“ปิยบุตร” จี้ “ชวน” ชงศาล ปม 41 ส.ส.ถือหุ้นสื่อ แจงสูตรแก้รธน. ปูทางรื้อทั้งฉบับ

“ปิยบุตร” จี้ “ชวน” ชงศาลรัฐธรรมนูญ ปม 41 ส.ส.รัฐบาลถือหุ้นสื่อ แจงสูตรแก้รธน. ม.272,279 รณรงค์เลือกส.ส.ร.ปูทางรื้อทั้งฉบับ ไม่กังวล “ช่อ” โดนถล่มหนัก เชื่อผ่านไปได้ เผย ฝ่ายค้านรอวันหมดม.44 พร้อมให้บทเรียน “ประยุทธ์”

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 11 มิถุนายน ที่พรรคอนาคตใหม่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่(อนค.) กล่าวถึงความคืบหน้าการส่งเรื่องให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ตรวจสอบสมาชิกภาพของ 41 ส.ส. ที่ถือหุ้นสื่อ ว่า ตามมาตรา 82 ของรัฐธรรมนูญ ประธานสภาไม่มีอำนาจใช้ดุลพินิจใดๆทั้งสิ้น แต่มีหน้าที่เพียงตรวจสอบ ว่าลายเซ็นต์ของส.ส.ที่เข้าชื่อนั้นครบหรือไม่ ซึ่งในทางกฎหมายไม่น่ามีอะไรติดขัด ไม่มีเหตุให้เหนี่ยวรั้งได้ ตอนนี้ครบ 7 วันแล้ว จึงอยากเรียกร้องไปยังประธานรัฐสภาให้ยื่นเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ และหากยึดตามกรณีของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนค. ก็จะใช้เวลาเพียง 7 วันเท่านั้น ที่จะรู้ว่ารับไว้พิจารณาหรือไม่ และจะมีคำสั่งยุติการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวหรือไม่ ซึ่งตนคิดว่าเมื่อเทียบกับกรณีของนายธนาธรนั้นไม่ต่างกัน ก็ต้องมีคำสั่งยุติการปฏิบัติหน้าที่ด้วย

“มันจะส่งผลต่อการทำงาน เพราะ 41 ส.ส.นี้อยู่ฟากรัฐบาลทั้งหมด เราเสียโอกาสมาแล้วหนึ่งครั้ง เพราะส.ส.เหล่านี้โหวตเลือกพล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ และตอนนี้เขากำลังจะจัดตั้งรัฐบาล ซึ่ง 41 ส.ส. จะส่งผลอย่างมีนัยยะสำคัญ หากประธานรัฐสภาไม่ส่งเรื่องไปยังศาลก็ถือว่าทำหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ” นายปิยบุตรกล่าว

ส่วนความคืบหน้าในการผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น นายปิยบุตรกล่าวว่า พรรคอนาคตใหม่รณรงค์ตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง ว่ามีนโยบายจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ทั้งฉบับ โดยสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน โดยจะนำรูปแบบของการแก้รัฐธรรมนูญฉบับ 2534 เมื่อปี 2538 มาใช้ เพื่อเปิดให้มีส.ส.ร.จนได้รัฐธรรมนูญฉบับ 2540 ซึ่งสาเหตุที่ตนระบุจะแก้ไขมาตรา 272 ที่ให้อำนาจส.ว.แต่งตั้งโหวตนายกฯร่วมกับ ส.ส. และ มาตรา 279 ที่รับรองอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ในงานครบรอบ 1 ปีอนาคตใหม่ ก็เพราะการแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับจะอาศัยเสียงในสภาอย่างเดียวไม่พอ ต้องใช้ฉันทามติร่วมกันของประชาชน พรรคการเมือง และนักการเมือง แต่ระหว่างที่ต้องสะสมพลังทางสังคมนั้น จะปล่อยเวลาไปเฉยๆไม่ได้ ต้องผลักดันประเด็นเข้าใจง่ายๆที่ทุกคนเห็นร่วมกันก่อน ซึ่งคือเรื่องอำนาจของส.ว. ในการลงมติเลือกนายกฯ เมื่อวันที่ 5 มิถุนายนที่มีเสียงไม่พอใจของประชาชนเยอะมาก จากการที่ส.ว. 249 คน เลือกพล.อ.ประยุทธ์โดยพร้อมเพรียงกัน

นายปิยบุตร กล่าวว่า เมื่อได้เห็นกลไกการสืบทอดอำนาจแล้ว นักการเมืองต้องนำเสียงสะท้อนของประชาชนเข้าสู่สภา ด้วยวิธีที่ง่ายที่สุดคือเสนอแก้มาตรา 272 ตนเชื่อว่าพรรคฝ่ายค้านและทุกพรรคการเมือง ยกเว้นพรรคที่สนับสนุนรัฐบาลนั้น ไม่ชอบใจกับมาตรา 272 แน่นอน เพราะมันบิดเบือนการจัดตั้งรัฐบาล นี่จึงเป็นทางสะดวกที่สุด ก่อนที่จะผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ส่วนการรณรงค์นั้น หากจำกันได้ สภาชุดที่แล้วก็มีเสียงเพียงพอต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ทำไม่ได้ โดนศาลรัฐธรรมนูญขวาง ขณะที่ในปี 2538-2539 นักการเมืองจำนวนมากไม่เอารัฐธรรมนูญฉบับ 2540 แต่สังคมกดดันจนนักการเมืองยกมือให้ นี่คือตัวอย่างการแก้รัฐธรรมนูญขนานใหญ่ ไม่ได้สำคัญแค่เสียงในสภา เพราะแม้มีเสียงครบก็อาจแก้ไม่ได้ หรือมีเสียงไม่ครบแต่อาจแก้ได้ก็ได้

