เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อิหร่านจัดพิธีศพ ‘คาเมเนอี’ นานหนึ่งสัปดาห์ คาดผู้ไว้อาลัยร่วม 20 ล้านคน
World อิหร่านจัดพิธีศพ ‘คาเมเนอี’ นานหนึ่งสัปดาห์ คาดผู้ไว้อาลัยร่วม 20 ล้านคน
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผ่านการคัดเลือก เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ กกท.เตรียมถวายรางวัลเกียรติยศ
ข่าวในพระราชสำนัก เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผ่านการคัดเลือก เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ กกท.เตรียมถวายรางวัลเกียรติยศ
ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
Politics ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
‘แอร์ไลน์’ ตะวันออกกลาง แห่เพิ่มไฟลต์ครึ่งปีหลัง
Business ‘แอร์ไลน์’ ตะวันออกกลาง แห่เพิ่มไฟลต์ครึ่งปีหลัง
ธุรกิจบูมมาสคอตมาร์เก็ตติ้ง ‘GMM-วันแบงค็อก’ ต่อยอดสปีดรายได้
Business ธุรกิจบูมมาสคอตมาร์เก็ตติ้ง ‘GMM-วันแบงค็อก’ ต่อยอดสปีดรายได้
‘แม่กุหลาบ’ ผู้สร้างตำนานโมจิ-ไดฟุกุ ของฝากนครสวรรค์ เสียชีวิต อายุ 86 ปี
Biz Movement ‘แม่กุหลาบ’ ผู้สร้างตำนานโมจิ-ไดฟุกุ ของฝากนครสวรรค์ เสียชีวิต อายุ 86 ปี
สคบ.ลุยตรวจร้านรับกดบัตรคอนเสิร์ต หลังร้องไม่คืนเงิน
Economic สคบ.ลุยตรวจร้านรับกดบัตรคอนเสิร์ต หลังร้องไม่คืนเงิน
มธ. ปั้น ‘แพทย์แผนจีนนานาชาติ’ ดัน ‘ไทย’ ลุยตลาดโลก ชิงเค้ก 5.5 แสนล้านดอลลาร์
Biz Movement มธ. ปั้น ‘แพทย์แผนจีนนานาชาติ’ ดัน ‘ไทย’ ลุยตลาดโลก ชิงเค้ก 5.5 แสนล้านดอลลาร์
ปุ๋ยจีน ‘ถูก’ จ่อบุกตลาดไทย เอเย่นต์ลดสต๊อก หวั่นขาดทุน
Economic ปุ๋ยจีน ‘ถูก’ จ่อบุกตลาดไทย เอเย่นต์ลดสต๊อก หวั่นขาดทุน
“พิพัฒน์” ลุยสตูล พลิกโฉม “ท่าเรือตันหยงโป” ประตูท่องเที่ยวทางทะเลแห่งใหม่
Real Estate “พิพัฒน์” ลุยสตูล พลิกโฉม “ท่าเรือตันหยงโป” ประตูท่องเที่ยวทางทะเลแห่งใหม่
ดูทั้งหมด

หลักบริหาร ธุรกิจ-การเมือง ชวรัตน์ ถึง อนุทิน มองข้างหน้า พอเพียง ไม่อิจฉา

06 ก.ย. 2568 | 21:26น.
anutin

anutin

อนุทิน ชาญวีรกูล ว่าที่นายกรัฐมนตรี คนที่ 32 เข้าเกียร์ 5 เร่งฟอร์มคณะรัฐมนตรี เข้ามาบริหารประเทศ หลังได้รับการเลือกจากสภา ด้วยเสียง 311 เสียง

ดึงคนนอก – มืออาชีพเข้ามาสวมบทรัฐมนตรี ในห้วงเวลาเฉพาะกิจ 4 เดือน ตามเงื่อนไขที่ไปขอเสียงพรรคประชาชน

ย้อนไปวันที่ “อนุทิน” ได้รับเลือกจากสภาผู้แทนราษฎรให้เขาเป็นนายกฯ คนที่ 32 สิ่งแรกที่เขาทำคือรุดไป รพ.รามาธิบดี เพื่อไปกราบตักผู้เป็นพ่อ “ชวรัตน์ ชาญวีรกูล”

