ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำสั่งจำคุก 1 ปี “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี หลังพิจารณาคดีพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจชั้น 14 ขณะที่บรรยากาศหน้าศาลคึกคัก สื่อและมวลชนเสื้อแดงร่วมจับตาแน่นพื้นที่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีนัดอ่านคำสั่งในคดีหมายเลขดำที่ บค.1/2568 เรื่องการบังคับโทษจำคุกนายทักษิณ ชินวัตร จำเลยในคดีหมายเลขแดงที่ อม.4/2551, คดีหมายเลขแดงที่ อม.10/2552, คดีหมายเลขแดงที่ อม.5/2551
ล่าสุด ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (อม.) มีคำสั่งบังคับโทษนายทักษิณ ชินวัตร เป็นเวลา 1 ปี นับจาก 31 ส.ค. 2566 ซึ่งมีการพระราชทานอภัยลดโทษลงมา โดยไม่ถือว่าการรักษาตัวอยู่ที่ รพ.ตำรวจ เป็นระยะเวลาในการคุมขัง และเดินทางไปสู่กระบวนตามกฎหมายที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ
ภายหลังเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2568 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไม่รับคำร้อง นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ กับพวกยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา ที่ขอให้ศาลไต่สวนการบังคับโทษของนายทักษิณ ซึ่งศาลฎีกาไม่รับคำร้องเนื่องจากเห็นว่านายชาญชัยกับพวก ไม่ใช่คู่ความในคดีที่อัยการสูงสุด คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำผิดที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐและคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เป็นโจทก์ฟ้องนายทักษิณ
แต่ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อความปรากฏว่า อาจมีการบังคับตามทำพิพากษาที่ไม่เป็นไปตามหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดของศาลนี้ ศาลย่อมมีอำนาจไต่สวนและมีคำสั่งตามที่เห็นสมควรจึงเข้าทำการไต่สวนเรื่องการบังคับโทษนายทักษิณ และที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาได้มีการตั้งองค์คณะ
5 คน เพื่อไต่สวนการบังคับโทษจำคุกแก่นายทักษิณ โดยมีการไต่สวนพยานทั้งสิ้น 7 นัด จำนวน 31 ปาก
ข่าวสดรายงานว่า ที่ศาลฎีกา สนามหลวง ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดหมายเลขดำที่ บค.1/2568 เรื่องการบังคับโทษจำคุกนายทักษิณ ชินวัตร จำเลยในคดีหมายเลขแดงที่ อม.4 หมายเลขแดงที่ อม.10/2552, คดีหมายเลขแดงที่ อม.5/2551
คดีดังกล่าวเมื่อวันที่ 22 ส.ค. 2566 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อ่านสรุปคำพิพากษาใน 3 คดี ต่อหน้านายทักษิณ ชินวัตร รวมแล้ว จำคุก 3 คดี เป็นระยะเวลา 8 ปี หลังจากนั้นมีการออกหมายขัง และให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์มารับตัว เพื่อส่งไปควบคุมที่เรือนจำพิเศษ กรุงเทพมหานคร
โดยช่วงกลางดึกของวันเดียวกัน นายทักษิณเกิดอาการป่วยวิกฤตจนต้องนำตัวส่งที่ห้องพักชั้นที่ 14 โรงพยาบาลตำรวจ จากนั้นก็ไม่ได้กลับมาที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ อีกเลย หลังจากที่ได้รับพระราชทานอภัยลดโทษจำคุกเหลือ 1 ปี และต่อมาได้รับการพักโทษตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ตั้งแต่วันที่ 18 ก.พ. 2567
ต่อมาวันที่ 10 ม.ค. 2568 นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต สส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา เพื่อขอให้ศาลไต่สวนกรณีที่กรมราชาทัณฑ์อนุญาตให้ตัวนายทักษิณ ที่เดิมถูกตัดสินจำคุก 8 ปี และได้รับพระราชทานอภัยโทษเหลือ 1 ปี เข้ารับการรักษายังห้องพักชั้น 14 ที่โรงพยาบาลตำรวจ
โดยเห็นว่าการกระทำดังกล่าวอาจขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 89, 89/2(1) (2) และมาตรา 246 และไม่อาจอ้างกฎกระทรวง เรื่องการส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษาตัวนอกเรือนจำ พ.ศ. 2563 ลงวันที่ 25 ก.ย. 2563 ซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 55 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 เพราะขัดต่อบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
โดยศาลฎีกาได้นัดฟังคำสั่งคำร้องของนายชาญชัยในครั้งนี้ วันที่ 30 เม.ย. ก่อนที่ศาลจะมีคำสั่งยกคำร้องของนายชาญชัย เนื่องจากเจ้าตัวไม่ได้เป็นคู่ความและผู้เสียหายของคดีนี้ โดยศาลฎีกาจะเป็นผู้ไต่สวนเอง ก่อนนัดไต่สวนผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษคนปัจจุบันอย่างนายมานพ ชมชื่น ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษคนปัจจุบัน ในวันที่ 13 มิ.ย. เกี่ยวกับข้อเท็จจริงของขั้นตอนการส่งตัวผู้ป่วยไปรักษานอกเรือนจำ ก่อนออกหมายเรียกพยานมาไต่สวนหลังจากนั้นทั้งหมด 20 ปาก
หลังจากศาลฎีกาไต่สวนพยานทุกปากเสร็จสิ้น ศาลได้นัดวันฟังคำสั่งบังคับโทษนายทักษิณ คดีชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ โดยออกหมายเรียกนายมานพ ชมชื่น ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษคนปัจจุบัน รวมถึงตัวนายทักษิณ เข้ามาฟังคำสั่งด้วยเป็นวันนี้ (9 ก.ย.)
วันนี้ (9 ก.ย.) เวลา 09.30 น. นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เดินทางมาถึงด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พร้อมด้วย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร และสามี น.ส.พินทองทา คุณากรวงศ์ และสามี รวมถึงนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความของนายทักษิณ เดินทางมาถึงศาลฎีกา
นายวิญญัติกล่าวกับสื่อมวลชนว่า จะให้สัมภาษณ์ภายหลังศาลฎีกาอ่านคำสั่งเสร็จสิ้นแล้ว ก่อนจะเดินเข้าไปในอาคารศาลฎีกาทันที
ล่าสุด ศาลฎีกามีคำสั่งบังคับโทษนายทักษิณ ชินวัตร เป็นเวลา 1 ปี