เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

โจทย์ใหญ่ ‘จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์’ หัวหน้าเพื่อไทย คนที่ 9

31 ต.ค. 2568 | 17:51น.

หนิม-จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.เชียงใหม่ ที่ก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย คนที่ 9 ต่อจาก “แพทองธาร ชินวัตร” หัวหน้าพรรคคนเก่า สายตรงจิตวิญญาณเพื่อไทย “ทักษิณ ชินวัตร”

ในการประชุมใหญ่วิสามัญครั้งที่ 1/2568 ของพรรคเพื่อไทย (พท.) เพื่อเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ และเลือกกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.เพื่อไทย โดยในที่ประชุมได้โหวตให้ “จุลพันธ์” เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ โดยมีผู้มีสิทธิลงคะแนนทั้งหมด 369 คน ได้คะแนน 354 คะแนน และมีผู้ไม่ประสงค์ลงคะแนน 15 คน

นอกจาก “จุลพันธ์” เข้ามาเป็นหัวหน้าต่อจาก หัวหน้าอิ๊งค์-แพทองธาร ในตำแหน่งเดียวกันนี้ พ่อของ “จุลพันธ์” คือ “สมพงษ์ อมรวิวัฒน์” นักการเมืองรุ่นเก๋า ก็เคยนั่งเก้าอี้ตัวนี้มาก่อน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย คนที่ 7

แม้ว่า “สมพงษ์” จะประกาศลาออกจากพรรคเพื่อไทย เพราะน้อยใจถูกล้วงลูกการเมืองในจังหวัดเชียงใหม่ แต่ “จุลพันธ์” ก็ยังได้นั่งเก้าอี้หัวหน้าพรรค เพราะทางเดินของ “พ่อ” กับ “ลูก” คนละทางกัน

ชื่อของ “จุลพันธ์” ถูกชูขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย คนใหม่ คู่กับอีกหนึ่ง จ. คือ “จาตุรนต์ ฉายแสง” สส.บัญชีรายชื่อ อดีตรองนายกรัฐมนตรี แต่ทว่าชื่อของ “จุลพันธ์” มาแซงเอาโค้งสุดท้าย

ว่ากันว่า หนึ่งในปัจจัยที่ “จุลพันธ์” ได้นั่งเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย คนที่ 9 นอกจากฝ่ากระแสความร้อนแรงของพรรคสีส้ม “ก้าวไกล” ได้เป็น สส. 1 ใน 2 คน ของผู้สมัครพรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงใหม่ ที่ได้เข้าสภา จากทั้งหมด 10 เขตเลือกตั้ง

จุลพันธ์ ยังได้รับความไว้วางใจจากตระกูลชินวัตร ทั้งแพทองธาร-ครอบครัววงศ์สวัสดิ์ ได้เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง อย่างเหนียวแน่น ตั้งแต่ยุครัฐบาลเศรษฐา ถึงยุครัฐบาลแพทองธาร ร่วมขบวนอยู่ในคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย ที่มี “นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช” เป็นประธาน

เขายังเป็นแกนนำ สส.รุ่นใหม่ในพรรคเพื่อไทย อีกทั้งยังเป็นเขยบ้านใหญ่ เตชะธีราวัฒน์ แห่ง จ.เชียงราย โดยสมรสกับ น.ส.วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ สส.เชียงรายพรรคเพื่อไทย

โปรไฟล์การศึกษาปริญญาตรี เศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไปต่อปริญญาโทบริหารธุรกิจ (MBA) วิทยาลัยบอสตัน (Boston University) สหรัฐอเมริกา