“จึงเป็นภารกิจที่ต้องผลักดันทุกช่องทางทั้งในและนอกสภา เดินสายรณรงค์ทำความเข้าใจกับประชาชน จนสร้างฉันทามติร่วมกันให้ได้ว่า สังคมเห็นต้องตรงกันว่า รัฐธรรมนูญ 2560 คือระเบิดเวลา จำเป็นต้องช่วยกันถอดสลัก ช่วงนี้จึงอยู่ระหว่างเตรียมการสื่อสาร หลังจากนั้นจะเริ่มจัดเวทีต่างๆ” นายปิยบุตรกล่าว

เมื่อถามว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระแรกและวาระสุดท้าย ต้องได้รับความเห็นชอบจากส.ว. 1 ใน 3 หรือคิดเป็น 80 คนเศษ นายปิยบุตรกล่าวว่า รัฐธรรมนูญ 2560 แก้ได้ยาก ในทางปฏิบัติอาจแก้ไม่ได้เลย จะแก้เรื่องส.ว. ระบบเลือกตั้ง ศาลรัฐธรรมนูญ แผนยุทธศาสตร์ ก็ยาก ด้านหนึ่งจึงต้องสร้างกระแสสังคมให้ตรงกัน เช่นการแก้ไขมาตรา 272 ในสภาผู้แทนฯ น่าจะสะดวก เพราะพรรคร่วมไม่เอาหลายพรรค ส่วน ส.ว.อีก 80 กว่าเสียง ถ้าไม่ผ่านก็ไม่เป็นไร แต่จะส่งผลให้ ส.ส.ได้มีโอกาสพูดเรื่องนี้ในสภา และส.ว.คนไหนที่ไม่ยอมให้แก้ ก็ย่อมถูกกระชากหน้ากากว่าเขาปกป้องอำนาจของเขาอยู่ โดยจะมีการหารือกับทั้ง 7 พรรคซึ่งยังทำงานเหนียวแน่น คาดว่าภายในสัปดาห์นี้ ต้องมีการหารือเรื่องผู้นำฝ่ายค้านและวิปฝ่ายค้าน ทั้งนี้ พรรคอนค.ยืนยันจะทำงานฝ่ายค้านในสภาอย่างสร้างสรรค์ ไม่ใช่ตีรวน ไม่ใช่ฝ่ายค้านจ้องจะล้มรัฐบาล แต่จะตั้งกระทู้ถาม เสนอญัตติ เช่น การยืดหนี้ให้กับบริษัทโทรคมนาคมบริษัทโทรทัศน์ การประมูลร้านปลอดภาษีสนามบิน

เมื่อถามถึงกรณีน.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค ที่กำลังถูกโจมตีเรื่องสถาบัน นายปิยบุตรกล่าวว่า ไม่กังวล พรรคอนาคตใหม่มีจุดยืนชัดเจน ผ่านมรสุมแบบนี้มาหลายครั้ง นี่จะเป็นบทพิสูจน์ของการสร้างพรรค ว่าเมื่อมีอุปสรรคก็จะผ่านไปได้ ยืนยันว่า น.ส.พรรณิการ์มีความสามารถ รู้เรื่องการต่างประเทศ น่าจะเป็นส.ส.ที่มีคุณภาพคนหนึ่ง เชื่อว่าการโจมตีทำลายล้างกันไม่เกิดประโยชน์อะไร ส่วนคดีที่ดำเนินการก็ว่าไปตามกระบวนการ ล่าสุด น.ส.พรรณิการ์ ได้รับเชิญจากมูลนิธิคอนราร์ดฯ ไปร่วมเสวนาหัวข้อ “อิทธิพลของทหารและกองทัพกับการเมืองไทย”

เมื่อถามถึงการตั้งรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ นายปิยบุตรกล่าวว่า เราสู้เต็มที่แล้ว ก่อนเขาจะสืบทอดอำนาจได้สำเร็จ แต่บรรยากาศแย่งชิงเก้าอี้รัฐมนตรีตอนนี้เป็นภาพไม่ดี อยากให้เดินหน้าตั้งรัฐบาลเสร็จ จะได้เดินหน้าต่อ เมื่อเขาวิ่งเข้าเส้นชัยแล้ว ฝ่ายค้านก็พร้อมตรวจสอบต่อไป ซึ่งถือว่ายืดเยื้อมานานจนผิดปกติ ทั้งหลายคือดอกผลของความผิดปกติจากการยึดอำนาจเมื่อปี 2557 อย่างไรก็ดี อย่างน้อยเมื่อตั้งรัฐบาลแล้ว อำนาจพิเศษอย่างมาตรา 44 จะหมดไป แล้วพล.อ.ประยุทธ์ ที่สืบทอดอำนาจสำเร็จ จะได้ทราบว่า การเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่มีฝ่ายค้านนั้นเป็นอย่างไร

 

 

ที่มา : มติชนออนไลน์

Previous articleโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง ฉลองครบ 20 ปี จับมือบัตรเครดิต KTC จัดแคมเปญสุดว้าว! มอบส่วนลด พร้อมแพคเกจทัวร์เทศกาลเบียร์ระดับโลก ที่ประเทศเยอรมนี
Next articleภารกิจแรก “บิ๊กตู่” นายกฯจากการเลือกตั้ง