Skip to content

สภา ผ่านร่าง พ.ร.บ.การท่าเรือฯ ปลดล็อก ‘ออกพันธบัตร-ตั้งบริษัทลูก-พัฒนาอสังหาฯ’

29 ส.ค. 2568 | 10:53น.
สภา ผ่านร่าง พ.ร.บ.การท่าเรือฯ ปลดล็อก ‘ออกพันธบัตร-ตั้งบริษัทลูก-พัฒนาอสังหาฯ’

สภาผ่านร่าง พ.ร.บ.การท่าเรือฯ ฉบับใหม่ ปลดล็อก “ออกพันธบัตร-ตั้งบริษัทลูก-พัฒนาอสังหาฯ” เดินหน้าพัฒนาท่าเรือสู่ระดับโลก

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2568 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติการท่าเรือแห่งประเทศไทย (ฉบับใหม่) ด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น เห็นด้วย 377 เสียง ไม่เห็นด้วย 0 เสียง งดออกเสียง 1 เสียง และไม่ลงคะแนนเสียง 4 เสียง จากจำนวนผู้ลงมติทั้งหมด 382 คน นับเป็นก้าวสำคัญในการปฏิรูปโครงสร้างของการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในเวทีโลก

นางมนพรกล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้เป็นกฎหมายเชิงโครงสร้างที่จะช่วยเสริมความคล่องตัวและศักยภาพของ กทท. ให้ทันต่อบริบทการแข่งขันด้านโลจิสติกส์โลก และตอบสนองความต้องการใช้ประโยชน์พื้นที่เชิงพาณิชย์อย่างคุ้มค่าสูงสุด โดยมุ่งเน้นยกระดับท่าเรือกรุงเทพและท่าเรือแหลมฉบังให้เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมเปิดทางให้ภาคเอกชนร่วมลงทุนอย่างโปร่งใสและคืนประโยชน์สู่ประชาชน

พ.ร.บ.ใหม่ หนุน กทท. คล่องตัว-ยืดหยุ่น

นางมนพรกล่าวว่า โดยสาระสำคัญของ พ.ร.บ.ฉบับใหม่นี้ ได้ปลดล็อกข้อจำกัดเดิมหลายประการ ทำให้ กทท.มีเครื่องมือในการบริหารจัดการที่ทันสมัยและยืดหยุ่นมากขึ้น ดังนี้

1.การจัดตั้งบริษัท โดย กทท.สามารถจัดตั้งบริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัดได้ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องและต่อยอดทรัพยากรขององค์กรได้อย่างคล่องตัว

2.การร่วมลงทุน เป็นการเปิดทางให้ กทท. สามารถลงทุนหรือเข้าร่วมกิจการกับบุคคลอื่น รวมถึงการถือหุ้น เพื่อสร้างรายได้ที่หลากหลาย และเชื่อมโยงความร่วมมือเชิงพาณิชย์กับภาคเอกชนได้อย่างโปร่งใส

3.เครื่องมือทางการเงิน โดยสามารถออกพันธบัตรและตราสารทางการเงินอื่น ๆ เพื่อระดมทุนสำหรับโครงการพัฒนาต่าง ๆ ได้โดยตรง

4.การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เพื่อการใช้ประโยชน์พื้นที่ท่าเรือในเชิงพาณิชย์ได้อย่างเต็มศักยภาพและคุ้มค่า

หนุนลงทุน-ยกระดับท่าเรือไทย

นางมนพรกล่าวว่า กฎหมายฉบับใหม่นี้ทำให้เราสามารถลงทุนได้เร็วขึ้นและตรงจุดมากขึ้น เพราะมีเครื่องมือทางการเงินและรูปแบบธุรกิจใหม่ ๆ ที่ช่วยให้โครงการจำเป็นเดินหน้าได้โดยไม่ล่าช้า ลดปัญหาคอขวดโลจิสติกส์ และยกระดับประสิทธิภาพการขนส่งสินค้า ซึ่งจะสร้างความเชื่อมั่นให้ทั้งผู้ประกอบการไทยและนักลงทุนต่างชาติ

นอกจากนี้ การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จะช่วยยกระดับศูนย์กลางเศรษฐกิจรอบท่าเรือ สร้างการจ้างงาน และพัฒนาพื้นที่สาธารณะควบคู่ไปกับพื้นที่เชิงพาณิชย์ ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันในเวทีโลกได้อย่างแท้จริง

นางมนพรกล่าวว่า หลังจากผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรในวาระที่ 3 แล้ว ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้จะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของวุฒิสภา โดยจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน หากวุฒิสภาให้ความเห็นชอบ จะเข้าสู่กระบวนการที่นายกรัฐมนตรีจะนำร่างกฎหมายขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย และประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้มีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ท่าเรือ มนพร เจริญศรี