“วันนอร์” ยันไม่นอมินี “ทักษิณ” ชี้เลือกตั้ง รัฐบาลหน้าอยู่ไม่ยืดถึง 1 ปี

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ว่าที่หัวหน้าพรรคประชาชาติ วิเคราะห์การเมืองหลังเลือกตั้งว่า อะไรจะเกิดขึ้น ยังคาดเดายาก ในสภาผู้แทนราษฎรจะเป็นจุดที่สำคัญที่สุด แม้ว่ารัฐธรรมนูญจะกำหนดให้วุฒิสภาเลือกนายกรัฐมนตรีได้ แต่ถ้านายกรัฐมนตรีไม่มีเสียงจาก ส. ส. หรือพรรคที่นายกรัฐมนตรีสังกัดมีจำนวนส.ส.ส.น้อยก็อยู่ยาก

“คาดว่า รัฐบาลหน้าอยู่ได้หกเดือนหรือหนึ่งปีก็คงจะไปแล้ว เช่น กรณีมีการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรี ซึ่งถ้าหากคะแนนเสียงไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีมากกว่า รัฐบาลก็อยู่ไม่ได้เว้นเสียแต่ว่านายกรัฐมนตรีมีเสียงข้างมากทั้งสมาชิกสภาผู้แทนและวุฒิสมาชิก”


นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ยังกล่าวด้วยว่า ไม่มีใครต่ออำนาจได้ถ้าประชาชนไม่ยินยอม รัฐบาลหน้า น่าจะอยู่ไม่ยาวเท่าไหร่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐธรรมนูญที่พิกลพิการดังนั้นในการหาเสียงพรรคคงต้องหาเสียงเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ทั้งนี้พรรคประชาชาติ ตั้งเป้าว่าจะได้ส.ส 20 คนขึ้นไป โดยจะส่งผู้สมัครสภาผู้แทนราษฎร ลงระบบเขต ให้มากที่สุดประมาณ 200 เขต

สำหรับคำถามที่ว่าพรรคประชาชาติเป็นนอมมินีของนายทักษิณ ชินวัตรหรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ตอบว่า “สมาชิกเรามาจากหลายพรรคทั้งเพื่อไทย พรรคมาตุภูมิหรือบางคนออกจากราชการมา ตั้งใจจะเป็นพรรคของประชาชนถ้าเป็นนอมินี ที่ปราศจากความฉลาดทางการเมืองก็ไม่มีประโยชน์ ตนไม่ต้องการเป็นนอมินีของใคร แต่หลังเลือกตั้งใครได้เป็นรัฐบาลถ้ามีนโยบายที่ประชาชนยอมรับเกิดประโยชน์ ตนก็สนับสนุน

ว่าที่หัวหน้าพรรคประชาชาติ ตอบคำถามที่ว่าจะสนับสนุนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาเป็นนายกรัฐมนตรีต่อหรือไม่ ว่า “เราสนับสนุนวิถีประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญไม่ว่าใครจะเข้ามา ทหารเกษียณอายุหรือประชาชนแต่ถ้ามาโดยวิถีประชาธิปไตยเรายินดีสนับสนุน ประชาชนจะบอกได้ว่าสี่ปีที่ไม่มีการเลือกตั้ง เป็นอย่างไร ประชาชนจะบอกผู้ปกครองประเทศนี้ ซึ่งอาจจะทำให้การเมืองพลิกเปลี่ยนแปลงได้ เหมือนกับการเลือกตั้งในประเทศมาเลเซียที่ นายมาฮาดีร์ บิน โมฮามัด ชนะการเลือกตั้งเพราะประชาชนต้องการบอกว่าเขาไม่ต้องการรัฐบาลโกง คนมาเลเซียต้องการล้างประเทศให้บริสุทธิ์

Previous article“ดิสนีย์” เร่งซื้อคอนเทนต์คืน ปั้นสตรีมมิ่งท้าชนเน็ตฟลิกส์
Next articleปิด 12 โรงหนังฉาย “2,215 เชื่อ บ้า กล้า ก้าว” รอบกาล่า “ตูน” บอก “คนไทยเป็นพระเอกพันล้านด้วยกัน”