หากทวนเข็มนาฬิกาการเมือง ไปเมื่อ 17 ปีที่แล้ว “ชวรัตน์” หรือ “ปู่จิ้น” เคยมีสถานะสูงสุดในการเมือง เป็นรองนายกรัฐมนตรี และรักษาการนายกรัฐมนตรี หลังจาก “สมชาย วงศ์สวัสดิ์” ต้องพ้นตำแหน่งนายกฯ เพราะการที่ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคพลังประชาชน

ชั่วโมงที่การเมืองชิงจังหวะสู้กันไม่ต่างกับวันนี้ มีแรงกดดันจากเบื้องบนพรรคเครือข่ายทักษิณ ให้ “ชวรัตน์” ยุบสภา แต่ในเมื่อลูกชายของเขา “อนุทิน” เป็นหนึ่งในแกนหลักของ “กลุ่มเพื่อนเนวิน” ที่มี “เนวิน ชิดชอบ” เป็นหัวใจสำคัญ กำลังถูกชิงการนำในพรรค

ระหว่างที่ “กลุ่มเพื่อนเนวิน” เปิดปฏิบัติการ ย้ายขั้วมาจับมือพรรคประชาธิปัตย์ตั้งรัฐบาล “ชวรัตน์” จึงยื้อไม่ให้มีการยุบสภา จนกระทั่งพรรคประชาธิปัตย์ตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ และนำมาสู่การกำเนิดพรรคภูมิใจไทย

หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย คนแรกคือ ”ชวรัตน์“ ในขณะเดียวกันก็เป็น รมว.มหาดไทย ในยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

หลังพรรคเพื่อไทยกลับมาชนะเลือกตั้งปี 2554 พรรคภูมิใจไทยเป็นฝ่ายค้าน ”ชวรัตน์“  ก็นำพานาวาพรรคภูมิใจไทย ฝ่าฟันคลื่นลม มรสุมการเมืองมานานถึง 4 ปีเต็ม ส่งกุญแจพรรคภูมิใจไทยให้กับ “อนุทิน” เมื่อปี 2559

อนุทิน หรือ เสี่ยหนู  ที่เป็นทั้งทายาทธุรกิจแห่งอาณาจักร “ซิโน – ไทยเอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น” และทายาทการเมือง

ความสัมพันธ์ “พ่อ-ลูก” แน่นแฟ้น

ในมุมธุรกิจ “ชวรัตน์” เคยส่งไม้ต่ออาณาจักรซีโน-ไทยในยุครุ่งเรืองสูดขีดให้กับ “ลูกหนู”

เรื่องนี้ย้อนกลับเกือบ 60 ปีก่อน ถึงจุดกำเนิดอาณาจักร “ซีโน – ไทย” ที่เริ่มต้นในขณะที่ “ชวรัตน์” ยังเป็นเพียงนักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ระหว่างพักคาบเรียนวันหนึ่ง สายตาของเขาสะดุดเข้ากับแผงหนังสือเก่าแบกับดินบนท้องสนามหลวง เล่มที่เขาสนใจเป็นพิเศษคือ หนังสือรวบรวมงานก่อสร้างของต่างประเทศ

ขณะที่สายตา – กำลังกวาดตัวหนังสือ  สมอง – คิดไปพร้อมกันว่าทำไมประเทศถึงไม่มีบริษัทเอกชนทำงานก่อสร้างขนาดใหญ่แบบนี้บ้าง

“ในคืนนั้นกล้บบ้านไปผมก็คิดว่าจะต้องบริษัทก่อสร้างขึ้นมา” ชวรัตน์ เล่า

หลังจากเรียนจบรั้วแม่โดม  “ชวรัตน์” ก็เริ่มรวบรวมเงินทุนที่ตัวเองเก็บออม ผสมกับเงินที่พ่อมอบให้เป็นก้นถุง ราว 5 แสนบาท ก่อตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัด ซิโน –ไทย เอ็นจีเนียริ่งในปี 2505 พุ่งเป้ารับงานก่อสร้างในส่วนของการแปรูปโลหะ พร้อมกับเริ่มสร้างโรงงานของตัวเอง ย่านสาธุประดิษฐ์

ยุคแรกเริ่มของ “ซิโน-ไทย” มีช่างประจำโรงงาน 20 – 30 คน และมีพนักงานประจำเพียง 5 คน  ส่วนลูกค้ารายแรกที่ “ชวัรตน” จำได้แม่นยำคือ บรษัทคอลเกตปาล์มโอลีฟ และบริษัทผลิตยา

