เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

‘เท้ง’ ลั่น ตัดสินใจหนุน ‘อนุทิน’ ไม่ใช่เพราะตัวบุคคล แต่เพื่อหาทางออกประเทศ

03 ก.ย. 2568 | 11:04น.
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

‘เท้ง’ ลั่นไม่เสียใจเลือกแล้ว จะใช้ 143 เสียงกำกับ “รัฐบาลเสียงข้างน้อย” ไม่ได้ตัดสินใจเพื่อคะแนนนิยม หาก ‘ภท.’ ตระบัดสัตย์เตรียมถูกประชาชนลงโทษ บอกหากบิดพลิ้วถือเป็นต้นทุนที่เขาต้องแลก

ที่รัฐสภา ภายหลังแถลงมติโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกที่ให้สนับสนุนพรรคภูมิใจไทย ว่าการรับฟังความคิดเห็นในระบบปิดไปเมื่อคืนที่ผ่านมา

โดยมีผู้ตอบคำถามเข้ามาทั้งหมด 25,000 คน หลังจากผ่านกระบวนการถกเถียง อภิปราย และแลกเปลี่ยนรอบด้านแล้ว ทุกองคาพยพของพรรคมีความเห็นไปทางเดียวกัน ว่าเราจำเป็นที่จะต้องใช้อำนาจในสภาของพวกเราที่มีอยู่ของ สส. 143 คน ในการหาทางออกให้กับประเทศ และกำกับทิศทางเดินหน้าสู่การเลือกตั้งโดยเร็ว ภายใต้กรอบระยะเวลาที่เหมาะสม และเปิดประตูสู่การทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ดังนั้น เมื่อมีเป้าหมายแบบเดียวกันที่เห็นทางออกของประชาชนและประเทศเป็นตัวตั้ง จึงทำให้พวกเราได้ข้อสรุปไปในทิศทางเดียวกันตามมติของพรรค และขอยืนยันว่าการแถลงข่าวครั้งนี้เป็นการรับรู้พร้อมกันของทุกฝ่าย

ส่วนมีข่าวว่าทางรัฐบาลเตรียมยื่นยุบสภานั้น นายณัฐพงษ์กล่าวว่าเวลานี้ต้องยึดข่าวสารจากผู้มีอำนาจตัวจริง เพราะมีการปล่อยข่าวจากหลายส่วน ทำให้เกิดสถานการณ์ความไม่แน่นอน ตนและผู้บริหารพรรคตัดสินใจอยู่บนข้อเท็จจริง ในการที่ทูลเกล้าฯยุบสภาจริง ๆ ต้องเป็นนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.กระทรวงมหาดไทย ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรีเป็นคนบอก

“สิ่งที่พรรคประชาชนต้องทำตอนนี้ คือเราต้องการหาทางออกให้กับประเทศ ในกรณีที่จะมีการทูลเกล้าฯ เสนอให้ยุบสภา หรือไม่ยุบสภา อย่างไรก็ต้องไปถามพรรคเพื่อไทยอย่างเป็นทางการ ถ้ามีการทูลเกล้าฯยุบสภาไปแล้ว แล้วจะเกิดสถานการณ์อย่างไรต่อก็ต้องไปถามประธานรัฐสภา ว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร รวมถึงพรรคภูมิใจไทยด้วยเช่นกัน ว่าจากเงื่อนไขที่ตนได้แถลงไปแล้ว พรรคภูมิใจไทยตอบรับเงื่อนไขนี้หรือไม่” นายณัฐพงษ์กล่าว

นายณัฐพงษ์กล่าวด้วยว่า การหารือได้ข้อสรุปอย่างเป็นทางการ ซึ่งเกิดขึ้นผ่านการประชุมของผู้บริหารพรรคในคืนที่ผ่านมาจนถึงเช้าวันนี้ เพื่อกลั่นกรองสถานการณ์ล่าสุดก่อนตัดสินใจสนับสนุนนายอนุทิน ทั้งนี้ ตนจะลงนามใน MOA ก่อน ส่วนพรรรภูมิใจไทยหากยอมรับเงื่อนไข 5 ข้อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ก็ต้องลงนามด้วยเช่นกัน พร้อมกับแถลงต่อสาธารณชน

