“บิ๊กโจ๊ก” นายตำรวจคนดัง ดอดพบ “บิ๊กป้อม” ที่ทำเนียบรัฐบาล

บิีกโจ๊ก-ประวิตร

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เข้าทำเนียบฯ พบ พล.อ.ประวิตร รองนารัฐมนตรี

เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า เมื่อเวลา 09.30 น. พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หรือ บิ๊กโจ๊ก อดีตผู้บัญชาการ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ได้เดินทางมาพบพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ทางด้านหลังตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล

ซึ่งระหว่างนั้น พล.อ.ประวิตร มีวาระเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) ในเวลา 10.00 น. ในทำเนียบรัฐบาล

ทั้งนี้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ได้พูดคุยโทรศัพท์กับเสียงปลายสายว่า “มารอพบท่านรองฯ ประวิตร”

ก่อนหน้านี้ เมื่อ 24 พฤศจิกายน 2563  ศาลปกครอง ไม่รับคดีที่ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ  “บิ๊กโจ๊ก” ยื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม โดยอ้างว่าเป็นการสั่งย้ายไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ทั้งนี้ ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณา และให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ ในคดีที่ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือก “บิ้กโจ๊ก” ยื่นฟ้องนายกรัฐมนตรี และปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสอง) กรณีหัวหน้า คสช. มีคำสั่งโอนย้ายผู้ฟ้องคดีจากตำแหน่งผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองไม่ได้พิจารณาดำเนินการสั่งให้ผู้ฟ้องคดีกลับไปปฏิบัติหน้าที่ราชการในสังกัดเดิม

เนื่องจากศาลฯ เห็นว่า ผู้ฟ้องคดีมีหนังสือลงวันที่ 20 สิงหาคม 2563 ถึงผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองขอให้พิจารณาและมีคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดีกลับไปปฏิบัติหน้าที่ราชการในสังกัดเดิม คือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองต้องพิจารณาหนังสือของผู้ฟ้องคดีให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 หากพ้นระยะเวลาดังกล่าวแล้ว ผู้ฟ้องคดียังไม่ทราบผลการพิจารณาจึงจะถือได้ว่า เป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายจากผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสอง

จึงเห็นว่า เมื่อผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองยังไม่ได้มีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ฟ้องคดีทราบ และหนังสือของผู้ฟ้องคดียังอยู่ในระหว่างขั้นตอนการพิจารณาของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสอง หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ยังไม่พ้นกำหนด 90 วันนับแต่วันที่ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองได้รับหนังสือของผู้ฟ้องคดี

ดังนั้น การที่ผู้ฟ้องคดียื่นฟ้องต่อศาลฯ เมื่อวันที่ 22 ก.ย. 2563 ไม่อาจถือได้ว่าผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย จึงยังไม่มีสิทธิฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองต่อศาล ศาลจึงไม่อาจรับคำฟ้องของผู้ฟ้องคดีไว้พิจารณาได้