อนุทิน
‘อนุทิน’ มั่นใจภูมิใจไทยซิวที่ 1 เลือกตั้ง ย้ำคำสอนพ่อไม่เป็นที่ 2 ตั้งเป้า สส.เขตกว่า 200 ปาร์ตี้ลิสต์ 10-15 กั๊กจับมือใคร ขอดูตัวเลขก่อน
เมื่อเวลา 08.25 น. วันที่ 2 กุมภาพันธ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ออกรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอ ดำเนินรายการโดย นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา โดยผู้ดำเนินรายการถามว่า ตั้งเป้าการเลือกตั้งรอบนี้จะได้ สส.เท่าไหร่ นายอนุทินกล่าวว่า “คาดว่ามาเยอะ”
เมื่อถามย้ำว่า มาเป็นที่หนึ่งใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เป็นเป้าหมาย พ่อตนสอนตั้งแต่เด็กว่าไปแข่งขันอะไรพยายามให้เป็นที่ 1 อย่าเป็นที่ 2 เพราะเป็นที่ 2 คนจะลืม แต่สมมุติว่าตนเป็นที่หนึ่งในการเลือกตั้งไม่ได้ ถ้าเกิดมีการดำเนินการใด ๆ ในระบอบรัฐสภาในระบอบประชาธิปไตย ก็ต้องเป็นที่หนึ่งในขั้วนั้น ๆ ให้ได้
เมื่อถามย้ำว่า เชื่อมั่นใช่หรือไม่จะเป็นที่หนึ่ง นายอนุทินกล่าวว่า ก็ต้องเชื่อมั่น เมื่อถามว่าขั้วนายอนุทินมีใครบ้าง นายอนุทินกล่าวว่า มีทุกขั้ว เมื่อถามว่ารวมถึงพรรคประชาชนด้วยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า แม้กระทั่งพรรคประชาชนตนไม่ถือว่าเป็นฝ่ายตรงข้าม หัวหน้าพรรคประชาชนบอกไม่ยกมือให้นายอนุทินเป็นนายกฯ แต่ท่านยังไม่เคยพูดว่าไม่เอาพรรคภูมิใจไทย
ผู้ดำเนินรายการถามว่า หากพรรคประชาชนได้ที่หนึ่งในการเลือกตั้งครั้งนี้จะจับมือด้วยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ขอกลับไปคิดออปชั่นนี้ก่อน และตนก็มีความมั่นใจในระดับหนึ่ง เมื่อถามย้ำว่ามั่นใจว่าภูมิใจไทยจะเป็นอันดับหนึ่งใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ครับ
ผู้ดำเนินรายการถามย้ำกระแสข่าวประเมินว่าภูมิใจไทยได้ ส.ส. 180 เก้าอี้จริงหรือไม่ นายอนุทินหัวเราะและตอบว่า “ผมประเมินสูง” เมื่อถามย้ำว่ามากกว่า 180 เก้าอี้อีกหรือ นายอนุทินกล่าวว่า หากพูดจะมีคนโจมตีหาว่าเราเว่อร์ไป สังคมไทยเป็นสังคมที่หมั่นไส้ง่าย เมื่อถามอีกว่าจะได้กว่า 200 ที่นั่งเลยหรือ นายอนุทินกล่าวว่า นั่นเป็นเป้าหมาย เป็นสิ่งที่เราเชื่อ ซึ่งเราส่ง 300 กว่าเขตและผู้สมัครเคยเป็น ส.ส. เคยชนะเลือกตั้งมาแล้ว 160 เขต และมีอีกประมาณ 70 เขตเป็นผู้ที่เกือบจะได้ ขาดคะแนน 400-1,000 คะแนน
ผู้ดำเนินรายการถามว่า รอบนี้คิดว่าภูมิใจไทยจะได้ สส.บัญชีรายชื่อกี่คน นายอนุทินกล่าวว่า คาดหวังในระดับ 10-15 ที่นั่ง ตนตีต่ำ และเที่ยวนี้เราปรับกระบวนทัพและอาศัยว่าเราได้เข้ามาเป็นรัฐบาลมีผลงานในระยะเวลาสั้น เมื่อถามว่ารอบนี้คิดว่าพรรคประชาชนจะไม่แรงกว่าการเลือกตั้งปี’66 ใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยก็มีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเท่ากันและอยู่ในช่วงวัยที่เจนเดียวกัน ซึ่งคิดว่าจะสร้างความมั่นใจให้คนทุกช่วงวัยได้
นายอนุทินกล่าวช่วงหนึ่งอีกว่า ทั้งนี้ ตนไม่ได้เป็นพรรคที่เที่ยวไปดูนโยบายพรรคอื่น หรือผู้สมัครพรรคอื่นแล้วไปขุดประวัติว่าเขามีประวัติไม่ดีและออกมาด้อยค่าพูดวิพากษ์วิจารณ์เสียดสี พรรคตนไม่มีแบบนี้
ผู้ดำเนินรายการถามว่ามีอะไรจะสื่อสารถึงพรรคประชาชนโดยตรงหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่มีอะไร ไม่มีความเคียดแค้นส่วนตัว และตนไม่เคยปิดทางใคร ตนไม่เอาอย่างเดียวคือคนผิดกฎหมาย คนมีเบื้องหน้าเบื้องหลังไม่ดี คนไม่ประกอบอาชีพสุจริต แต่ต้องมีกฎหมายมายืนยัน
ผู้ดำเนินรายการถามว่า ในวันเลือกตั้ง 8 ก.พ.จะอยู่ที่ไหน นายอนุทินกล่าวว่า ตนไปเลือกตั้งที่ จ.บุรีรัมย์ และจะตระเวนดูสถานการณ์ในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ จ.สุรินทร์ เพราะเป็นพื้นที่คาดหวังไว้สูง แล้วอาจจะเลยไป จ.ศรีสะเกษ และกลับกรุงเทพฯตอนค่ำ ซึ่งทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งตนจะตระเวนลงพื้นที่แบบนี้
เมื่อถามว่า วันนั้นจะตั้งรัฐบาลเลยหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า เวลา 20.00 น. น่าจะทราบผลแล้วว่าเป็นอย่างไร
เมื่อถามว่า พรรคกล้าธรรมกับพรรคประชาธิปัตย์สนใจพรรคไหนกว่ากัน นายอนุทินกล่าวว่า ต้องรอผล เมื่อถามย้ำว่าสองพรรคนี้ร่วมรัฐบาลกันไม่ได้จะเลือกพรรคไหน นายอนุทินกล่าวว่า ถ้าตนเป็นหัวหน้ารัฐบาลตนเป็นคนกำหนด แต่ยังไม่ขอบอกว่าใครทั้งสิ้น เพราะยังไม่รู้ตัวเลข ขอดูตัวเลขก่อน ไม่ต้องห่วงเรื่องพวกนี้ในทางปฏิบัติถึงเวลาจริง ๆ จะมีทางออก แต่ตนบอกแล้วไม่มีเอาเทา ไม่มีเอาดำ ไม่มีเอาพวกผิดกฎหมาย คนที่สังคมส่วนใหญ่ไม่เอา ตนก็ไม่เอา เมื่อถามว่าแต่ต้องมีกฎหมายที่ตัดสินแล้ว นายอนุทินกล่าวว่า ต้องตัดสินแล้ว แต่ต้องมีอีกหลายองค์ประกอบ ไม่ใช่ปัญหาของตนเลย คนที่สังคมส่วนใหญ่ไม่เอาก็คือไม่เอา ตนไม่เคยฝืนประชาชนอยู่แล้ว