นายณัฐพงษ์ยังกล่าวต่อว่า มติครั้งนี้เราไม่ได้ตัดสินใจว่าทางเลือกไหนดีกว่ากัน แต่ตัดสินใจบนทางออกของประเทศ และบนพื้นฐานหลักประกันที่เรามั่นใจในการกำกับ ว่ารัฐบาลชุดใหม่จะเป็นรัฐบาลที่มุ่งหน้าสู่การยุบสภา และจัดทำประชามติ เพื่อเปิดช่องให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ แต่เราไม่ได้ไว้วางใจนายกฯคนใดเข้าไปบริหารประเทศ เราจำเป็นต้องเลือกนายกฯเข้าไปทำหน้าที่เดินหน้าสู่การยุบสภา จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

“อะไรที่จะทำให้เรามีหลักประกันและความมั่นใจในการเดินไปสู่จุดนั้น เป็นการประเมินตามข้อเท็จจริง พรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคการเมืองที่ทำให้พวกเรามองเห็นหลักฐานเชิงประจักษ์ได้ ว่าจะเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยที่ทำให้พรรคประชาชนใช้เสียง สส.ในส่วนที่เรามีเสียงข้างมากกว่า ในฐานะฝ่ายค้านสามารถกำกับทิศทางของรัฐบาลเพื่อมุ่งหน้าสู่จุดนั้น” นายณัฐพงษ์กล่าว

เมื่อถามว่าหลักฐานอะไรที่เป็นเชิงประจักษ์ เพราะที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทยขวางการแก้รัฐธรรมนูญ นายณัฐพงษ์กล่าวว่าข้อเท็จจริงส่วนนั้นเราก็นำมาประเมินอย่างรอบด้านแล้ว และอย่างที่บอกไปแล้วว่าทั้งสองฝ่ายมีประวัติที่ผ่านมาในเรื่องการกระทำที่ประชาชนได้เห็น ว่ามีประวัติในการใช้อำนาจ ที่ตัวเองเข้าสู่อำนาจไปแล้วทำอะไรที่ไม่เป็นผลประโยชน์และเป็นทางออกของประเทศบ้าง

แต่สถานการณ์ตอนนี้ถ้าเราเห็นตรงกัน ว่าสิ่งที่ประชาชนต้องการมากที่สุด คือการเดินหน้าสู่การเลือกตั้งไปพร้อม ๆ กับการเปิดประตูสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ คำถามคือการที่พรรคประชาชนอยู่เฉยไม่เลือกผู้ใดตอนนี้ ก็ไม่สามารถที่จะนำไปสู่จุดนั้นได้ ขณะเดียวกัน 143 เสียงที่พวกเรามีสามารถที่จะกำกับทิศทางให้เดินไปสู่จุดนั้นได้ ซึ่งมีความเสี่ยงที่พวกเราได้ประเมินมาอย่างรอบคอบแล้ว

“การตัดสินใจครั้งนี้เชื่อว่าทุกคนมองออก ว่าไม่ได้ตัดสินใจเพื่อคะแนนความนิยมของพรรคประชาชน หรือความเสี่ยงที่พรรคประชาชนจะสูญเสียคะแนนความนิยม แต่ตัดสินใจครั้งนี้เพื่อที่จะสร้างทางออกให้กับประเทศจริง ๆ และไม่เสียใจกับมตินี้แต่อย่างใด และในช่วงเวลา 5 วันที่ผ่านมา ทางผู้บริหารพรรค ได้ไตร่ตรองละเอียดรอบคอบมากที่สุด มีประสิทธิภาพมากที่สุด รับฟังเสียงองคาพยพรอบด้าน ทำความเข้าใจในพรรค โดยเฉพาะกับสมาชิกพรรคที่เป็นเจ้าของพรรคตัวจริง ทุกส่วนความเห็นส่วนใหญ่สอดคล้องกับที่เราแถลงไปเมื่อสักครู” นายณัฐพงษ์กล่าว

นายณัฐพงษ์​กล่าวต่อว่า การที่เราเขียนหลักประกันในครั้งนี้เป็นสิ่งที่ทำให้พรรคภูมิใจไทยต้องมีต้นทุนสูงสุด ถ้าคุณจะตระบัดสัตว์ต่อประชาชนอีก 1 ครั้ง ตนเชื่อว่าที่ผ่านมาสิ่งที่ประชาชนคนไทยได้ลงโทษต่อพรรคการเมืองที่ตระบัดสัตย์ ก็เห็นแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง เพราะฉะนั้นหน้าที่ของพวกเราตอนนี้ในทางปฏิบัติ เราก็จะพยายามกำกับให้พรรคภูมิใจไทยและนายอนุทินลงนาม และให้มีการแถลงเดินหน้าไปสู่การยุบสภา เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ขณะเดียวกัน ถ้อยคำลายลักษณ์อักษรที่ปรากฏในเงื่อนไขตรงนี้ ผมเข้าใจดีว่าในทางปฏิบัติอาจจะบิดพลิ้วได้ แต่ถ้าบิดพลิ้วนี่ถือเป็นต้นทุนที่เขาจะต้องแลกมา