“ปู่จิ้น” รับว่าตรงๆ ว่า “ตอนก่อตั้งซิโน – ไทย ผมก็ไม่คิดเหมือนกันว่าหลายสิบปีต่อมาจะยิ่งใหญ่เหมือนวันนี้”

รับงานฐานทัพสหรัฐ

ระหว่างปี 2506 – 2511 เป็นยุคที่สงครามเวียดนามอุบัติขึ้น “ซิโน – ไทย” ของ “ขวรัตน์” ไม่ได้รับผลกระทบจากพิษสงครามเย็น แต่กลับได้รับผลพลอยได้ไปเต็มๆ เพราะบริษัทของเขาได้รับงานสร้างสนามบินสหรัฐอเมริกา ทั้งใน จ.อุดรธานี จ.อุบลราชธานี และ จ.นครพนม รวมถึงสร้างสาธารณูปโภคอื่นๆ  เทคนิคการรับงานง่ายๆ  คือ “ชวรัตน์” พูดภาษาอังกฤษได้ ก่อนไปตีสนิทกับนายทหารระดับผู้บัญชาการของสหรัฐฯ

หลังสงครามเวียดนามใกล้สิ้นสุด “ชวรัตน์” หมกตัวอ่านแผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับที่ 3 อย่างจริงจัง เพื่อหาลู่ทางต่อยอดทางธุรกิจ แม้ในเวลานั้นอาณาจักร “ซิโน – ไทย” ยังเป็นบริษัทขนาดกลาง ไม่สามารถรับโครงการขนาดใหญ่ได้ แต่ “ชวรัตน์” ใช้วิธีรับงานต่อจากบริษัทรับเหมาญี่ปุ่น ที่มารับงานจากรัฐบาลไทยอีกทอดหนึ่ง

นับจากนั้น “ซิโน –ไทย” ของ “ปู่จิ้น” ก็รับงานเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่งานสร้างสาธารณูปโภคระดับพื้นฐาน ไปจนถึงโปรเจคต์ขนาดใหญ่ทั้งไทย และต่างประเทศ อย่างการสร้างโรงงานไฟฟ้า โรงกลั่นน้ำมัน วางท่อก๊าซธรรมชาติของ ปตท.

หลักคิดการยื่นซองประมูลงานของ “ชวรัตน์” ในเวลานั้นคือ “ต้องคิดราคาให้สูงพอที่จะไม่ขาดทุน แต่ต้องต่ำพอที่จะให้ได้งาน”

เกือบล้มเพราะพิษลดเงินบาท

แม้ “ซิโน – ไทย” จะเติบโตขึ้นตามการพัฒนาของประเทศ แต่เมื่อภาวะเศรษฐกิจเริ่มอยู่ในช่วงขาลง ย่อมส่งผลกระทบต่อบริษัท เมื่อรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประกาศลดค่าเงินบาท 3 ครั้งในรอบ 3 ปี ทำให้ “ซิโน –ไทย” ขาดทุนจากอัตราการแลกเปลี่ยน ขาดเงินสดที่ใช้หมุนเวียนธุรกิจ จน “ชวรัตน์” พูดไม่ออก

“เราเคยทำงานปีละพันกว่าล้าน ลดลงมาเหลือแค่สี่ร้อยกว่าล้านบาท และงานที่รับมาก็เป็นงานที่ราคาต่ำ” ชวรัตน์ เล่า

แต่การรับงานที่มีราคาต่ำ กลับเป็นผลดีทำให้อาณาจักรซีโน – ไทย เริ่มมีสภาพคล่องทางการเงิน เริ่มฟื้นตัว ควบคู่กับใช้วิธี ”ห้ามเลือด” โดยการหยุดชำระหนี้ ลดค่าใช้จ่าย พยายามหารายได้เข้ามา

“ผมเป็นคนไม่ยอมแพ้ มีคนปรามาสผมว่าซิโน – ไทยไม่มีทางฟื้นแน่ ใครคนอื่นฟังแล้วอาจจะเสียกำลังใจ แต่ผมไม่ ผมสู้มาถึงทุกวันนี้ ผมยังนึกขอบคุณคนที่พูดกับผมแบบนั้น เพราะมันทำให้ผมมีแรงสู้มากขึ้น”

