‘ชทพ.’ ขย่มต่อ ขู่ เสนอแล้วไม่สนอง ก็ไม่เดือดร้อนถ้าไม่ได้ร่วมรัฐบาล

“วราวุธ” ลั่น ชทพ.ไม่เคยพูดอย่างทำอย่าง ร่วม รบ. ชี้ ถ้าเสนอแล้วไม่สนองก็ไม่เดือดร้อน ฮึ่ม แค่10เสียง เป็นฝ่ายกลางในสภาก็ได้ เพราะยังไม่เคยเป็น

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม ที่พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) นายวราวุธ ศิลปอาชา ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะแกนนำพรรค ชทพ. ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนในการเข้าร่วมรัฐบาล​ ภายหลังพรรคพลังประชารัฐทาบทามพรรคประชาธิปัตย์และกลุ่มภูมิใจไทยอย่างเป็นทางการ ว่าสำหรับกรณีที่มีเสียงวิจารณ์ว่า ชทพ.มีความเห็นว่าเราขั้วรัฐบาลแบบกลับไปกลับมานั้น ขออย่าเพิ่งงง แต่ขอให้กลับไปดูในเนื้อหาคำให้สัมภาษณ์ของ น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคมที่ผ่านมาเสียก่อน หัวหน้าพรรคระบุว่า หลังจากที่ได้มีการหารือกับ ส.ส.พรรคแล้วมีความเห็นตรงกัน จะลงคะแนนเลือกประธานสภาไปในทิศทางเดียวกันกับพรรคพลังประชารัฐ ขอย้ำว่าเป็นการเลือกประธานสภา เพราะได้เห็นชอบชื่อของนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้ใหญ่ ผู้อาวุโส ที่ทุกคนให้ความเคารพนับถือ และเคยเป็นอดีตประธานสภา

“แต่จะสังเกตในช่วงท้ายของการให้สัมภาษณ์ของหัวหน้า ชทพ. เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี เห็นพ้องกับพรรคพลังประชารัฐด้วยหรือไม่นั้น ท่านยังได้ระบุด้วยว่า เรื่องนี้พรรค ชทพ.ยังไม่พูดถึง ขอความเห็นใจว่าสิ่งที่ ชทพ.พูดไปแต่ละครั้ง เราไม่เคยพูดอย่างทำอย่าง ไม่เคยที่วันนี้พูดอย่างหนึ่ง แล้วพรุ่งนี้พูดอีกอย่างหนึ่ง เราพูดชัดเจนมาโดยตลอด แต่ผู้ที่ได้รับฟังข่าวอาจคิดไปต่างๆ นานาว่าจะต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ เลยกลายเป็นหนึ่งบวกหนึ่งเท่ากับสาม ยืนยันว่าสิ่งที่เราพูดเราทำเป็นไปตามที่พูดและทำทุกอย่าง” นายวราวุธกล่าว

เมื่อถามว่าในทางการเมืองแล้วเมื่อมีมติโหวตเลือกประธานสภากับพรรคพลังประชารัฐย่อมหมายความว่าจับขั้วจัดตั้งรัฐบาลด้วย นายวราวุธกล่าวว่า ในสถานการณ์การเมืองปกติก็น่าจะเป็นเช่นนั้น แต่วันนี้การเมืองมีอะไรหลายอย่างแปลกไป สถานการณ์ไม่เหมือนในอดีตที่ตนโตมาที่ประธานสภาไม่ได้มาจากพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล สิ่งที่ได้เห็นวันนี้เป็นสิ่งที่ไม่เคยเจอมาก่อน เช่น เลือกรองประธานสภาแล้วชนะกันแค่ 2 เสียง ซึ่งต้องยกเครดิตให้กับนายชัย ชิดชอบ เพราะไม่งั้นสภาคงไม่จบได้ง่าย และเชื่อว่าคงเป็นประธานสภารักษาการนานที่สุดคือ 2 วัน ปกติเพียงครึ่งชั่วโมงก็จบได้ ซึ่งต้องขอคารวะจากใจจริง ถ้าเป็นนักฟุตบอลก็ต้องยกให้เป็นแมนออฟเดอะแมตช์ สามารถประสานงานให้สภาดำเนินไปได้จนเลือกประธานสภา และรองประธานสภาได้สำเร็จ

เมื่อถามว่ามีการพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการถึงการจัดตั้งรัฐบาลแล้วหรือยัง นายวราวุธกล่าวว่า “เราได้ยื่นคำเสนอไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนคำสนองนั้น มาจนถึงวันนี้เรายังไม่ได้รับคำสนองกลับมา ต้องดูเหตุการณ์กันต่อไปว่าสิ่งที่เราเสนอไปนั้นจะได้รับการตอบรับอย่างไร มากน้อยเพียงใด ชทพ.เป็นพรรคขนาดเล็ก มีแค่ 10 ที่นั่งเท่านั้น เสียงไม่ได้ดังมากมาย เรียกว่าเราเจียมเนื้อเจียมตัว หากเข้าไปทำงานแล้วไม่ได้เกิดประโยชน์ในการขับเคลื่อนให้กับประเทศชาติได้เราก็ไม่มีความเดือดร้อนที่จะเป็นรัฐบาล ซึ่งผมเคยพูดตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้ง เราเป็นมาทุกสถานะแล้ว ทั้งแกนนำรัฐบาล แกนนำฝ่ายค้าน พรรคร่วมรัฐบาล พรรคร่วมฝ่ายค้าน เราเป็นมาหมดแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่เรายังไม่เคยเป็นคือฝ่ายกลาง เหมือนที่นายนิกร จำนง ผอ.พรรคได้กล่าวไปแล้ว”

เมื่อถามย้ำว่าฝ่ายกลางนั้นเปรียบเสมือนฝ่ายค้านอิสระใช่หรือไม่ นายวราวุธกล่าวว่า “อารมณ์ประมาณนั้น เพราะถ้าทำงานแล้วไม่เกิดประโยชน์เราก็ไม่เดือดร้อน”

 

 


ที่มา : มติชนออนไลน์