ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งโดยไม่แจ้งเหตุ ถูกจำกัดสิทธิอะไรบ้าง ?
กกต.ย้ำประชาชนต้องไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. เลือกตั้งท้องถิ่น และออกเสียงประชามติ หากไม่ไปใช้สิทธิโดยไม่แจ้งเหตุอันสมควรจะถูกจำกัดสิทธิทางการเมืองนาน 2 ปี ครอบคลุมการสมัครรับเลือกตั้ง การดำรงตำแหน่งทางการเมือง และสิทธิในการคัดค้านหรือถอดถอนตามกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2568 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคมที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้กำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป
กกต.ย้ำเตือนประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ไปใช้สิทธิตามกฎหมาย เนื่องจากหากไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้ง สส. การเลือกตั้งท้องถิ่น (อบต. เทศบาล หรือ อบจ.) หรือการออกเสียงประชามติ โดยไม่แจ้งเหตุอันสมควร หรือแจ้งแล้วแต่เหตุไม่เป็นที่รับฟัง จะถูกจำกัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 2 ปี นับตั้งแต่วันเลือกตั้ง หรือวันออกเสียงประชามติ
สำหรับสิทธิที่ถูกจำกัดเหมือนกันทุกกรณี มีทั้งหมด 4 ประการ ได้แก่ การสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส. สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น หรือ สว. การสมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้าน การดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองและข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง รวมถึงการดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการ และที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมาย
นอกจากนี้ ยังมีการจำกัดสิทธิเพิ่มเติมแตกต่างกันไปตามกรณี โดยผู้ที่ไม่ไปเลือกตั้ง สส.จะไม่สามารถยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้ง สส.ได้ ขณะที่ผู้ไม่ไปเลือกตั้งท้องถิ่นจะถูกตัดสิทธิในการเข้าชื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น และไม่สามารถดำรงตำแหน่งเลขานุการ หรือผู้ช่วยเลขานุการประธานสภาท้องถิ่นได้ ส่วนผู้ที่ไม่ไปออกเสียงประชามติจะไม่สามารถเข้าชื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรีจัดให้มีการออกเสียงประชามติได้
ทั้งนี้ การจำกัดสิทธิจะมีกำหนดครั้งละ 2 ปี และหากผู้มีสิทธิไม่ไปใช้สิทธิในการเลือกตั้งหรือประชามติครั้งถัดไปอีก จะเริ่มนับระยะเวลาการจำกัดสิทธิใหม่ทันที โดยให้การจำกัดสิทธิครั้งก่อนสิ้นสุดลง ไม่ว่าการเลือกตั้งนั้นจะเป็นระดับชาติ ระดับท้องถิ่น หรือการเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างก็ตาม