สนามการค้าพลิกธุรกิจ

หลังจากสิ้นสุดยุครัฐบาล พล.อ.เปรม เข้าสู่ยุค “น้าชาติ” – “พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ” มีนโยบายเปลี่ยนสนามรบ ให้เป็นสนามการค้า เริ่มพัฒนาชายทะเลฝั่งตะวันออก (โครงการอิสเทิร์นซีบอร์ด) สร้างนิคมอุตสาหกรรมมบตาพุด ก็ทำให้วิกฤติการเงินของ “ซิโน –ไทย” เริ่มคลี่คลาย เพราะบริษัทรับเหมาของเขา เข้ารับงานในโครงการต่างๆ ในนิคมเป็นจำนวนมาก

และในปี 2535 อาณาจักรซิโน – ไทย ของ “ชวรัตน” ก็กระโจนเข้าสู่ตลาดหุ้น และแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนในปี 2536 ในยุครัฐบาลชวน หลีกภัย

เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ทายาททางธุรกิจลำดับ 1 เรียนจบด้านวิศวะ จากสหรัฐฯ เริ่มเข้ามาเรียนรู้งานต่างๆ ในบริษัท

 “เสี่ยหนู” สร้างหนี้ 5 พันล้าน เพราะโลภ

กระทั่งปี 2538 “ปู่จิ้น” ก็มอบธุรกิจในยุคที่รุ่งเรืองสุดขีดทั้งหมดให้กับ “เสี่ยหนู” ขึ้นนั่งเก้าอี้กรรมการผู้จัดการแทน เพื่อเตรียมตัวไปเล่นการเมืองในตำแหน่ง รมช.คลัง ตามคำชวนของ “พล.อ.ชาติชาย” ในยุครัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ

ทั้งที่อาณาจักร “ซิโน –ไทย” ในเวลานั้นกำลังอยู่ในยุคทอง ทำรายได้ปีละ 6 พันล้านบาท

แต่เมื่อเจอกับวิกฤติต้มยำกุ้งตอนปี 2540 หลังรัฐบาล “บิ๊กจิ๋ว” ประกาศลอยตัวค่าเงินบาทเพียงชั่วข้ามคืน “ซิโน – ไทย” ในยุคที่มี “อนุทิน” นั่งเก้าอี้ผู้บริหาร ก็ทำให้ตัวเลขทางบัญชีติดลบทันที 5 พันล้านบาท เนื่องจากไปกู้เงิน BIBF (ธนาคารที่จัดตั้งขึ้นเพื่อทำธุรกรรมในการกู้ยืมเงินจากต่างประเทศแล้วนำมาทำธุรกรรมภายในและหรือภายนอกประเทศไทยได้) จำนวน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

 วิกฤติครั้งนั้น “ชวรัตน์” บอกว่า “ตอนนั้นผมไม่เกี่ยวข้อง ผมให้อนุทินดูแล แต่พอรู้ข่าวผมก็ตกใจ”

วิกฤต 40 ล้มทั้งยืน

ด้าน “อนุทิน” ยอมรับว่า “เพราะความโลภทำให้ซิโน – ไทยต้องล้มทั้งยืน ความร่ำรวยซึ่งอยู่กับเรามาตลอดอันตรธานไปเพียงชั่วข้ามคืน”

วิธีที่ “อนุทิน” ใช้แก้ปัญหาวิกฤติการเงินครั้งนั้น เป็นวิธีเดียวกับ “ชวรัตน์” ผู้พ่อเคยใช้และ “ห้ามเลือด” ได้สำเร็จ คือ 1.หยุดชำระหนี้เงินกู้ ขอเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูผ่านศาลล้มละลายกลาง 2.ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ 3.ลดจำนวนพนักงาน กระทั่ง 4 กันยายน 2543 ศาลแพ่งได้อนุมัติแผนฟื้นฟูกิจการอย่างเป็นทางการ

หลักบริหารไม่มีหนี้

จากวันนั้น สถานการณ์ผ่านมาเกือบ 30 ปี “อนุทิน” วางมือจากธุรกิจ เข้าสู่การเมือง แต่ยังถือว่า “ซีโน-ไทย” ยังเป็นกิจการของครอบครัวในฐานะถือหุ้นใหญ่ และเป็นหนึ่งในบริษัทที่รับงานใหญ่ของประเทศ ทั้ง อาคารรัฐสภา รถไฟฟ้า สนามบิน