นายจุลพันธ์กล่าวภายหลังรับตำแหน่งว่า “ผมอยู่กับพรรคเพื่อไทยมาตั้งแต่รุ่นพรรคไทยรักไทย ครึ่งชีวิตของผมมากกว่า 25 ปี ที่ได้ทำงานในฝ่ายการเมืองร่วมกับพรรคนี้ เรามีความทรงจำมากมายที่ผ่านมาด้วยกัน ทั้งความสำเร็จ ทั้งอุปสรรค ไม่ใช่ถนนที่โรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างแน่นอน เราผ่านการต่อสู้ทางการเมืองทุกรูปแบบ ทั้งบนถนน ทั้งในสภา แต่เรายังคงอยู่รอดมาได้ เราผ่านการปฏิวัติรัฐประหาร เราผ่านในเรื่องการตัดสิทธิผู้บริหารพรรค นายกรัฐมนตรีถูกถอดถอนหลายครั้ง เขาพยายามปิดปากพวกเรา แต่พวกเรายังคงอยู่ เรายังคงสู้ วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่ส่งไม้ต่อเพื่อให้พรรคการเมืองเดินหน้านโยบายเพื่อประโยชน์ของประชาชน”

ภายนอกสื่อสารมาว่าพรรคเพื่อไทยต้องมีการเปลี่ยน ตนเห็นด้วย เพราะโลกเปลี่ยนทุกวัน การเมืองไทยปรับเปลี่ยนตลอดเวลา พี่น้องประชาชนมีความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไป วันนี้การยกเครื่องพรรคเพื่อไทยจึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นทางที่จำเป็นที่ต้องเดิน

อย่างแรกเลยคือเรื่องของการสื่อสารกับประชาชนต้องรวดเร็ว และตรงถึงประชาชนอย่างทันท่วงที ในส่วนของผู้สมัคร เราจะคัดผู้สมัครเข้าสู่การเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง ให้เป็นผู้สมัครซึ่งมีคุณภาพตรงกับความต้องการของพี่น้องประชาชน ในส่วนของนโยบาย ต้องเป็นนโยบายที่ถูกใจ ตอบโจทย์กับพี่น้องประชาชนได้

“วันนี้เรากำลังเดินหน้าในภารกิจเหล่านั้นอยู่ นี่ไม่ใช่ภารกิจที่ง่ายเลย แต่ผมไม่ได้อยู่คนเดียว ผมมีพวกเราทุกคนเป็นกำลัง เชื่อมั่นว่าเรามีประชาชนนับ 10 ล้านคนที่จะคอยเป็นกำลังผลักดันให้กับพรรคเพื่อไทยในการเดินหน้า ในการนำพาพรรคเพื่อไทยไปสู่ชัยชนะในการเลือกตั้ง และเป็นรัฐบาลในครั้งถัดไปให้ได้ ตนขอกำลังจากพวกเราทุกคนร่วมมือร่วมใจ ที่สำคัญที่สุดเชื่อมั่นในพรรคเพื่อไทย เชื่อมั่นในแนวทางที่เรายึดมั่น และเราจะนำพาประเทศไทยไปสู่ความสำเร็จและอนาคตที่สดใสต่อไป”

แต่โจทย์ใหญ่-โจทย์สำคัญของ “จุลพันธ์” คือการพาพรรคเพื่อไทย เข้าสู่ลู่แข่งเลือกตั้ง 2569 ลบคำปรามาสที่คนการเมืองฟันธงว่า พรรคเพื่อไทยจะได้ สส.ไม่ถึงร้อย

นอกจากนี้ ยังต้องแก้สถานการณ์ภายในพรรค เรื่อง Generation Gap ทั้งการที่ สส. อดีต สส.พรรคเพื่อไทย ที่เคยร่วมรบกันมาไม่ได้รับการเหลียวแล แต่ไปประคบประหงมนักการเมืองรุ่น Young Blood ที่เล่นกับกระแสโซเชียลได้ดีกว่า ลามไปถึงตำแหน่งทางการเมืองที่คนในพรรครู้สึกว่ามีการ “ข้ามหัว” กันเกิดขึ้น ซึ่งเป็นปัญหาตั้งแต่เพื่อไทยคัมแบ็กได้เป็นรัฐบาล

แต่อย่างน้อยก็ได้ ความเก๋า-ความประนีประนอมของ “ประเสริฐ จันทรรวงทอง” หัวหอกภาคอีสาน กลับมาเป็นเลขาธิการพรรค ในสาย “เฮียเพ้ง” พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล มาช่วยประคับประคอง

อย่างน้อยภาระของ “จุลพันธ์” ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย อาจเบาขึ้น