เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดวงรายสัปดาห์ 5-11 กรกฎาคม 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 5-11 กรกฎาคม 2569
กรุงเทพเดือด เซ็นทรัล-เดอะมอลล์-แพลทินัม เปิดห้างใหม่  สัปดาห์เดียวกัน
Business กรุงเทพเดือด เซ็นทรัล-เดอะมอลล์-แพลทินัม เปิดห้างใหม่ สัปดาห์เดียวกัน
ซีพี ออลล์ แจงปมกดบัตรคอนเสิร์ต ยันคุ้มครองสิทธิและศักดิ์ศรีพนักงาน
Biz Movement ซีพี ออลล์ แจงปมกดบัตรคอนเสิร์ต ยันคุ้มครองสิทธิและศักดิ์ศรีพนักงาน
อาลัย“อรุณ ชัยเสรี”ปรมาจารย์ด้านวิศวกรรมโครงสร้าง ผู้ออกแบบตึกช้าง
Real Estate อาลัย“อรุณ ชัยเสรี”ปรมาจารย์ด้านวิศวกรรมโครงสร้าง ผู้ออกแบบตึกช้าง
กทม.ช่วยสังคมเปิดคอร์สฝึกอาชีพ 105 บาทเสริมศักยภาพ-สร้างรายได้
SD กทม.ช่วยสังคมเปิดคอร์สฝึกอาชีพ 105 บาทเสริมศักยภาพ-สร้างรายได้
ไทยเบฟ พัฒนาชุมชนยั่งยืนผนึกจุฬาฯ เชื่อมห้องเรียนสู่ท้องถิ่น
SD ไทยเบฟ พัฒนาชุมชนยั่งยืนผนึกจุฬาฯ เชื่อมห้องเรียนสู่ท้องถิ่น
พระราชินี พระราชทานรางวัลชนะเลิศกอล์ฟควีนส์คัพไทยแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ 2569
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี พระราชทานรางวัลชนะเลิศกอล์ฟควีนส์คัพไทยแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ 2569
ตราดชงแผนรับมือฤดูกาลผลไม้ตะวันออก แก้ราคาตกต่ำ-แรงงานขาดแคลน
เศรษฐกิจภูมิภาค ตราดชงแผนรับมือฤดูกาลผลไม้ตะวันออก แก้ราคาตกต่ำ-แรงงานขาดแคลน
“ดร.เอกก์” ชี้ทางรอด SMEs เชียงใหม่ “เจาะลึก-แม่นยำ” ดึงไปรษณีย์ไทยช่วยกระจายสินค้า
เศรษฐกิจภูมิภาค “ดร.เอกก์” ชี้ทางรอด SMEs เชียงใหม่ “เจาะลึก-แม่นยำ” ดึงไปรษณีย์ไทยช่วยกระจายสินค้า
ทชม. ซ้อมใหญ่แผน CEMEX-26 จำลองเหตุ “กราดยิง-วินาศกรรม” รับมือภัยคุกคาม
เศรษฐกิจภูมิภาค ทชม. ซ้อมใหญ่แผน CEMEX-26 จำลองเหตุ “กราดยิง-วินาศกรรม” รับมือภัยคุกคาม
ดูทั้งหมด

นายกฯ ฟื้นกลไก กรอ. คุย ‘บิ๊กเอกชน’ เพิ่มขีดการแข่งขัน-แก้โจทย์เศรษฐกิจ

13 พ.ค. 2569 | 11:18น.
อนุทิน ชาญวีรกูล

อนุทิน ชาญวีรกูล

รัฐบาลนัดถกนักธุรกิจเอกชนฟื้นกลไก กรอ.เพิ่มขีดแข่งขันประเทศ แก้โจทย์เศรษฐกิจรอบด้าน เงินทุน โครงสร้างพื้นฐาน กฎหมาย พร้อมหารือจัดระบบแรงงานกัมพูชากว่า 2 แสนคน

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การหารือระหว่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมรัฐมนตรีด้านกฎหมายและเศรษฐกิจ กับผู้บริหารสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เมื่อวันที่ 12 พ.ค. 2569 ที่ผ่านมา เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างรัฐบาลและภาคเอกชน เพื่อดึงความสามารถในการแข่งขันของประเทศกลับมาตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี

น.ส.รัชดากล่าวว่า นายกรัฐมนตรีรับฟังข้อเสนอจากภาคอุตสาหกรรมอย่างรอบด้าน ทั้งปัญหาต้นทุนการผลิต การเข้าถึงแหล่งเงินทุนของเอสเอ็มอี โครงสร้างพื้นฐาน ระบบโลจิสติกส์ พลังงานสะอาด การปรับกฎหมายให้เอื้อต่อธุรกิจ และปัญหาแรงงาน โดยย้ำว่ารัฐบาลต้องเปลี่ยนบทบาทจากผู้ควบคุม เป็นผู้สนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้ภาคเอกชนเดินหน้าได้เต็มศักยภาพ

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีเห็นด้วยกับการฟื้นกลไกคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) โดยเชิญ 3 สถาบันเศรษฐกิจหลัก ได้แก่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย เข้าร่วมเป็นเวทีประจำในการสะท้อนปัญหา เสนอทางออก และผลักดันนโยบายเศรษฐกิจให้เกิดผลจริง เหมือนในอดีตที่ความร่วมมือรัฐ-เอกชนมีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาอีสเทิร์นซีบอร์ด

น.ส.รัชดากล่าวว่า นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยต่อสถานการณ์ของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีปัญหาสภาพคล่อง การเป็น NPL และบางส่วนหลุดไปสู่หนี้นอกระบบ โดยรัฐบาลจะพิจารณากลไกปลดล็อกให้ผู้ประกอบการกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจปกติให้มากที่สุด ควบคู่การพัฒนาศักยภาพให้เป็นเอสเอ็มอีที่ผลิตสินค้าซึ่งแข่งขันได้ พร้อมผลักดันการใช้กำลังซื้อภาครัฐผ่านนโยบาย Made in Thailand หรือ MiT เพื่อสร้างคำสั่งซื้อให้สินค้าไทย ช่วยให้เอสเอ็มอีมีรายได้ มีหลักประกัน และเข้าถึงสินเชื่อจากระบบธนาคารได้ง่ายขึ้น

ด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสนับสนุนประสิทธิภาพของเอกชน นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการแก้จุดที่ยังเป็น Missing Link ต่าง ๆ ซึ่งไม่ใช่เพียงการก่อสร้างเส้นทางคมนาคม แต่คือการวางฐานอุตสาหกรรมต่อเนื่อง โลจิสติกส์ และการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหาร เพื่อทำให้ไทยกลับมาเป็นศูนย์กลางการผลิตและการค้าของภูมิภาค

น.ส.รัชดากล่าวว่า อีกประเด็นสำคัญคือด้านแรงงาน โดย ส.อ.ท.เสนอให้มีการหารือร่วมกันระหว่างกระทรวงแรงงานกับภาคเอกชน เพื่อออกแบบระบบการลงทะเบียน การควบคุม และการใช้แรงงานต่างด้าวอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะแรงงานกัมพูชากว่า 200,000 คนที่ยังอยู่นอกระบบ เนื่องจากแรงงานแต่ละสัญชาติมีทักษะและความชำนาญแตกต่างกัน ภาคอุตสาหกรรมจึงต้องการระบบบริหารแรงงานที่สอดคล้องกับความต้องการจริงของภาคการผลิต

โดยกระทรวงแรงงานได้รับข้อเสนอดังกล่าวไปดำเนินการร่วมกับภาคเอกชนต่อไป โดยเป้าหมายคือการจัดระบบแรงงานให้ถูกต้อง ชัดเจน ทั้งด้านความมั่นคง การคุ้มครองแรงงาน สวัสดิการ และความต่อเนื่องของภาคการผลิต รวมถึงไม่ให้ปัญหาระหว่างรัฐกระทบต่อประชาชนและผู้ประกอบการที่พึ่งพาแรงงานกลุ่มนี้อย่างจำเป็น

“นายกรัฐมนตรีมองว่าการพบ ส.อ.ท.ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการรับฟังข้อเสนอ แต่เป็นการวางกลไกทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ รัฐบาลจะเดินหน้าแก้ปัญหาทั้งโครงสร้างพื้นฐาน เงินทุน กฎหมาย พลังงาน และแรงงาน เพื่อให้เอกชนแข่งขันได้ ประชาชนมีงานทำ และประเทศไทยกลับมายืนในจุดที่มีศักยภาพสูงในภูมิภาคอีกครั้ง” น.ส.รัชดากล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กรอ. อนุทิน