ประชามติ พร้อมเลือกตั้ง ใช้งบฯ 9 พันล้าน กกต.-รัฐบาล ตั้งคณะทำงานร่วม
ประชามติ พร้อมเลือกตั้ง
กกต.-นายกฯ แถลงรวบลงประชามติแก้ รธน.-MOU-เลือก สส. คาดใช้งบฯเฉียดหมื่นล้าน ยันประหยัดกว่าแยกทำ ด้าน “อนุทิน ส่งบวรศักดิ์-ภราดร” ตั้งคณะทำงานร่วม กกต. กำหนดรายละเอียดทำประชามติ
ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย พร้อมด้วยนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางณัฐฏ์จารี อนันตศิลป์ เลขาคณะรัฐมนตรี และนายอนันต์ แก้วกำเนิด ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เข้าประชุมกับ กกต.

นำโดยนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. และคณะกรรมการ กกต. เพื่อหารือแนวทางจัดทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญและการยกเลิกบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา (MOU 2543) และ (MOU 2544) ในวันลงคะแนนเลือกตั้ง สส.เป็นการทั่วไป โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น มีสื่อมวลชนมาปักหลักรอทำข่าวจำนวนมาก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการหารือนานกว่า 1 ชั่วโมง นายอิทธิพรกล่าวว่า การประชุมในครั้งนี้เป็นการหารือในเบื้องต้นเพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติในวันเดียวกันกับวันเลือกตั้งทั่วไป หากจะมีขึ้นในวันใด กระบวนการทำงาน งบประมาณที่เกี่ยวข้องจะเป็นอย่างไร และปัจจัยในการจัดวันเดียวกันขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง โดยทั่วไปเป็นการคุยกันกว้าง ๆ มากกว่า ไม่ได้ลงรายละเอียดที่จะต้องตัดสินใจอะไรในขณะนี้
ส่วนเรื่องจำนวนบัตรจากการหารือจะต้องมีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ สำหรับแบ่งเขต และบัญชีรายชื่อ ส่วนบัตรที่จะใช้ในการทำประชามติ ณ ขณะนี้ได้วางแนวไว้ว่าหากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง หรือยกเลิก MOU 43 และ MOU 44 ก็จะมีบัตรประมาณ 4 ใบ ซึ่งปัจจัยพวกนี้จะต้องดูวิวัฒนาการที่จะมีขึ้นเวลาตั้งแต่ปัจจุบันนี้จนถึง ณ เวลาหนึ่ง ซึ่งมีการพูดคุยกันว่าจะต้องมีบัตรเพิ่มขึ้นแน่ ๆ
ทั้งนี้ คิดว่าน่าจะมีปัญหากับประชาชนในเรื่องของการจดจำบัตรที่เพิ่มขึ้นบ้าง ดังนั้น เราจะต้องมีวิธีการบริหารจัดการให้มั่นใจที่สุด ว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้มีสิทธิออกเสียง และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานจะไม่สับสน ซึ่งเราจะลงไปในรายละเอียดและจะทำให้ดีที่สุด
เมื่อถามว่า กกต.มีความพร้อมที่จะปฏิบัติ หรือมีความเห็นอย่างไรกับ พ.ร.บ.ประชามติฉบับใหม่หรือไม่ นายอิทธิพรกล่าวว่า ถึงเป็นฉบับเก่า กกต.ก็พร้อมจะปฏิบัติตาม และเมื่อมีฉบับใหม่ประกาศใช้เราก็พร้อมที่จะปฏิบัติตามนั้น ส่วนจะนับคะแนนอย่างไรนั้น ยังไม่ได้คุยในรายละเอียด รวมถึงยังไม่ได้คุยในวิธีบริหารจัดการ จะนับ สส.ก่อน หรือนับประชามติก่อน จะต้องรอพูดคุยกัน
เมื่อถามถึงงบประมาณที่จะใช้สำหรับการทำประชามติ และการเลือกตั้งควบคู่กันไปอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่ นายอิทธิพรกล่าวตัวเลขกลม ๆ ที่ประมาณการอยู่ขณะนี้ หากทำพร้อมกันตัวเลขจะอยู่ที่ประมาณ 9,000 กว่าล้านบาท ส่วนถ้าทำแยกกันจะใช้งบประมาณรวม 10,000 กว่าล้านบาท โดยคำนวณจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งในปี 2569 จำนวน 53 ล้านคน เพราะฉะนั้นการทำควบคู่กันประหยัดแน่นอน
เมื่อถามว่าการทำประชามติจะครอบคลุมการทำประชามตินอกราชอาณาจักรด้วยหรือไม่ นายอิทธิพรกล่าวว่า พ.ร.บ.ประชามติฉบับใหม่ที่มีผลบังคับใช้แล้วนี้ให้มีการทำประชามตินอกราชอาณาจักรได้เป็นครั้งแรก เพราะฉะนั้นครั้งนี้จะมีการทำประชามตินอกราชอาณาจักรด้วย
เมื่อถามว่ายืนยันที่จะทำประชามติ MOU ฉบับที่ 43 และ 44 หรือไม่ เนื่องจากมีเสียงนักวิชาการและนักการเมืองหลายคนแสดงความเป็นห่วงเรื่องนี้ นายอนุทินกล่าวว่าเรื่องนี้อยู่ในนโยบายที่ได้แถลงต่อรัฐสภาไปแล้ว
เมื่อถามว่าในการทำประชามติเหล่านี้จะมีความชัดเจนเมื่อไหร่ นายอนุทินกล่าวว่า จากนี้จะมีการหารือผ่านคณะทำงานที่ตั้งร่วมกัน ซึ่งมีนายบวรศักดิ์และนายภราดรที่จะต้องมาทำงานร่วมกันกับ กกต. ส่วนจะทราบความชัดเจนในกรอบการทำงานอย่างไรนั้น ขอย้ำว่าก็ต้องทำให้เร็วที่สุด เพราะว่าถึงอย่างไร 31 ม.ค. 2569 ก็ยุบสภา