นบข.อนุมัติมาตรการดันราคาข้าว แก้ปัญหาราคาตกต่ำ เดินหน้าปรับโครงสร้างพื้นที่ปลูก 1 ล้านไร่ เผยส่งออกข้าวปีนี้ได้ 8 – 9 ล้านตัน หลังรัฐบาลได้ออเดอร์ จีน 5 แสนตัน ส่งออกไปสิงคโปร์อีกแสนตัน
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมได้อนุมัติมาตรการสำคัญเพื่อแก้ปัญหาสถานการณ์ราคาข้าวตกต่ำทั้งระบบ โดยเฉพาะการจัดการอุปทานส่วนเกิน ซึ่งที่ประชุม บนข.ได้รับทราบรายงานว่าปริมาณข้าวทั่วโลกอุปทานส่วนเกินกว่า 125 ล้านตัน ขณะที่ไทยมีอุปทานข้าวสารส่วนเกินราว 3.8 ล้านตัน หรือเทียบเท่าข้าวเปลือก 5.8 ล้านตัน
ทั้งนี้มาตรการเร่งด่วนที่ประชุม นบข. จะเร่งทำก่อนคือชะลอผลผลิตออกสู่ตลาด ผ่านเงินช่วยเหลือเกษตรกรที่มียุ้งฉาง 1,500 บาทต่อตัน และกลุ่มที่กลไกชะลอผลผลิตข้าวออกสู่ตลาดผ่านยุ้งฉางของสถาบันเกษตรกรที่ 500 บาทต่อตัน และให้กับสถาบันเกษตร 1,000 บาทต่อตัน
สำหรับเกษตรกรที่ไม่มีที่เก็บ นบข. จัดตั้งตลาดนัดข้าวเปลือก 300 จุด ในกว่า 40 จังหวัด เพื่อช่วยรับซื้อและดันราคาให้สูงกว่าตลาด 100–300 บาท
ขณะเดียวกัน โครงการสินเชื่อชะลอขายที่อนุมัติก่อนหน้า ได้กำหนดวงเงินในการช่วยเหลือแบ่งเป็นงบประมาณจ่ายขาด 9,000 ล้านบาท และวงเงินสินเชื่อ 35,000 ล้านบาท เพื่อชะลอผลผลิตข้าวที่ออกใหม่เข้าสู่ระบบต่อไป
นอกจากนั้นที่ประชุม นบข. ยังเห็นชอบมาตรการตั้งเป้าดูดซับข้าวเปลือก 3 ล้านตัน คิดเป็นประมาณครึ่งหนึ่งของปริมาณส่วนเกิน ข้าวที่ดูดซับจะนำไปแปรรูปเป็นข้าวถุง เพื่อกระจายไปยังหน่วยงานรัฐต่าง ๆ เช่น กรมราชทัณฑ์ และหน่วยงานด้านความมั่นคง ทำหน้าที่เป็น “แก้มลิง” ช่วยระบายข้าวในตลาด
นายวิทยากร กล่างอีกว่า ใตส่วนของสถานการณ์ราคาข้าวถือว่ามีสัญญาณดีขึ้นจากคำสั่งซื้อต่างประเทศ โดยจีนเพิ่มยอดนำเข้า 500,000 ตัน และสิงคโปร์อีก 100,000 ตัน ดันราคาข้าวหอมมะลิปรับขึ้นเฉลี่ย 500 บาทต่อตัน แตะระดับกว่า 15,000 บาท ส่วนข้าวขาวเพิ่มขึ้นราว 100 บาท อยู่ที่ 6,500–6,550 บาท สมาคมผู้ส่งออกข้าวประเมินว่า ปีนี้อาจส่งออกได้ 8–9 ล้านตัน สูงกว่าเป้าหมายเดิม 7.5 ล้านตัน
ทั้งนี้ ที่ประชุม นบข. เห็นชอบแผนปรับโครงสร้างการผลิตข้าวในประเทศ โดยยืนยันว่าในปีการผลิตต่อไปจะไม่ให้เงินสนับสนุนเงินช่วยเหลือข้าวนาปรัง และจะมุ่งให้เกษตรกรปรับพื้นที่ปลูกไปสู่พืชอื่นที่ให้รายได้สูงกว่า ตั้งเป้าพื้นที่เปลี่ยนเป็นพืชทางเลือกจำนวน 1 ล้านไร่ ซึ่งได้รับการอนุมัติกรอบแล้ว
ส่วนรายละเอียดชนิดพืชและเงื่อนไขจะให้กรมการค้าภายในร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนด ทั้งพืชระยะสั้นที่มีตลาดรองรับชัดเจน และพืชยืนต้นสำหรับการสร้างรายได้ในระยะยาว
“แผนดังกล่าวยังมุ่งยกระดับข้าวไทยให้เข้าสู่ตลาดพรีเมียม โดยคัดเลือกกลุ่มเกษตรกร 200 กลุ่มเป็นโมเดลกำลังผลิต พร้อมเชื่อมโยงตลาด เช่น โรงแรม 5 ดาว ร้านอาหารชั้นนำ รวมถึงตลาดส่งออก ขณะเดียวกันจะสนับสนุนอุปกรณ์และเครื่องมือจำเป็น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องสี ทำแพคเกจ หรือเครื่องตรวจคุณภาพ เพื่อให้กลุ่มเกษตรกรสามารถยกระดับเป็นผู้ผลิตข้าวคุณภาพสูงได้จริงในเชิงพาณิชย์”