เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ศุภจี ย้ำนโยบาย ภท.ทำได้จริงให้เบ็ดตกปลาไว้สร้างอาชีพ ยันไม่ใช่นางแบก-ทำงานเป็นทีม

28 ม.ค. 2569 | 21:13น.

ศุภจี รับลงพื้นที่ 2 จังหวัดอุบลฯ-ภูเก็ต “โคตรดูดีมาก” ย้ำนโยบาย ภท. ทำได้จริง เปรียบให้เบ็ดตกปลาไว้สร้างอาชีพให้ ปชช.ยั่งยืน ปัดตอบนโยบายเศรษฐี ยัน ไม่ใช่นางแบกแต่ทำงานเป็นทีม

ที่ จ.ภูเก็ต นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการลงพื้นที่ทั้งจังหวัดอุบลราชธานีเมื่อวานนี้ (27 ม.ค.) และจังหวัดภูเก็ตในวันนี้ (28 ม.ค.) กระแสตอบรับเป็นอย่างไร ว่า โคตรดูดีมาก ทุกคนมีความสนใจ และกระตือรือร้น อีกทั้งยังมีความต้องการที่จะทราบว่าเราจะแก้ปัญหาให้ประชาชนอย่างไร ซึ่งสำหรับตนก็ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจึงรู้สึกชื่นใจ

เมื่อถามว่า ถ้าไม่เลือกพรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาล ก็จะไม่ได้นางศุภจีมาช่วยงาน อยากบอกอะไรกับประชาชนในเรื่องนี้หรือไม่ นางศุภจี กล่าวว่า จริงๆแล้วศุภจีก็เป็นแค่คนเดียว แต่พรรคภูมิใจไทยเราประกอบไปด้วยบุคลากรที่มีความสามารถมากมาย ฉะนั้นถ้าเลือกพรรคภูมิใจไทยก็จะได้ทีมนี้ ซึ่งประกอบด้วย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ,

และดิฉัน เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รวมถึงได้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี มาทำงานด้วย แต่ถึงแม้จะไม่ได้เลือกพรรคภูมิใจไทยศุภจีก็จะกลับไปเป็นประชาชน ที่มีความตั้งใจเต็มที่ที่จะให้ข้อมูล และให้ความสนับสนุนภาครัฐ พร้อมมอบนโยบายดีๆให้ไปทำต่อ

เมื่อถามว่า มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่านางศุภจีแบกพรรคภูมิใจไทย นางศุภจี ถึงกับส่ายหน้า ก่อนบอกว่า
“ไม่รู้สึกแบบนั้นเลยค่ะ” เพราะแต่ละคนต่างมีหน้าที่ และตนก็ตัวเล็กนิดเดียว ทั้งนี้ ที่ตนทำก็คือในเรื่องของการค้าการขาย ซึ่งถ้าเราดูนโยบายของแต่ละพรรคการเมืองในช่วงเลือกตั้ง ส่วนใหญ่จะบอกว่าจะให้อะไร และส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของรายจ่าย แต่สำหรับตนมาในเรื่องของการหารายได้ว่าจะเข้ามาอย่างไร เพื่อให้เราสามารถจ่ายได้ในสิ่งที่ควรจะเป็น

เมื่อถามว่า มองนโยบายประชานิยมของพรรคการเมืองอื่นอย่างไร เช่น โครงการเศรษฐี เงินล้าน นางศุภจี ระบุว่า เรื่องนี้ขอให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจ เพราะตนมุ่งเน้นไปที่นโยบายของพรรคภูมิใจไทย แต่หากพรรคอื่นมีนโยบายแบบนี้ เขาก็มีหน้าที่ที่จะต้องอธิบายว่านโยบายนั้น จะเอาเงินมาอย่างไร เกิดประโยชน์กับประเทศในภาพรวมอย่างไร และจะสร้างความยั่งยืนอย่างไร ฉะนั้นถ้าพรรคเหล่านั้นสามารถตอบได้ และประชาชนชอบใจ ก็ถือเป็นสิทธิ์ของประชาชน พร้อมย้ำว่าส่วนตัวถ้าถามถึงนโยบายพรรคภูมิใจไทยตนเองตอบได้

เมื่อถามต่อว่า นโยบายของพรรคภูมิใจไทยใช้งบประมาณเยอะหรือไม่ นางศุภจี กล่าวว่า เราอยู่ในมุมในสิ่งที่เราพูดไป เพราะพวกเราพูดแล้วทำ ส่วนคนที่ดูแลเรื่องวินัยการเงินการคลังอย่างเข้มงวดก็คือนายเอกนิติ เพราะอย่างที่บอกตนไม่ได้แบก ไม่ใช่ตนที่แบก แต่ทุกคนช่วยกันทำ ซึ่งนายเอกนิติบอกว่าสิ่งที่เราพูดออกไป นโยบายของเราทำได้จริง ขณะเดียวกันตนก็เคยพูดในหลายเวทีแล้ว ว่าประเทศไทยเราไม่ได้มีเงินเยอะ มีรายได้ 3 ล้านล้านบาท แต่มีรายจ่าย 4 ล้านล้านบาท

ขณะที่หนี้สาธารณะเกือบติดเพดานร้อยละ 70 ซึ่งตอนนี้อยู่ที่ร้อยละ 66 ดังนั้นเราทำอะไรไม่ได้มาก ด้วยเหตุนี้การใช้งบประมาณอะไรจึงต้องแม่นยำ ตรงจุด และได้ประโยชน์สูงสุดในระยะยาว นโยบายของพรรคภูมิใจไทยจึงไม่ได้ให้แค่ปลา แต่เราตั้งใจจะให้เบ็ดตกปลา ให้พวกเขาสามารถสร้างรายได้ของเขาได้ด้วย ซึ่งถือเป็นการให้ประโยชน์กับประชาชนอย่างยั่งยืน