อนุทิน เคยเล่าให้ “ประชาชาติธุรกิจ” ฟังว่า “ทุกอย่างเป็นไปตามกลไกตลาด ซิโน-ไทยไม่ใช่ได้อยู่ฝ่ายเดียวเมื่อไหร่ ได้งานเล็กกว่าคนอื่นด้วยซ้ำ เพียงแต่ปัจจุบัน แน่นอนงานออกมาเยอะแบบนี้ผู้ที่แข็งแรงที่สุดย่อมมีศักยภาพในการได้งาน มันต้องมาดูพื้นฐานซิโน-ไทย ไม่มีหนี้สินแม้แต่บาทเดียว

ทำงานทุกอย่างใช้เงินทุนหมุนเวียน ใช้กระแสเงินสดในบริษัท ไม่มีภาระดอกเบี้ยที่ต้องชำระ เมื่อเทียบกับ 20 ปีก่อนตอนที่มีหนี้สินล้นพ้นตัว แค่ใช้จ่ายดอกเบี้ยปีหนึ่ง 600 – 700 ล้านบาท เอาแค่ตรงนี้ไม่มี บริษัทเช่นนี้ยังไม่สามารถยืนแข่งขันในตลาดก็คงต้องปิดไปทำอย่างอื่นแล้ว อยู่ไปก็เสียข้าวสุก”

“ไม่ใช่เพราะมีเส้นใหญ่ มีคอนเนคชั่นดี ผมยังไม่เคยได้งานอะไรมาโดยที่ไม่ประมูล ต่อให้เป็นน้อง เป็นพี่ เป็นญาติ เป็นเพื่อน ทุกคนต้องสืบราคาทั้งนั้น เงินไม่เข้าใครออกใคร ต่อให้ดีขนาดไหนก็ไม่มีใครสามารถมาบอกว่าคุณมาสร้างอันนี้โดยฉันไม่สืบราคา งบประมาณเท่าไหร่เท่านั้นว่ามาเลย อยากมีอยู่ แต่ยังไม่เคยเกิด คนๆ นั้นยังไม่เกิด ถ้าคนดีอย่างนั้นไม่เกิดแล้ว ไปเป็นเทพอย่างเดียว อยู่บนโลกไม่ได้”

ทำตัวให้เบา ไม่เล่นเกมเสี่ยง

“การที่เรายืนอยู่ได้ในท่ามกลางธุรกิจ หรือ เศรษฐกิจอย่างนี้ เราทำตัวให้เบา ทำธุรกิจระดับยอดขาย 2 – 3 หมื่นล้าน โดยไม่มีหนี้แทบจะนับบริษัทได้ แสดงว่ามันต้องมีอะไรมั่นคงพอสมควรที่สามารถยืน หมุนเงิน บริหารเงินทุกวัน ให้งานก่อสร้าง สร้างรายได้ให้แก่บริษัทได้”

“และในช่วงที่ผ่านมาเราเห็นความไม่มั่นคงของระบบการเมือง ระบบนโยบาย ความมั่นใจของนักลงทุน เราก็ไม่เสี่ยง เราก็พยายามใช้วินัยการเงินของเราอย่างเคร่งครัด ไม่ลงทุนมั่วๆ ในธุรกิจที่เราไม่มีความถนัด เน้นแต่ธุรกิจที่เราถนัดที่สุด สร้างรายได้ให้มากที่สุด ไม่ต้องคิดเรื่องอื่น คิดแต่เรื่องลดตนทุนของการก่อสร้างให้ได้มากที่สุด คุณภาพต้องไม่ลด แต่ต้นทุนต้องลด”

