้าศูนย์เหรียญ ผมขอนำเรื่องนี้กลับไปที่กระทรวง เพื่อตรวจสอบโกดังว่าเป็นอย่างไร และสามารถประสานหน่วยงานใดเข้าร่วมตรวจกับเราได้บ้าง ยึดทรัพย์ ยึดสินค้า หรือดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ไม่ใช่ดำเนินคดีแค่ปรับ
“ผมไม่นิยมที่ออกไปทำงานแต่โทษมันเบาบาง มันทำให้พวกที่ทำผิดกฎหมายไม่มีความเกรงกลัว ดังนั้น ผมจะทำให้เต็มที่ ผมพยายามทำงานให้รัฐบาล ให้กระทรวงพาณิชย์ ทำงานให้ประชาชนดีที่สุด ผมไม่สนับสนุนทุนต่างชาติที่เอาเปรียบคนไทยแน่นอน ผมรับผิดชอบดูกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
ดังนั้น เมื่อมีการตั้งข้อสังเกตแล้ว หากให้ผมลงมาทำแต่ทำไม่ได้ ถือว่าผมทำงานไม่สำเร็จ ตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายผมต้องทำให้ได้ และตั้งใจปราบนอมินี เพื่อคนไทยและร้านค้าไทย ทั้งนี้ ในการทำงานต้องทำงานควบคู่กับกรมสรรพากร และต้องหารือกับ สว.ด้วย” นายสุชาติชี้แจง