เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

การเมืองใต้ขั้ว ‘นายกฯหนู’ เลือกตั้งใหม่เพื่อ ‘การเปลี่ยนแปลง’

27 ก.ย. 2568 | 08:10น.
รัฐบาลพรรคภูมิใจไทย

รัฐบาลพรรคภูมิใจไทยเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณแล้ว เมื่อ 24 ก.ย. จากนั้น 25 ก.ย. บรรดา รมต.เริ่มทยอยเข้ากระทรวง วันที่ 29 ก.ย.จะแถลงนโยบายต่อรัฐสภา เมื่อจบกระบวนการนี้จะเริ่มต้นทำงาน ถือว่าเป็นรัฐบาลที่มากับเงื่อนไขพิเศษ และไม่เคยมีมาก่อน

เพราะเป็นรัฐบาลที่เกิดจากการตกลงกับฝ่ายค้านที่มีเสียง 143 เสียง อย่างพรรคประชาชน ว่าจะเข้ามาทำงาน 4 เดือน เปิดประตูให้เกิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จากนั้นจะยุบสภาใน 4 เดือน ซึ่งน่าจะเริ่มนับหลังจากเข้ารับหน้าที่ปลายเดือน ก.ย.นี้

กำหนดไว้คร่าว ๆ ว่าสิ้นเดือน ม.ค. 2569 รัฐบาลจะอายุครบ 4 เดือน หรือ 120 วัน และที่นายกฯหนูลั่นวาจาไว้ว่าจะไม่มีวันที่ 212 สำหรับรัฐบาลภูมิใจไทย การยุบสภาคงจะเกิดขึ้นในระยะนั้น แล้วจัดเลือกตั้งภายใน 45-60 วัน ดังนั้น ประมาณปลาย มี.ค. หรือ เม.ย. น่าจะเป็นห้วงเวลาของการเลือกตั้ง ที่จะเกิดพร้อมกับการออกเสียงประชามติ ขอความเห็นประชาชนเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

มีเรื่องที่น่าจับตาสำหรับรัฐบาลใหม่ 2-3 ประเด็นด้วยกัน

เรื่องแรก การเข้ามาของพรรคภูมิใจไทยในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาลเสียงข้างน้อย และ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ทำให้การเมืองไทยเปลี่ยนขั้วอำนาจจากพรรคเพื่อไทย

พรรคเพื่อไทยได้ตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง 2566 หลังจากพรรคก้าวไกลที่ชนะเลือกตั้งจัดตั้งไม่สำเร็จ แล้วส่งไม้ต่อให้

พรรคเพื่อไทยพยายามผลักดันนโยบายต่าง ๆ อันเป็น “จุดเด่น” ของพรรคนี้ หลังเลือกตั้งไม่นาน นายทักษิณ ชินวัตร เดินทางกลับประเทศ หลังพักพิงในต่างประเทศถึง 17 ปี

การเมืองภายใต้รัฐบาลพรรคเพื่อไทย ที่มีนายทักษิณมีบทบาทสำคัญอยู่ด้วย ไม่เป็นที่สบอารมณ์ของฝ่ายอนุรักษนิยม

เกิดกระแสต่อต้านรัฐบาลพรรคเพื่อไทย และต่อต้านบทบาทของนายทักษิณ

พรรคเพื่อไทยเปลี่ยนนายกฯ ถึง 2 คน ในเวลาไม่ถึง 2 ปี จาก นายเศรษฐา ทวีสิน มาเป็น น.ส.แพทองธาร ชินวัตร

ด้วยการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ว่ากระทำผิดข้อกำหนดในรัฐธรรมนูญ เรื่องการฝ่าฝืนจริยธรรม จากการตั้งบุคคลที่เคยมีคดีละเมิดอำนาจศาลเป็น รมต.

และจากกรณีคลิปเสียงประธานวุฒิสภากัมพูชา

พรรคเพื่อไทยประกาศผลักดัน นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตคนที่สามของพรรคเข้ารับตำแหน่ง แต่จำนวนเสียงไม่เพียงพอ จากการถอนตัวไปของพรรคภูมิใจไทย พรรคกล้าธรรม และบางส่วนจากพรรครวมไทยสร้างชาติ และเพื่อไทยเอง

พรรคภูมิใจไทยจับมือกับพรรคประชาชน ที่เสนอเงื่อนไขยุบสภา-แก้รัฐธรรมนูญ ทำให้ประเทศไทยได้นายกฯคนใหม่จากอีกขั้วการเมืองหนึ่ง

การตอบรับจากสังคมถือว่าเป็นไปในทิศทางที่ดี แม้จะยังงง ๆ ว่าการเมืองประเทศไทยจะไปทางไหน แต่การที่มีคำมั่นว่าจะยุบสภารออยู่ ก็ถือว่าตรงกับความรู้สึกของประชาชน

เพราะสภาพการเมืองดูเหมือนเข้าทางตัน รัฐบาลเองก็ทำงานไม่ได้เต็มที่ ขณะที่สารพัดปัญหาถาโถมเข้ามาเรื่อย ๆ

นอกจากการเมืองเปลี่ยนขั้ว ดีกรีของอุณหภูมิลดลงมา จากอารมณ์ผิดหวังต่อการเมือง

การเข้ามาของภูมิใจไทยทำให้เกิดการปรับกำลังใหม่ของพรรคการเมือง

เพราะรับรู้กันว่า การเลือกตั้งรออยู่ในปี 2569 ซึ่งนับเวลาก็เหลือไม่กี่เดือน

ทุกพรรคจำเป็นต้องปรับตัวเองให้ตรงกับความต้องการของประชาชนเจ้าของสิทธิเลือกตั้ง

บางพรรคมีคะแนนนิยมสะสมไว้แล้ว บางพรรคต้องเร่งเครื่อง หาผู้นำพรรค ผู้บริหารชุดใหม่ เพื่อนำเสนอต่อประชาชนในการเลือกตั้ง

บางพรรคแตกป่นปี้ แทบจะต้องนับหนึ่งกันใหม่ แต่ก็เป็นโอกาสที่จะปรับเปลี่ยนตนเอง

ในเวลา 4 เดือนน่าจะได้เห็นภาพใหม่ ๆ ของพรรคการเมือง แม้ว่าหน้าตาของว่าที่ผู้สมัครอาจจะไม่ได้เปลี่ยนมากมายนัก

รวมถึง “นโยบาย” ที่ต้องรีบเขียนให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาของประเทศ

การจัดทัพปรับกำลังของพรรคการเมืองรับการเลือกตั้ง จะดำเนินควบคู่ไปกับการจับตาบทบาทของรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย ว่าจะทำตาม MOA ที่ตกลงกับพรรคประชาชนไว้ได้มากขนาดไหน

โดยเฉพาะการเริ่มเปิดประตูไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ทั้งหมดนี้จะมีผลต่อ “คะแนนนิยม” ของพรรคที่เกี่ยวข้อง คือพรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทย

สำหรับประชาชน ในสถานการณ์การเมืองเช่นนี้ต้องช่วยกันส่งเสียง สื่อสารความต้องการทางการเมืองให้ภาคการเมืองได้รับรู้

ถึงเวลาที่การเมืองไทยจะต้องเดินหน้า ควบคู่ไปกับเศรษฐกิจ แต่จะเดินอย่างไร ขึ้นกับประชาชน

ซึ่งแสดงออกได้หลายแนวทาง รวมถึงการออกเสียงเลือกตั้ง และออกเสียงประชามติ