Skip to content

ภท.ชูยุทธศาสตร์ซื้อใจชาวพังงา ได้แน่สนามบินอันดามัน-สะพานเชื่อมเกาะคอเขา

28 ม.ค. 2569 | 16:24น.
ภท.ชูยุทธศาสตร์ซื้อใจชาวพังงา ได้แน่สนามบินอันดามัน-สะพานเชื่อมเกาะคอเขา

พิพัฒน์ ชูยุทธศาสตร์ซื้อใจชาวพังงา ได้แน่สนามบินอันดามัน ไม่ใช้เงินหลวง – โปรเจ็กต์สะพานเชื่อมฝั่งไปเกาะคอเขา เริ่มปี 70 หลัง ‘อนุทิน’ คัมแบ็กนายกฯ

ที่ จ.พังงา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำดูแลพื้นที่ภาคใต้พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการปราศรัยช่วยผู้สมัคร สส.พังงา พรรคภูมิใจไทย ทั้ง 2 เขต หาเสียง ประกอบด้วย นายอรรถพล ไตรศรี เขต 1 และนายฉกาจ พัฒนกิจวิบูลย์ เขต 2 ว่า มาช่วยหาเสียงและทำความเข้าใจกับชาวพังงา ว่าสนามบินอันดามันได้รับการยืนยันที่ชัดเจนจากบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. จะเกิดขึ้นที่ อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา อย่างแน่นอน โดยชัดเจนว่าจะใช้พื้นที่ทุ่งเลี้ยงสัตว์ ซึ่งขณะนี้กำลังทำการสำรวจ และเจรจากับชาวบ้านที่บุกรุกพื้นที่ให้ย้ายออก เพราะจะใช้พื้นที่ประมาณ 3,000 ไร่

ทั้งนี้ สนามบินอันดามัน จะเป็นสนามบินที่สอง ต่อจากสนามบินภูเก็ต ที่ปัจจุบันมีความแออัด หากเกิดอุบัติเหตุมีอะไรขวางบนรันเวย์จะเกิดความเสียหายต่อไฟลต์บิน ที่จะเกิดความล่าช้า 5 – 6 ชั่วโมง ถ้าไม่มีอีกสนามบินมาช่วยจะเป็นอุปสรรคต่อการท่องเที่ยว จึงเป็นสิ่งที่กระทรวงคมนาคมหารือกับผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. เรียบร้อยแล้วว่าจะเดินหน้าโครงการนี้แน่นอน

“โครงการสนามบินอันดามัน มีการทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) แล้ว เหลืออย่างเดียวคือการของบประมาณ ซึ่งคิดว่าจะใช้งบกองทุนรวมเพื่อโครงสร้างพื้นฐานอนาคตประเทศไทย หรือ TFFIG (Thailand Future Fund) มาลงทุน และแบ่งผลกำไรให้กับคนที่มาลงทุนซึ่งเป็นการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ถือเป็นมิติใหม่ และเป็นวิธีคิดใหม่ ในยุคของผมจะพยายามเอาสิ่งเหล่านี้มาใช้ ซึ่งจะไม่มีข้อจำกัดว่าสำนักงบประมาณจะไม่มีงบให้กับเรา และจะไม่กระทบต่อหนี้สาธารณะ”

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ขณะที่อีกโครงการที่ชาวพังงาเรียกร้อง คือสมัยตนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้สำรวจการสร้างสะพานจากบนบกไปลงเกาะคอเขา ซึ่งทางหลวงชนบทสำรวจเป็นที่เรียบร้อย โดยก่อนจะยุบสภามีการตั้งงบการก่อสร้างในปี 2570 แต่เมื่อยุบสภาไปแล้วคิดว่าจะมีการทบทวนงบประมาณของกระทรวงคมนาคมใหม่อีกครั้ง

ดังนั้น ทั้งโครงการก่อสร้างสะพานเกาะคอเขา และสนามบินอันดามัน จะเป็นสองสิ่งแรกที่กระทรวงคมนาคมจะดำเนินการ เพื่อตอบสนองต่อการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการท่องเที่ยวในเกาะคอเขา ที่ตนเคยสำรวจ และหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดในขณะนั้น ว่าเราจะประกาศเป็นพื้นที่พิเศษเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวแบบโลว์คาร์บอน (Low Carbon) ดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อม จึงต้องมีการเตรียมความพร้อมตั้งแต่ต้น ยานพาหนะบนเกาะทุกประเภทจะต้องเปลี่ยนเป็นอีวีหรือไฟฟ้าทั้งหมด

ซึ่งสมัยที่ตนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ได้ออกแบบเรื่องสามเหลี่ยมเศรษฐกิจการท่องเที่ยว โดยเฉพาะเกาะภูเก็ตที่จะเป็นการท่องเที่ยวอัจฉริยะ มีความพร้อมความทันสมัยทุกอย่าง ส่วนจังหวัดพังงาจะเป็นการท่องเที่ยวแบบโลว์คาร์บอน ซึ่งมีนักท่องเที่ยวกลุ่มตะวันตกโดยเฉพาะสแกนดิเนเวียเป็นกลุ่มเป้าหมาย

“จะต้องมีการทบทวนเรื่องการท่องเที่ยว ว่าจะต้องท่องเที่ยวได้แบบไม่มีซีซั่นหรือไม่มีฤดูกาล เพื่อให้ผู้ประกอบการได้รับนักท่องเที่ยวสม่ำเสมอทั้งปี นี่คือเสน่ห์ของประเทศไทยที่ต้องเชิญชวนนักท่องเที่ยวในแต่ละฤดูของประเทศไทย ทั้งหมดจะเป็นสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยเตรียมปราศรัยกับชาวพังงา และภูเก็ต ในวันนี้ ถ้าจะผลักดันในสิ่งที่ผมพูดได้อย่างรวดเร็ว นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ต้องกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง” นายพิพัฒน์ กล่าว

นายพิพัฒน์ กล่าวด้วยว่า สำหรับเมื่อวานนี้ (27 ม.ค.) ตนและทีมงานได้ปราศรัยที่ จ.ระนอง ซึ่งทำความเข้าใจกับชาวระนอง ว่าพรรคภูมิใจไทยจะทำอะไรให้กับชาวระนองบ้าง ประเด็นหลักคือจะทำอย่างไรให้เศรษฐกิจใน จ.ระนอง ดีขึ้น โดยเฉพาะโครงการแลนด์บริดจ์ ว่าจะทำอย่างไรไม่ให้กระทบการท่องเที่ยว เพราะเชื่อว่าทุกคนมีความกังวล ว่าหากโครงการดังกล่าวเกิดขึ้นจะกระทบการท่องเที่ยวเกาะพยาม ที่มีห้องพักประมาณ 1,200 ห้อง ซึ่งช่วงไฮซีซั่นเต็ม 100% เนื่องจากปัจจุบันได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอย่างมาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเย็นวันนี้ (28 ม.ค.) พรรคภูมิใจไทย จะจัดเวทีปราศรัยใหญ่ที่จังหวัดภูเก็ต โดยมีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย ขึ้นเวทีปราศรัยด้วย