อนุทิน รับยังไม่ได้ดีล “ศุภจี” ชี้อยากได้แบบนี้ร่วมงาน ปัดตอบจับมือได้ทุกพรรค
อนุทิน รับยังไม่ได้ทาบ “ศุภจี” นั่งแคนดิเดตนายกฯ ภท. แจงอยากได้คนแบบนี้ร่วมงาน ลั่นถือคติตื๊อเท่านั้น สวน “อภิสิทธิ์” อย่ายุ่งพรรคใครพรรคมัน หลังวิจารณ์เปิดตัวก่อนเสียเปรียบ ปัดตอบจับมือได้ทุกพรรคหรือไม่
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยอมรับว่า ยังไม่ได้เทียบเชิญ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของพรรคภูมิใจไทย อย่างเป็นทางการ เพราะติดภารกิจอยู่ที่สหรัฐอเมริกา
ส่วนจะเป็นการมัดมือชกหรือไม่ นายอนุทินระบุว่า “มันเป็นเรื่องของพรรคผม”
ส่วนจะมีการเทียบเชิญอย่างเป็นทางการหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า อะไรที่คิดได้ว่าเป็นสิ่งที่ดี อย่างเช่นนางศุภจี เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ก็ไม่เห็นมีใครปฏิเสธว่าเป็นเรื่องไม่สมควร ซึ่งตนจะไปคุยในรายละเอียดต่อไป
“ผมเป็นคนเปิดเผย บางทีผมเจอผู้สื่อข่าวที่สนิทกัน ก็พูดให้ฟังว่าบางทีผมคิดอย่างนี้อยู่นะ ผมคิดเริ่มก่อนว่าเที่ยวนี้ภูมิใจไทยไม่ควรมีแคนดิเดตคนเดียว สมัยก่อนชอบพูดว่าภูมิใจไทยอนุทินคนเดียว แต่ตอนนี้ตัวเราในฐานะหัวหน้าพรรค ก็มานั่งดู ว่ารูปแบบการเมืองในปัจจุบัน การที่เราไม่มีตัวเลือกเลย มันอาจจะเกิดเหตุที่เราต้องสูญเสียโอกาสต่าง ๆ ไปได้ เราก็คิดไปเรื่อย ๆ แหละครับ” นายอนุทินกล่าว
ส่วนมุมมองของจุดเด่นทั้งนางศุภจี และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนั้น นายอนุทินระบุว่า ตนไม่ต้องบรรยาย เชื่อว่าประชาชนจะเห็นศักยภาพ บุคลากรที่พรรคภูมิใจไทยมีอยู่ รวมถึงคนที่เรานำมาทำงานทุกคน มีจุดเด่นมีความสำเร็จในหน้าที่การงาน เมื่อมารวมกันก็ทำให้บ้านเมืองสามารถดำเนินไปได้ด้วยความมั่นคง
สำหรับกรณีที่นักวิชาการออกมาวิเคราะห์ว่าการประกาศแคนดิเดต นายกรัฐมนตรี ถือเป็นความคาดหวังในการขยายฐานเสียงนั้น นายอนุทินกล่าวว่า ไม่อยากทำอะไรลับหลังประชาชน พรรคภูมิใจไทยไม่ใช่ของตน ทุกพรรคการเมืองเป็นของประชาชน อะไรที่เราบอกได้ ที่ได้รับรู้รับทราบความคิดของเราตั้งแต่เนิ่น ๆ ตนเห็นว่าไม่ได้เป็นการไม่ชอบไม่ควร
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าความคิดของนายกรัฐมนตรีตอนนี้ ทำให้นางศุภจีถูกวิพากษ์วิจารณ์ เพราะก่อนหน้านี้เคยบอกไว้ว่าจะอยู่ไม่เกิน 8 เดือน นายอนุทินกล่าวว่า อยู่ไม่เกิน 8 เดือนก็ถูกแล้วเพราะรัฐบาลนี้อยู่ไม่ถึง สำหรับงานพรรคการเมืองในฐานะที่ตนเป็นหัวหน้าพรรค สิ่งที่ควรจะแสวงหาให้ได้มากที่สุด คือคนที่มีความรู้ความสามารถซื่อสัตย์สุจริต เข้ามาทำงานให้กับบ้านเมือง
“ทุกคนที่เชิญมาคำแรกไม่เอาสักคน ต้องตื๊อ ต้องโน้มน้าว ต้องขอให้เขาเห็นแก่ชาติบ้านเมือง ไม่มีใครยอมรับตั้งแต่ First Call ของผมสักคน ดังนั้นพยายามอย่าเอาคำพูดอะไร มากรอบเขา เราอย่าไปบีบเขา ให้เขากลัวจนไม่กล้ากลับเข้ามาอีก” นายอนุทินกล่าว
ส่วนจะตื๊อต่อหรือไม่ นายอนุทินระบุว่า เรื่องตื๊อให้ไปถามแฟนตน
ส่วนจะตื๊อ สส. เพื่อไทยมาอยู่ฝั่งรัฐบาลด้วยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ย้อนถามสื่อว่าเกิดทันไหม สมัยตนเขาบอกว่าตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก
ผู้สื่อข่าวถามว่าการเปิดตัว แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จะทำให้มี สส. ไหลเข้าพรรคภูมิใจไทยอีกเท่าไหร่ นายอนุทินกล่าวว่า ยังไม่ได้คิดขนาดนั้น คิดแค่ภาพรวม ว่าอยากได้คนที่เป็น นักยุทธศาสตร์ ซึ่งนางศุภจีเป็นเช่นนั้น แล้วค่อยนำสิ่งเหล่านี้มาปรับเป็นนโยบายของพรรคสำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อไป
ส่วนหลังการเลือกตั้งครั้งหน้าจะสามารถจับมือกับทุกพรรคการเมืองได้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยของเรามีจุดยืนที่แน่วแน่อยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่ามีแผนสำรองหรือไม่หากนางศุภจีไม่ตอบรับ นายอนุทินกล่าวแบบติดตลกว่า คุณศุภมาสก็ยังอยู่ (ซึ่งหมายถึงนางศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่ยืนอยู่ข้าง ๆ) ซึ่งถือเป็นคนที่ประสบความสำเร็จเป็นทั้ง สส. รัฐมนตรี
นายอนุทินยังกล่าวต่อว่า นำพาพรรคภูมิใจไทยมาถึงจุดนี้ แต่ก่อนตอนก่อตั้งใหม่ ๆ ก็บอกว่า 3 ปีก็จอดแล้ว นี่มันจะ 20 ปี จะถึงขั้นยุคเปลี่ยนผ่านเสียด้วยซ้ำ No one is dispensable (หรือแปลว่าไม่มีใครสามารถถูกกำจัดไปได้) เราอยากได้คนนี้ ถึงจุดหนึ่งแล้วไม่ได้ ก็หาคนใหม่
ส่วนมีชื่อแคนดิเดตคนอื่นอีกหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่บอกแล้ว เพราะหากบอกไปจะต้องมานั่งตอบคำถามสื่ออีก
ส่วนกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาระบุว่าการเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเร็วไปอาจเสียเปรียบ นายอนุทินกล่าวว่า “พรรคใครพรรคมัน พรรคท่านผมไม่เคยยุ่ง พรรคผมก็อย่ามายุ่ง”