“มันต้องมีคุณลักษณะเฉพาะตัว และสามารถดำรงธุรกิจอยู่ได้ ไม่ต้องกู้เงินแบงก์มาทำงาน การที่เรามีสภาพเงินสดค่อนข้างสูง ซื้อของก็ต้องกว่าคนอื่นแน่นอน เพราะเราสามารถชำระเป็นเงินสดได้ หากคู่ค้าเรายอมลดราคาให้มาก โดยไม่ต้องมานั่งรอ ผมไม่ต้องการเครดิตเทอม มาให้ 120 วัน 190 วันไม่ได้ประโยชน์ เพราะทุกวันบริษัทฝากเงินอยู่ในธนาคามันไม่ได้ดอกเบี้ย ถ้าคู่ค้าเอาชัวร์ลดราคามาเยอะๆ แล้วจ่ายเดี๋ยวนี้เลย ส่งของปุ๊บได้เงินปั๊บ นี่คือสไตล์ เราใช้ทุกจุดที่เรามีแต้มต่อ”

“ตัวอย่าง ดอกเบี้ยการขายลดเช็คปีหนึ่งต้องมี 24 เปอร์เซ็นต์ เดือนละ 2 เปอร์เซ็นต์ ได้เครดิตเทอมปกติ 60 วัน  90 วัน เราสามารถต่อเขาได้เลย 4 เปอร์เซ็นต์ เพราะเราจ่ายทันทีเมื่อส่งของ คนก็มองว่าโอ้ยได้แค่ 4 เปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่ ต้องเทียบกับในหนึ่งปี เท่ากับเราได้ 24 เปอร์เซ็นต์ ฝากเงินที่ไหนได้ 24 เปอร์เซ็นต์ ปล่อยกู้ยังไม่ได้เลย นี่คือกาบริหารจัดการเงิน แต่ถ้าเรามั่วซั่วไปทำธุรกิจ มีอะไรทำหมด เงินเหล่านี้มันก็ถูกกระจายไปโปะนู่น แปะนี่ ถ้าแปะไม่พอก็ต้องไปกู้หนี้ยืมสิน ถ้ากู้แล้วก็จะกู้ไปไม่มีวันจบ”

พอเพียง ไม่อิจฉาคนอื่น

อนุทิน บอกว่า วันนี้เข้าใจแล้ว นโยบายคำว่าเศรษฐกิจพอเพียงมีความหมายว่าอย่างไร ตอนแรกใหม่ๆ ไม่เข้าใจ รู้สึกว่าปฏิบัติยาก แต่พอเราทำไปเรื่อยๆ พวกที่ไม่พอเพียงคืออยากทำทุกอย่างในโลกนี้ ไม่มีเงินก็ไปกู้หนี้ยืมสิน เพื่อไปทำธุรกิจใหม่ๆ นี่คือไม่พอเพียง ทำงานหนักไป 5-6 เท่า ถ้าธุรกิจนั้นใช้เวลา 9-10 ปีในการคืนทุน คนที่ทำไม่ได้ใช้ อาจไม่มีใครได้ใช้เลยเพราะ 10 เทคโนโลยีเลยไปแล้ว

ต้องทำใจให้ได้ อย่าไปมองข้างๆ มองข้างหน้าอย่างเดียว อย่าไปอิจฉาว่าทำไมคนอื่นเขาซื้อทุกอย่างที่ขวางหน้า ทำไมซีพี มีทั้งเทเลคอม มีทั้งอาหารสัตว์ จะมีรถไฟความเร็วสูง ก็เพราะเขาเป็นซีพี เขาไม่ใช่เรา เราก็ไม่ใช่เขา ทำไมคุณเจริญ (ศิริวัฒนภักดี) ซื้อบิ๊กซีทั่วโลกได้ ใช้เงินแสนกว่าล้าน ก็เขาเป็นคุณเจริญ ถ้าเขาเป็นเราก็คงไม่ซื้อบิ๊กซี และถามตัวเองก่อนว่าตัวผู้ถือหุ้น ครอบครัวผู้ถือหุ้น พนักงาน ครอบครัวพนักงาน ลูกจ้าง เคยอดมื้อกินมื้อไหม

ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา กระเบียดกระเสียร ตระหนี่ถี่เหนียว เงินเดือนไม่เพิ่ม โบนัสไม่มีมีไหม ในรอบ 20 ปีไม่มี เงินเดือนเพิ่มทุกปี โบนัสเพิ่มทุกปี ยอดขายโตทุกปี ความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ครบหมด ทั้งพนักงาน และผู้ถือหุ้นที่ได้เงินปันผลทุกปี

วันนี้ ซิโน-ไทย ณ วันนี้ มีรายได้รวมในปี 67 กว่า 3 หมื่นล้าน