เมื่อถามถึงกรอบระยะเวลา 4 เดือนที่ให้ยุบสภา นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เชื่อว่าประชาชนมองเห็นในฉากทัศน์ร่วมกันที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งตอนนี้สถานการณ์ต่าง ๆ เพียงแค่ได้วิเคราะห์ร่วมกันว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เราประเมินตามข้อเท็จจริงในปัจจุบันเป็นหลัก ส่วนในอนาคตเราก็ประเมินความเสี่ยงมาประกอบเช่นเดียวกัน ถ้าถามว่าจะเป็นไปตามกรอบเวลา 4 เดือนหรือไม่ พรรคประชาชนมีหน้าที่กำกับรัฐบาลเสียงข้างน้อยให้เดินไปสู่จุดนั้น หากในอนาคต

หากมีเหตุการณ์เกิดขึ้น อาจมีการบวกลบนิดหน่อย ก็ต้องผ่านการเปิดช่องแก้ไขรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256 ก่อน กรณีซึ่งหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้มีการทำประชามติ 2 ครั้งซึ่งเป็นเหตุผลที่สามารถชี้แจงต่อสาธารณชนได้ เพื่อนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เช่นเดียวกัน แต่ขอย้ำว่าตอนนี้เราต้องยึดหลักข้อตกลงกรอบระยะกรอบระยะเวลา 4 เดือนเป็นสำคัญที่สุด

เมื่อถามว่ามีการเซ็น MOA ไปแล้วเมื่อวานแล้วนั้น นายณัฐพงษ์ยืนยันว่ายังไม่มีการลงนาม เพราะต้นฉบับยังอยู่ที่โต๊ะตรงนี้ ซึ่งตนต้องเซ็นก่อนแล้วนายอนุทินถึงจะลงนามตามเงื่อนไข 5 ข้อ หากเกิดการยุบสภาขึ้นพรรคประชาชนพร้อมเลือกตั้งหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่าทุกพรรคต้องพร้อมเลือกตั้งในทุกวัน และพร้อมที่จะเสนอนโยบาย รวมถึงทางออกของประเทศได้ตลอดเวลา

เมื่อถามว่าการที่พรรคเพื่อไทยยื่นยุบสภา เพื่อเป็นเกมการเมืองบีบฝ่ายตรงข้ามหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่าไม่ได้เป็นการบีบใคร เพราะเคยพูดไปแล้วว่าทางออกที่พรรคประชาชนมองเห็นคือการกำกับทิศทางให้ประเทศเดินหน้าไปพร้อมกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ส่วนพรรคการเมืองจะออกมาแถลงข่าวอย่างไรก็เป็นสิ่งที่แต่ละพรรคจะออกมาให้ข่าวแบบนั้น

ภายหลังการแถลงข่าวนายณัฐพงษ์ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลง ก่อนจะส่งมอบให้กับพรรคภูมิใจไทย ที่มีนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทยและคณะเป็นตัวแทนในการรับมอบ MOA เพื่อนำไปให้นายอนุทินลงนาม

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้ถามแซวนายณัฐพงษ์ว่า MOU ของ 8 พรรคที่พรรคก้าวไกลเคยเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคเพื่อไทยยังเคยถูกฉีกมาแล้ว แล้วคิดว่า MOA ครั้งนี้จะมีอายุนานเท่าไหร่ แต่ณัฐพงษ์ไม่ได้ตอบคำถาม เพียงแค่ยิ้มให้ผู้สื่อข่าวเท่านั้น

ด้านนายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ ประธาน สส.พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงขั้นตอนการเสนอชื่อนายกฯคนใหม่ว่า กระบวนการลงมตินายกฯ ในเวลา 10.00 น. วันนี้ นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาคนที่ 1 ส่งข้อความนัดหมายตั้งแต่เมื่อวานว่า วันนี้นัดวิป 2 ฝ่ายในการหารือถึงวันโหวตนายกฯ ตามข้อบังคับแล้ว หากมีการบรรจุระเบียบวาระเพิ่มเติมจะมีการลงมตินายกฯได้เร็วสุดคือวันศุกร์ที่ 5 ก.ย.